หลักคิดของ “สองคน สองหมอ”

ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้รับคำอำนวยอวยพรมากมายหลายหลาก มีทั้งแบบยาว ๆ แต่แบบสั้น ๆ ที่ได้ใจความ คือ “ขออย่าให้เจ็บ อย่าให้จน” เพราะจะมีประโยชน์อันใดที่บรรดา “คนรักบ้าน” มากมายหลายท่านต่างก็ทุ่มเททำงานหนักกันอย่างหามรุ่งหามค่ำมายาวนานติดต่อกันมาหลายปี ผลของการทุ่มเททำงานอย่างหนักทำให้สามารถสะสมทรัพย์สินเงินทองมาได้มากมาย แต่สุดท้ายก็ต้องนำทรัพย์สินเงินทองส่วนใหญ่ที่สะสมมานั้นนำไปให้หมอที่ทำการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของเราที่โรงพยาบาล ก็เป็นความจริงที่เจ็บปวดครับ เพราะคนที่ผมรู้จักหลายคน รวมทั้งญาติสนิทของผมด้วย ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณอาแท้ ๆ นะครับ เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อ ย่าน “สุขุมวิท” ก็หมดไปหลายล้านบาท และที่น่าเศร้าใจคือ คุณอาท่านก็ไม่หายครับ เพราะท่านได้สิ้นบุญในห้อง “ไอซียู” นั่นแหละครับ ก็สร้างภาระหนักหนาสาหัสให้กับบรรดาลูก ๆ เสียเงินเสียทองไปไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่เสียแล้วไม่หายนี่แหละครับหนักหนาสาหัสครับ ในช่วงวันหยุด “ตรุษปีใหม่” ที่ผ่านมาผมได้รับเกียรติจาก “หมอบุณย์” หรือ “หมอบุณยพร ยี่มี” เชิญรับประทานอาหาร ตามประสาคนคุ้นเคยที่มองตาก็รู้ใจเพราะมีหลายอย่างที่คิดคล้าย ๆ กัน และที่สำคัญสังกัดชมรม “คนไม่ยอมแก่” ประเภท “ไม้ไกลฝั่ง” เหมือนกัน คือ ประเภทที่คำว่า “แก่” หรือ “สูงวัย” ไม่มีในพจนานุกรม…

“ปฏิรูปดี หรือ ปฏิวัติดี” ฤๅจะถึงเวลาที่จะจัดระบบระเบียบสังคมกันใหม่เสียที!!!

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยได้เรียนรู้สิทธิเสรีภาพ (แบบจอมปลอม) บนพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยที่ไร้ขอบเขต (แบบจอมปลอม)ภายใต้การครอบงำของระบบเผด็จการทหารที่มักจะอ้าง(แบบจอมปลอม) ว่าเสียสละทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 78 ปี (ตั้งแต่ปี 2475) สังคมไทยไม่สามารถพัฒนาไปสู่ความเป็น “อารยะประเทศ” เป็นเหมือนการว่ายวนในชามอ่าง ดูเหมือนว่ากำลังมุ่งมั่นก้าวเดินไปข้างหน้า สุดท้ายก็เป็นการย่ำเท้าอยู่กับที่ กลับมาสู่จุดเดิม กลับมาสู่ความไร้เสถียรภาพทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เป็นโครงสร้างที่เปราะบาง ที่ทุกระบบในสังคมพอมีอะไรเข้ามากระทบสักหน่อยก็สามารถล้มคลืนได้ตลอดเวลา หรือว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “ปฏิรูป – ปฏิวัติ” ยกเครื่องทั้งระบบ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนให้บรรดาผู้มีความรู้ความสามารถเป็นคนดีศรีรัตนโกสินทร์ในทุกสาขาวิชาชีพ ก้าวออกมาทำหน้าที่พลเมืองดี โดยอาศัยคุณธรรม จริยธรรมที่ท่านมี จัดระบบระเบียบสังคมไทยกันใหม่เสียที!!! ในช่วงเวลานับต่อแต่นี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นก็ยากจะคาดเดาว่าจะจบกันอย่างไรครับ กลศึก “แดงทั้งแผ่นดิน” ที่มีคนเพียงไม่กี่คนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง (ทั้งอยู่นอกและในราชอาณาจักร) กำลังดำเนินการทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังไม่คำนึงถึงสังคมส่วนรวมว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไร หนักหนาสาหัสมากน้อยเท่าไร ทำการกะเกณฑ์ผู้คนเรือนแสนจากทั่วทุกภูมิภาคมุ่งสู่กรุงเทพฯ (ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สีอื่น ๆ ก็สามารถเกณฑ์คนมาได้เช่นกัน) จนเป็นผลให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายปั่นป่วน เป็น “การข่มขืนประเทศไทยแบบซ้ำซาก” แท้จริงแล้วผู้ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันก็คือบรรดาผู้ก่อการที่อยู่เบื้องหลังสีต่าง ๆ หาก “สีเหลือง”…

รับปี “หนุมานชานสมร” กับแฟนๆ 401,400 คน กับการดาวน์โหลด 17,343,491 ครั้ง

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก่อนอื่นต้องขอ “ส.ค.ส. ปีใหม่” เป็นการเปลี่ยนถ่ายจาก “ปีแพะ” ซึ่งเป็นปีเก่าที่พึ่งผ่านพ้นไป สำหรับปีใหม่นี้เป็นการก้าวเข้าสู่ “ปีวอก” หรือ “ปีลิง” สำหรับคนพิเศษอย่างบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ก็ต้องเป็น “ลิง” ที่ไม่ธรรมดา จะแปลงร่างเป็น “ลิง” ทั้งทีก็ต้องเป็น “พญาลิง” ให้ได้อย่าง “หนุมาน ชานสมร” ทหารเอกของ “พระราม” ที่ทำเอา “ทศกัณฑ์” ตลอดไปจนบรรดายักษ์น้อยยักษ์ใหญ่ใน “กรุงลงกา” ต้องปั่นป่วน จะว่าไปแล้ว “หนุมาน” ใน “รามเกียรติ์” นั้นก็มีฤทธิ์เดชมากครับ ทั้งยังมีฝีไม้ลายมือรวมทั้งไหวพริบ เป็นหนึ่งไม่มีสองรองใคร ถึงแม้ว่าปีใหม่ที่จะถึงนี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด การเงิน ฝืดเคืองอยู่บ้างก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะเมื่อเป็น “พญาลิง” อย่าง “หนุมาน” ก็คล่องแคล่วว่องไว มีไหวมีพริบ ยากที่ใครจะเอาชนะหรือต้อนให้อับจนครับ ในช่วงวันหยุดตรุษปีใหม่ ผมมีโอกาสนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ…

เทศมองไทย – ไทยมองไทย

ก็ผ่านไปอย่างลุ้นระทึกครับกับปฏิกิริยาที่หลากหลาย ทั้งอารมณ์และความรู้สึก มีทั้งผิดหวังและสมหวัง ที่เกิดขึ้นกับทั้งฝ่ายรักฝ่ายแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งปรากฏการณ์ “อาฟเตอร์ช็อค” อันสืบเนื่องมาจาก “คลื่นซึนามิทางการเมือง” จึงเป็นผลให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น (ดังจะเห็นได้จากการวางระเบิดในระยะเวลาไล่เลี่ยกันหลายจุดในกรุงเทพฯ) อันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อเนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยึดทรัพย์ จำนวน 46,000 ล้านบาท ภายหลังที่มีคำพิพากษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ออกมาแถลงการณ์ด้วยอารมณ์เดือดดาลและดุดันว่าไม่ได้รับความยุติธรรม อีกทั้งยังเป็นคำตัดสินไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง รู้สึกคล้ายกับถูกปล้นทรัพย์ ถูกข่มเหง รังแก จนยากจะทานทน นอกจากนั้นยังมีคำแถลงการณ์ของผู้ที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ตามมาเป็นระรอก ๆ อาทิเช่น พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาอ้างถึงเมื่อครั้งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยึดอำนาจแล้วได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน(คตส.) แต่เมื่อคดีถึงศาลกลับมีคำสั่งพิพากษายกฟ้อง เพราะศาลในครั้งนั้นไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร ก็เลยกลายเป็นการมองต่างมุมว่ากระบวนการยุติธรรมในยุคนี้กลับยอมรับในอำนาจรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ต่างฝ่ายก็ต่างตีความเข้าข้างตัวเองทำให้มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปครับ สำหรับผมแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติมาก ๆ ครับ ในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยแบบไม่ขาดก็เกินแบบของไทยก็ต้องทำใจ เพราะหนทางยังอีกยาวไกลกว่าจะมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และเหมาะกับ “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ของเราครับ นอกจากนั้นยังมีปฏิกิริยาจากบรรดาทนายความของฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ที่กำลังเตรียมการยื่นอุทธรณ์ ดังจะเห็นได้จากที่…

การ “มีเหตุผล” + “มีขั้นตอน” ของ “BRIC”

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน จากบทความตอนที่แล้วผมได้พูดถึงที่ไปที่มาในการเกิดขึ้นของ “BRIC” หรือ “Budget Real Estate Investor Club” ก็ปรากฏว่ามีท่านผู้อ่านต่างก็ให้ความสนอกสนใจกันมามากมายพอสมควร ซึ่งก็น่าแปลกใจไม่น้อยครับที่ผมได้รับรู้และรับทราบว่า มีคนอีกมากที่อยากจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภท “อสังหาฯไม่บานที่คุ้มค่าราคาประหยัด” และมีความพร้อมพอสมควรทั้งในด้านการเงิน (บางท่านก็มีเงินเก็บ 2-3 ล้านบาท หรือบางทีก็มีมากกว่านั้น) และบางท่านก็มีที่ดินในทำเลที่ดี มีศักยภาพอยู่หลายแปลง เพียงแต่ขาดคนชี้นำ แนะนำ ก็เลยไม่กล้าลงมือทำอะไร ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมีอาชีพหรืองานประจำที่มั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว และมีเงินเก็บในระดับหนึ่งแล้ว ก็เริ่มมองหาที่ดินที่มีราคาไม่สูงนักค่อย ๆ ซื้อเก็บสะสมไป พอเวลาผ่านไปที่ดินแปลงที่ซื้อทิ้งไว้มานานหลายปี ซึ่งแต่เดิมตอนซื้ออยู่ในทำเลที่ไม่สู้จะดีแต่พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นที่ดินที่มีศักยภาพ จะว่าไปแล้วบรรดาคนเหล่านี้ก็รู้ทั้งรู้นะครับว่าที่ดินที่ตน ซื้อเก็บสะสมไว้สามารถทำการลงทุนพัฒนา “อสังหาฯ ไม่บาน” ที่ “คุ้มค่า+ราคาประหยัด” ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นนับหนึ่งอย่างไร และเมื่อตัดสินใจเริ่มแล้วจะดำเนินการอย่าง “มีเหตุผล” ต่อให้จบแบบ “มีขั้นตอน” ที่ถูกต้องทำอย่างไร และเมื่อเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคตลอดจนวิกฤติต่าง ๆ จะประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยกันได้อย่างไร จะว่าไปแล้วผมเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้เป็นอย่างดีครับ เพราะเมื่อคิดย้อนหลังไปเมื่อ 25 ปี ในตอนที่ผมเริ่มทำ “อสังหาฯ ไม่บาน”…

บ้านเมืองจะสงบได้ต้องสังหาร 3 จอมบงการ (ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง)

ผมเขียนต้นฉบับ “เรือนชานบ้านเมือง” สำหรับวันศุกร์นี้ด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกังวลและสับสนต่อทิศทางที่สังคมไทยจะก้าวต่อไปในอนาคต เพราะวันที่ท่านอ่านบทความนี้ก็ตรงกับวันตัดสินคดีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการยึดทรัพย์จำนวนมหาศาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคงไม่ยึดทรัพย์เสียทั้งหมด ศาลท่านคงมีเมตตาไม่ใจไม้ไส้ระกำ คงคืนกลับไปบางส่วนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมก่อนการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และผมเองก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่านับแต่นี้ความขัดแย้งในสังคมไทยก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะสถานการณ์ได้สุกงอมจนทำให้ทุกฝ่าย “ขาดสติ” ก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ที่แบ่งระหว่างความถูกผิด ความดี ความชั่ว ไม่ต้องพูดถึงศีลธรรม จริยธรรม เพราะนับแต่นี้ไปสังคมไทยก็จะเข้าสู่การทำศึกสงครามภายในกันเองอย่างเต็มรูป ดังคำที่กล่าวว่า ” ยามศึกเรารบ ยามสงบคนไทยก็ทะเลาะกันเอง” อย่างไรอย่างนั้นแหละครับ ในสภาวะแห่งความสับสน วุ่นวายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ต้องขอกราบขอบพระคุณหนังสือดีที่ว่าด้วย “การแก้ปัญหาความขัดแย้ง” ของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่ท่านได้ให้มุมมองที่เฉียบคมและเป็นแสงสว่างทางปัญญา ที่ช่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเสียจริง ซึ่งบทหนึ่งในหนังสือธรรมมะเล่มเล็ก ๆ ที่สำคัญยิ่งฉบับนี้ ได้พูดถึงการหาบทยุติความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าไม่สังหาร 3 จอมบงการที่ชักใยอยู่ข้างใน พอผมกล่าวอ้างเช่นนี้ก็อย่าไปตีความหลงผิดไปนะครับว่า 3 จอมบงการนั้น “จอมบงการกลุ่มที่ 1” คือ กลุ่มที่เชียร์ฝ่ายอำมาตย์ที่ใส่เสื้อสีหนึ่ง กับ “จอมบงการกลุ่มที่ 2″ ที่เชียร์ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์ที่ใส่เสื้ออีกสีหนึ่งและ “จอมบงการกลุ่มที่ 3″…

“บัญญัติ 8 ประการ” ของ “BRIC”

สวัสดีครับท่านผู้อ่านความเดิมต่อจากตอนที่แล้ว ที่ผมได้พูดถึงการเกิดขึ้นของ “BRIC” หรือ “Budget Real Estate Investor Club” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่คุ้นเคยกับผมเป็นอย่างดีกว่า 35 ราย เป็นเสมือนการรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการประเภท “SMEs” ของการลงทุนใน “อสังหาไม่บาน” ที่ “คุ้มค่า+ราคาประหยัด” หรือ “Budget Real Estate” จะว่าไปแล้วคนเหล่านี้มาจากหลากอาชีพหลาย “Back Ground” ครับ แต่ที่เหมือนกันคือ ส่วนใหญ่ต่างก็ไม่มีประสบการณ์แบบจริง ๆ จัง ๆ ในการลงทุนทำ “อสังหาฯ” มาก่อน หรือที่พอมีก็มีอย่างงู ๆ ปลา ๆ ผ่านกระบวนการลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลานกันมาก็หลายต่อหลายครั้ง หวุดหวิดจวนเจียนจะเสียหายก็หลายครั้ง ทั้งยังเคยตกอยู่ในสภาวะวิกฤติก็หลายครั้ง จนกระทั่งคนเหล่านี้ได้มาเรียนรู้ “เคล็ดลับ” กับผมว่า หากใครลงทุนทำ “อสังหาฯไม่บาน” ตามแนวทางของผมแล้ว “ขาดทุน” หรือ “เจ๊ง” ก็ถือว่าท่าน “โคตรเก่ง” เลย!!! ครับ…

“ทางเกวียนเก่า”

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมได้ไปใช้ชีวิตกินอยู่ หลับนอนในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าแม่อายุ 83 ปี ที่ชราภาพมากแล้ว ก็เป็นไปตามวัฎจักรของธรรมชาติ ที่ไม่มีผู้ใดจะหลีกลี้หนีพ้นจากการ เกิดขึ้น คงอยู่ แล้วก็แตกดับ จะว่าไปแล้วโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ที่แม่พักรักษาตัวในวันนี้ต่างไปจากเดิมที่ผมเคยรู้จัก (เป็นโรงพยาบาลของทหาร) ก็มีการปรับปรุงขึ้นมาก อย่างผิดหูผิดตาครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการรวมไปถึงทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความรู้ความชำนาญไม่ได้เป็นรองโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ และต้องขอขอบคุณ ท่านรองผู้อำนวยการ 1 พันเอกสุรพงษ์ ปราการรัตน์ ที่ได้รับความกรุณาดูแลเอาใจใส่แม่ผมเป็นอย่างดี จากการที่ผมได้นั่งๆ นอนๆ เฝ้าแม่เป็นเวลานาน ๆ ได้ใช้ชีวิตที่โรงพยาบาลเหมือนกับบ้านหลังที่สอง อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือ บริเวณโถงทางเข้ามีชั้นวางหนังสือเกี่ยวกับ “ธรรมะ“ในแง่มุมต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยแท้จริงแล้วเป็นคนที่มีน้ำใจ เพราะหนังสือดี ๆ เหล่านี้มาจากท่านผู้มีจิตใจดี ได้กรุณานำมาบริจาคไว้ ท่านอาจไม่รู้หรอกครับว่าหนังสือเหล่านี้มีส่วนสำคัญทำให้ผมได้คลายทุกข์ เข้าใจกับทุกข์ ได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับทุกข์ และรับรู้การมีอยู่ของทุกข์ จากการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ว่าคือการได้เกิดมาเพื่อทนทุกข์ จึงมักจะมีคำพูดว่าทุกคนล้วนแล้วแต่เป็น “เพื่อร่วมทุกข์“ แท้จริงแล้ว “ความสุข“นั่นคือ “ทุกข์น้อย” หนังสือเหล่านี้แหละครับทำให้ดวงตาผมได้เห็นธรรม (ชาติ) และบางครั้งก็ทำให้ผมอดสังเวชและสมเพศไม่ได้กับการที่บรรดาผู้มีอำนาจวาสนาต่างก็พากัน ต่อสู้ แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกัน ทั้งที่มากมายล้นฟ้าอยู่แล้วก็ยังอยากมีอีกเพิ่มมากขึ้นอีก…

การบรรยายในหัวข้อ “บ้านแม่-เมืองพ่อ ที่พอเพียง” กับ “ชัยมงคลคาถา” 3 บท

ในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ มีความพิเศษอยู่ 3 ประการครับ ประการแรก คือ ตรงกับ “วันวาเลนไทน์“ ซึ่งเป็น “วันแห่งความรัก” ประการที่ 2 ตรงกับ “วันตรุษจีน“ สำหรับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของการขึ้นศกใหม่ และประการที่ 3 เป็นวันที่ผมจะบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ “บ้านแม่ –เมืองพ่อ ที่พอเพียง” โดยจะจัดขึ้นที่ ท้องพระโรงวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร ย่านหน้าพระลาน ท่าช้าง สนามหลวง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ บรรดาท่านผู้อ่านที่ติดตามบทความผม รวมไปถึง ท่านผู้ชมรายการของผมทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล ที่สนใจสำรองที่นั่งรวมกันแล้วมากกว่า 300 ท่าน ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นของผมแบบบูรณาการทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ในอีกมุมมองหนึ่ง ไม่แน่นะครับอาจจะเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่จะเป็น “ทางเลือกอันเป็นทางรอด” ก็เป็นไปได้ เพราะลึก ๆ สังคมไทยได้พัฒนาไปสู่หนทางที่ตีบตันย่ำอยู่กับที่ไร้ซึ่งทิศทางและอนาคต เปรียบเสมือนการลงเสาหลักปักฐานบนดินเลนเหลว ไม่มีความมั่นคง ดังนั้นอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยการสนับสนุนชี้นำของคนเพียงหยิบมือ จึงเกิดปรากฎการณ์ “กีฬาสี“ เกิดการยกพวกตีกัน…

“BRIC” กับการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน”

จะว่าไปแล้วคำย่อของ “BRIC” ของผมคือ “Budget Real Estate Investor Club” ซึ่งเป็นคำนิยามที่ผมได้ตั้งขึ้นสำหรับกลุ่มคนที่สนใจที่จะลงทุนใน “อสังหาฯไม่บาน” หรือ“Budget Real Estate” ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 30 ท่าน แล้วครับ ส่วนคำว่า “อสังหาฯไม่บาน” ของ “BRIC” นั้นมีความหมายเป็นอย่างยิ่งสำหรับผมครับ คือ ต้องเป็น “อสังหาฯที่คุ้มค่า” และ “มีราคาประหยัด” เป็น “อสังหาฯ ไม่บาน” ที่ “งามง่าย พอเพียง” อีกทั้งยัง “ไม่เบียดเบียน” ทั้งตัวเองและผู้อื่น เป็นแนวคิดแบบ “บูรณาการ” ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับประเภท “มือใหม่หัดขับ” ที่อยากลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” แบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มต้นจากการอ่อนน้อมถ่อมตนว่ามีความรู้น้อยแต่ลงมือทำมากให้ความจริงจากผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จครับ ผลประโยชน์ที่จะได้รับของบรรดาสมาชิก “BRIC” มีดังนี้ คือ ข้อที่ 1. คือ การลดความเสี่ยง สำหรับผู้ที่จะเริ่มลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” จากที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน…