“HOTAP” ไม่บาน + “CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วประเทศสำหรับโครงการชีวาปุรี “HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตที่ทันสมัยได้อย่างครบถ้วนบนพื้นที่ดินขนาดกำลังพอดี 15 ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารต่าง ๆ ที่หลากหลาย อาทิเช่น “อาคารพาณิชย์”, “โฮมออฟฟิศ”, “เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์”, “บูทิคโฮเทล” และ “คอนโดมิเนียม” ก็ถือได้ว่าเป็นโครงการในฝันของผมและของใครต่อใครอีกหลายคนเพราะมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปหรือเล็กจนเกินไปและมีความหลากหลายในรูปแบบของกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่งครับ เพราะผมเชื่อว่าในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วการใช้ชีวิตของชาว “คนรักบ้าน” นั้นมีหลาย “มิติ” หากเป็นเพียงกลุ่มอาคารประเภท “คอนโดมิเนียม” เพียงอย่างเดียวก็จะขาดความหลากหลาย จึงต้องมีกลุ่มอาคารประเภทพาณิชยกรรมเพื่อรองรับกิจกรรมในการจับจ่ายซื้อของผู้อยู่อาศัยในโครงการ อีกทั้งยังมีอาคารประเภท “โรงแรม + อพาร์ตเม้นท์” ที่ผมมักเรียกว่า “HOTAP” ไว้นั่งเล่นในบรรยากาศที่ผ่อนคลายชิว ๆ จิบกาแฟ สักแก้ว ในบริเวณร้านอาหารประเภท “คาเฟ ทีเรีย” ที่เปิด 24 ชั่วโมง รวมทั้งยังมีการบริหารจัดการห้องพักทั้งรายวันและรายเดือนรวมถึง การให้บริการดูแลทำความสะอาดตลอดไปจนการให้บริการซักรีด ฯลฯ รวมไปถึงการจัดบริเวณจอดรถที่เหลือเฟือ…

บ้านไม่บานเพื่อแม่

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน เนื่องในวาระสำคัญ “วันแม่แห่งชาติ” ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกปีหนึ่ง ผมก็อยากให้บรรดาคนรักบ้านได้ถือโอกาสในช่วงเวลาอันเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิตคือ ในช่วงวันแม่นี้ได้ทำอะไรให้กับแม่เป็นการตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด ศาสนาใดต่างก็ได้รับรู้ตั้งแต่เริ่มแรกที่ลืมตาดูโลกที่สับสนวุ่นวายใบนี้ คงจะไม่ผิดนักที่ผมจะบอกว่าความรักของแม่สร้างโลกใบนี้ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นความรักที่บริสุทธิ์กว่าความรักใด ๆ ที่มีในโลก ไม่ว่าลูกของแม่จะเป็นอย่างไร จะยากดีมีจนสักเพียงใด แต่ในสายตาของแม่ ลูกเป็นคนดีที่หนึ่งเสมอครับ ผมมักจะย้ำอยู่เสมอนะครับว่าผมไม่อยากให้มีวันแม่ คือ วันที่เราแสดงความรักต่อแม่จัดขึ้นเพียงปีละครั้งในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี แต่ผมอยากให้ทุก ๆ วันเป็นวันแม่ ผมเชื่อว่าถ้าเราทำได้เช่นนี้ปัญหาที่ยุ่งเหยิง สับสนวุ่นวายเป็นวัวพันหลักของสังคมไทยในปัจจุบันนี้ก็คงจะทุเลาเบาบางลงก็ด้วยความรักอันบริสุทธิ์ของแม่นี่แหละครับ สำหรับในสัปดาห์นี้เพื่อแสดงความรักความกตัญญูรู้คุณต่อแม่ ต่อค่าน้ำนม ต่อความรักความเอื้ออาทรที่แม่ได้ฟูมฟักอุ้มชูเลี้ยงดูเราตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่โดยไม่หวังผลอะไรตอบแทน ขอเพียงให้ลูกของแม่เป็นลูกที่ดีของสังคม เพียงแค่นี้แม่ก็ชื่นใจแล้ว ดังนั้นในสัปดาห์นี้ผมจึงขอนำเสนอ “บ้านไม่บานเพื่อแม่” เอาไว้เผื่อบรรดาคนรักบ้านคิดจะสร้างบ้านหลังใหม่สักหลังเพื่อแม่ บ้านไม่บานเพื่อแม่หลังนี้เป็นบ้านที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมการให้แม่ได้ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอย่างมีความสุข มีความสะดวกสบายมีสุขภาพพลามัยทั้งกายและใจดีสมวัย รวมทั้งผมได้ออกแบบให้มีสระน้ำเล็ก ๆ เพื่อให้แม่ได้เดินออกกำลังกายในน้ำ ในยามเช้าหรือตอนเย็นเมื่อแดดร่มลมตกและผลพลอยได้จากสระน้ำเล็ก ๆ นี้แหละครับก็จะให้ความเย็นชุ่มฉ่ำแก่บ้าน อีกทั้งไว้นั่งเล่นผ่อนคลายทำกิจกรรมในครอบครัวรอบสระ ซึ่งในการออกแบบบ้านไม่บานเพื่อแม่นั้น ผมใช้หลักในการออกแบบที่นักออกแบบทั่วโลกเรียกว่า “ยูนิเวอร์สแซล ดีไซน์” (Universal Design ) ซึ่งหมายความว่าเป็นกระบวนการออกแบบที่คำนึงถึงวิถีการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์และเด็กเล็ก…

“HOTAP” + “CONDO” แดงแรงฤทธิ์ที่ “บ้านฉาง”

ก็คงต้องยอมรับนะครับว่าจากวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะวิกฤติทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีที่แล้วในหลายพื้นที่ในเขตภาคกลางตอนบนและตอนล่างรวมทั้งบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้บรรดานิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ประสบกับปัญหาน้ำท่วมติดต่อกันนานหลายเดือน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเป็น “ลูกโซ่” ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักนับล้าน ๆ บาท ทำให้บรรดาโรงงานน้อยใหญ่หลายพันโรงต่างคิดที่จะขยับขยายย้ายฐานการผลิตไปยังภาคตะวันออกที่มีความพร้อมสูงกว่าและมีความปลอดภัยจากวิกฤติทางธรรมชาติมากกว่าอย่างน้อยก็ไม่กังวลกับเรื่องภัยน้ำท่วม นอกจากนั้นยังไม่ต้องกังวลกับวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากและไม่รู้ว่าจะยุติกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่น “กีฬาสี” ที่คนไทยไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” ต่างฝ่ายต่างก็ “ถือดี” ว่าตัวเองถูก แต่ลืมไปว่ากำลังใช้เศรษฐกิจประเทศชาติเป็น “ตัวประกัน“อยู่ เอะอะก็จะปิด “กรุงเทพฯ” ปิดสนามบิน “ดอนเมือง” และ “สุวรรณภูมิ” ปิด “ทำเนียบรัฐบาล” ทำให้บรรดานักลงทุนเกิดความเบื่อหน่ายจึงย้ายออฟฟิศฐานการผลิตไปยังภาคตะวันออกที่มีเสถียรภาพมากกว่า     ผมเคยนั่งวิเคราะห์นะครับว่าทำไมการลงทุนในภาคตะวันออกช่วง 1-2 ปี จึงมีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดด พอลงลึกเข้าไปในฐานข้อมูลก็ถึงบางอ้อครับ เพราะภาคตะวันออกมีของดีอยู่ 8 ประการ ที่จะหาภาคอื่น ๆ ของประเทศที่มีครบถ้วน ประการแรก เป็นแหล่งข้าว แหล่งน้ำ แหล่งผลไม้ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร ประการที่ 2 มีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประมงที่เข้มแข็ง ประการที่…

พบกับ 108 รูปแบบ “HOTAP ไม่บาน” สไตล์ “ไฮโซ-โลว์คอสต์” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” สำหรับในสัปดาห์นี้ ผมมีข่าวดีจะมาเรียนให้แฟน ๆ ได้ทราบทั่วกันว่า ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปีนี้ ผมร่วมกับทางสถานีโทรทัศน์ “เนชั่นแชลแนล” จะจัดการเสวนาครั้งสำคัญในหัวข้อ “HOTAP” ไม่บาน สไตล์ “ไฮโซ-โลว์คอสต์” ที่สู้กับวิกฤติ ขึ้นใน วันอังคารที่ 23 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ (ซึ่งเป็นวันหยุดราชการตรงกับวัน “ปิยมหาราช” พอดี) โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้องมิตติ้งรูม 1 สำหรับท่านที่สนใจจะลงทุนทำ “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน“, “เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” , “บูทิคโฮเทลไม่บาน” ,”โรงแรม + รีสอร์ทไม่บาน” , ฯลฯ ก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ คงต้องรีบโทรมาสำรองจองที่นั่งโดยด่วนที่ 02-2451399 และ 02-6441478 ก็อย่าประมาทครับเพราะแต่ละครั้งที่จัดสัมมนาขึ้นที่นั่งเต็มเร็วเหลือเกินครับ     สำหรับผมแล้วในการจัดเสวนาในแต่ละครั้งถือว่าเป็น “หน้าที่ทางจริยธรรม”…

“บ้านของนักดนตรี” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน สำหรับสาระน่ารู้ของคอลัมน์ยอดฮิตบ้านไม่บานในสัปดาห์นี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “บ้านหลังใหม่ของนักดนตรี” และชาวคนรักบ้านที่รักเสียงดนตรีซึ่งผมหมายถึง อาคารหลังใหม่ของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยท่านนายกสมาคมดนตรี ฯ คือ อาจารย์วินัย พันธุรักษ์ อดีตนักร้องนักดนตรี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของวงดนตรี ดิ อิมพอสซิเบิ้ล ซึ่งก็จัดได้ว่าเป็นวงสตริงที่มีชื่อเสียงที่สุดวงหนึ่งของประเทศ ซึ่งท่านนายกสมาคมดนตรีฯ ได้มาทาบทามผมเมื่อ 4 เดือนก่อน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคารที่ทำการสมาคมดนตรี ฯ หลังใหม่แห่งนี้ พอผมได้รับมอบหมายโจทย์จากทางสมาคมดนตรีฯ จึงได้ทำการศึกษาในเบื้องลึกถึงรายละเอียดของพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ ที่คิดว่าจำเป็นต้องมีและที่คิดว่าควรจะมี ยิ่งศึกษาลึกลงไปก็ยิ่งค้นพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมดนตรี ฯ แห่งนี้เป็นสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเราชาวคนรักบ้านก็ทรงเป็นเอกอัครมหาศิลปินในทางดนตรีรวมทั้งสุนทรียศาสตร์แขนงอื่น ๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างก็ยอมรับในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงพระราชทานบทเพลงพระราชนิพนธ์ถึง 48 บทเพลงให้แก่พสกนิกรของพระองค์ และพระองค์ยังทรงดนตรีต่อเนื่องยาวนานเป็นประจำแทบทุกอาทิตย์ จากการที่ผมได้พบข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผมและคุณธนสิทธิ์ ธเนศนิตย์ รวมทั้งคณะทำงานต่างก็มุ่งมั่น ทุ่มเทเพื่อจะออกแบบอาคารหลังนี้อย่างสุดความสามารถ อีกทั้งยังเป็นการประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าคนไทยนั้นมีศิลปะในด้านสุนทรียศาสตร์แขนงต่าง ๆไม่ยิ่งหย่อนกว่าชาติใดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านดนตรี นอกจากนั้นเรายังมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางดนตรีโดดเด่นเหนือกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คณะทำงานได้ออกแบบให้อาคารหลังนี้มีบริเวณที่ผมเรียกว่า “หอเกียรติยศ” (Hall of fame)…

“23 ตุลา” เสวนา “HOTAP ไม่บาน” ต้านภัยพิบัติฯ

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ผมมีข่าวดีจะมาเรียนให้แฟน ๆ ได้ทราบทั่วกันว่า ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 18 -28 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ผมจะจัดการเสวนาขึ้นอีกครั้งหนึ่งเป็นการส่งท้ายปี 2555 ซึ่งผมร่วมกับทางสถานีโทรทัศน์ “เนชั่นแชลแนล” โดยจะจัดเสวนาในหัวข้อ “ฮ็อตแท็ปไม่บาน” ต้านภัยพิบัติ ที่มาจากธรรมชาติ+เศรษฐกิจ+การเมือง ขึ้นใน วันอังคารที่ 23 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการตรงกับวัน “ปิยมหาราช” พอดี โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจจะลงทุนทำ “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน“, “โรงแรมไม่บาน” , “รีสอร์ทไม่บาน” ฯลฯ ก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ เหตุผลที่จะต้องรีบแจ้งให้ทราบกันแต่เนิ่น ๆ ก็เพราะผมมักจะถูกต่อว่าต่อขานจากบรรดาแฟน ๆ หลายท่านว่าไม่เคยจองที่นั่งฟังการเสวนาทันสักที ก็เลยขอร้องให้ผมแจ้งให้ทราบแต่เนิ่น ๆ สำหรับท่านที่สนใจก็คงต้องรีบโทรมาสำรองจองที่นั่งโดยด่วนที่ 02-2451399 และ 02-6441478…

“ปฎิทานและแรงบันดาลใจ” จาก “ท่านอังคาร”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขออุทิศพื้นที่นี้ให้กับ ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ กวีซีไรต์ พ.ศ.2529 และ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2532 สารภาพตามตรงครับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายครั้งหลายคราที่ผมรู้สึกสับสนไม่รู้จะก้าวไปทางไหนดี ก็ได้อาศัย “ท่านอังคาร” นี้แหละครับ เป็นเสมือนหนึ่งบรรดา “เสาหลัก” อันเป็น “ปฎิทานและแรงบันดาลใจ” ทาง “ภูมิปัญญา” เหมือนกับ “สิ่งยึดเหนี่ยว” มิให้เราหลงไปไกลกับความตื่นตาตื่นใจของเทคโนโลยีและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบ “แดกด่วน“ที่มาพร้อมกับ “กระแสโลกาภิวัฒน์” (ที่มีระบบ “ทุนนิยม” และ “บริโภคนิยม” เป็นตัวขับเคลื่อน)                 นอกจากนั้น “ท่านอังคาร“สำหรับผมเปรียบเสมือนเป็นตัวแทน “ของดีมีอยู่” เพราะท่านเป็น “ศิลปินร่วมสมัย” โดยแท้จริง ครั้งเมื่อยามที่ท่านมีชีวิตอยู่เมื่อผมเกิดข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจกับอนาคตก็มักจะถือโอกาสไปคาราวะเยื่ยมเยือนท่าน ทั้งยังถือโอกาสสอบถามถึงทางออกของข้อข้องใจนั้น ๆ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่งครับ ครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมผมได้เข้าไปพูดคุยกับท่านพร้อมกับ อาจารย์สน สีมาตรัง เพราะเกิดข้อสงสัยในเทคนิคของการคัดลอกงานโบราณ งานของอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ซึ่งเป็นผลงานลายเส้นในช่วงปี พ.ศ. 2507…

สัมมนาอพาร์ตเม้นท์ 4 วันเต็มแบบมาราธอนครั้งสำคัญในรอบปี (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก่อนอื่นผมต้องขอบกราบขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้เกียรติกับผมสมัครเข้าร่วมฟังการบรรยายอพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบมาราธอน 4 วันเต็ม ในหัวข้อ “การลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบพอเพียง” ที่ผมจะจัดขึ้นในระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 – 4 และ 10 – 11 พฤษภาคม 2551 กันอย่างแน่นขนัด ซึ่งหัวใจสำคัญในการบรรยายครั้งนี้ ก็คือ “กระบวนการรู้เขา รู้เรา” เพื่อให้ “รบร้อยครั้ง มีชัยร้อยครั้ง” ดังที่ท่านปรมาจารย์ซุนหวู่ฝากเป็นอมตะวาจาเอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน  แต่จะว่าไปแล้วผมไม่แปลกใจเลยครับว่า ทุกครั้งที่ผมจัดสัมมนาเรื่องการลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บานก็จะมีแฟน ๆ ชาว อพาร์ตเม้นท์ไม่บานเข้ามาสำรองจองที่นั่งเต็มจนล้นทุกครั้งและยิ่งในสภาวะข้าวยาก หมาก และ น้ำมันแพงรวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างต่างแข่งขันกันขึ้นราคาอย่างรุนแรง เหล็กเส้นขึ้นราคาจากกิโลกรัมละ 18 บาท เป็น 36 บาทเช่นนี้   การลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ดูจะเป็นหนึ่งในการลงทุนยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ  เพราะดูกันผิวเผินว่ามีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว   ผมก็ยังย้ำอยู่เสมอครับว่า  ขึ้นชื่อว่าการลงทุนแล้วก็มีความเสี่ยงกันทั้งนั้นหละครับ  จะแตกต่างกันเพียงว่า จะเสี่ยงมากหรือน้อยเท่านั้น หากเกิดสภาวะเหตุการณ์ที่คับขันไม่เป็นไปตามแผนงานที่คาดไว้ก็ควรจะตระเตรียมหาหนทางพลิกแพลงปรับเปลี่ยนเพื่อประคับประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้ซึ่งผมมักจะเปรียบเสมือนกับ “การถอยให้เป็น” ตามหลักวิชาของท่านซุนหวู่ครับ                 และในการบรรยายครั้งนี้ หนึ่งในหัวข้อของการบรรยายผมก็จะพูดถึงการปรับเปลี่ยนจากคอนโดมิเนียมเป็นอพาร์ตเม้นท์…

“เหล่าเต็ง” ไม่บานแบบ “ไฮโซ-โลว์คอตส์” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอแนวคิดของการใช้พื้นที่ “เหล่าเต็ง” ก็เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบกันไปทั้งประเทศ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาว่ากันต่อเพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ เพราะยังมีบางประเด็นที่ยังค้างคาใจกันอยู่ จะว่าไปแล้วการใช้พื้นที่ “เหล่าเต็ง” ของบริเวณชั้น 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ “ชั้นลอย” ก็ได้นิยมทำกันมานานกว่า 60 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาคารประเภท “ตึกแถว” ที่มักจะมี “ชั้นลอย” นอกจากจะช่วยในการระบายอากาศได้ดีแล้ว ความโล่งโปร่งก็ยังช่วยทำให้ผู้ที่พักอาศัยไม่รู้สึกอึดอัด ถือว่าเป็นความชาญฉลาดในการออกแบบของสถาปนิกในยุคนั้นอย่างแท้จริงครับ เพราะยุคนั้นยังไม่มีเครื่องปรับอากาศอย่างเช่นในปัจจุบัน จะมีก็เพียงแต่พัดลมที่แขวนลงมาจากเพดาน ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ของบ้านเราอยู่บน “เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์” หรือ “เส้นศูนย์สูตร” (ซึ่งเป็นเส้นกลางผิวโลกในแนวนอน) ทำให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาดผ่านไปด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีอิทธิพลโดยตรงกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้นที่ฝนตกชุกและแดดแรงตลอดปี ซึ่งในบริเวณ “เส้นศูนย์สูตร” นี่แหละครับที่พระอาทิตย์จะโคจรอ้อมไปทางทิศใต้ในช่วงหน้าร้อนและโคจรขึ้นทางทิศเหนือในช่วงหน้าหนาว ทำให้ผมเชื่อว่าการออกแบบเพดานยกสูง 2 ชั้น เป็นการใช้พื้นที่ “เหล่าเต็ง” สะท้อนให้เห็นความเข้าใจ เข้าถึงสภาพภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริงครับ     สำหรับในสัปดาห์นี้มาชื่นชมรายละเอียดเพิ่มเติมจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านผู้อ่านกำลังเผชิญกับปัญหาในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่มีขนาดพื้นที่แคบ มีขนาดความกว้าง 4-5 เมตร แต่เป็นพื้นที่ที่มีความยาว 8-12…

หลักสำคัญ 4 ประการในการเลือก “ตึกแถว”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงการฟื้นคืนชีพของ “ตึกแถว” ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าอาคารประเภทนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จะว่าไปแล้วที่พักอาศัยประเภท “ตึกแถว” มีอยู่ทั่วไปทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท ที่ใดมีชุมชนที่ประกอบกิจการการค้า ที่นั่นต้องมี “ตึกแถว” ครับ สำหรับผมแล้ว “ตึกแถว” ยังเป็นเสมือนเครื่องชี้วัดว่าสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ในย่านนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเห็น “ตึกแถว” อยู่ในสภาพคึกครื้น คึกคัก ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ไม่มีห้องไหนปิด หรือถูกทิ้งร้างให้เป็นฟันหรอ ก็สามารถฟันธงลงไปว่า เศรษฐกิจการค้ากำลังเจริญรุ่งเรืองไปได้สวย แต่ถ้า “ตึกแถว” ดูเสื่อมโทรม บรรยากาศโดยรวมดูซบเซามีการติดป้ายขายหรือให้เช่าก็แสดงว่าเศรษฐกิจของชุมชนนั้นกำลังมีปัญหา และนอกจากนั้นบรรดาเศรษฐี ร้อยล้าน พันล้าน ส่วนใหญ่ก็ล้วนเติบโตมาจากอาคารประเภท “ตึกแถว” นี่แหละครับ และนอกจากนั้น “ตึกแถว” ยังจัดได้ว่าเป็นอาคารประเภท “ประโยชน์สูงและประหยัดสุด” อย่างแท้จริง เพราะใช้พื้นที่น้อย เพียง 20-25 ตารางวาต่อหนึ่งคูหา และเป็นการใช้อาคารประเภทผสมผสาน คือ บริเวณชั้นล่างทำเป็นการค้า ส่วนชั้นบนก็เป็นที่พักอาศัยหรือใช้เป็นที่สต๊อกเก็บสินค้าจึงเป็นการใช้ประโยชน์ทุกตารางเมตรของอาคารอย่างคุ้มค่าโดยแท้จริงครับ    …