อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบ “บลูโอเชี่ยน” (2)

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านก็มาคุยกันต่อจากสัปดาห์ที่แล้วนะครับที่ผมเกริ่นให้ฟังว่าเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการทดสอบแนวคิดในการออกแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบ “บลูโอเชี่ยน” ซึ่งเป็นกระบวนการศึกษาแบบเจาะลึกในเรื่องขนาดและความสูงของอาคารว่าควรจะสูงกี่ชั้นดี  ไปจนถึงการศึกษารูปทรงของอาคารควรจะเป็นลักษณะไหนดี  อีกทั้งเป็นการศึกษาขนาดที่เหมาะสมของห้องพักว่าควรจะมีสักกี่ห้องและควรจะมีขนาดกว้าง x ยาวเท่าไรดี และควรจะมีขนาดกี่ตารางเมตรดี  จึงจะเหมาะสมและสอดคล้องพอดีกับความต้องการของนักศึกษาในย่านรังสิตคลองหก  รวมถึงค่าเช่าควรจะเก็บต่อเดือนเท่าไหร่ดี  ทั้งหมดนี้คิดภายใต้กรอบของการลงทุนแบบบูรณาการรู้เท่าทันไม่เพ้อฝันทุกอย่างจับต้องได้   ทำได้จริง และจำเป็นต้องพอเหมาะ  พอดีและพอเพียงในทุกมิติ ใช้เงินลงทุนบาทแรกไปจนถึงบาทสุดท้ายอย่างรู้คุณค่าก่อให้เกิดเป็นอาคารอพาร์ตเม้นท์ไม่บานที่สวยงามที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุดในทุก ๆ ด้าน             นอกจากนั้นในการทำงานก็ยังต้องทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการลงทุนที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักการธนาคารจะเรียกการวิเคราะห์ในลักษณะนี้ว่าการทำ “ฟิสซิบิลิตี้” (FEASIBILITY  STUDY)  หมายถึง    การวิเคราะห์ผลตอบแทนในการลงทุนว่าคุ้มทุนหรือไม่และระยะเวลาในการคุ้มทุนยาวนานเท่าไหร่  โดยเริ่มต้นจากอาคารที่งามง่ายลงทุนแบบพอเพียง   ขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กจนเกินไป  ความสูงกำลังดี  ที่  5  ชั้น  มีห้องพักไม่เกิน  80  ห้อง  มีสวนร่มรื่น  มีสระน้ำเล็ก ๆ  พร้อมศาลานั่งพักผ่อนหย่อนใจที่สามารถดัดแปลงเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือร้านขายของเล็ก ๆ ให้บริการแก่ผู้ที่พักอาศัย           ผลจากการที่ทีมงานอพาร์ตเม้นท์ไม่บานทำงานกันอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลากว่าเดือนครึ่งในที่สุดที่ประชุมก็ร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า  “บลูโอเชี่ยนยูเรก้า”  ซึ่งคำว่า “ยูเรก้า” นั้นเป็นศัพท์โบราณสมัยกรีกเมื่อพันปีที่แล้ว หมายถึง  “ค้นพบแล้ว” เป็นการค้นพบอาคารที่มีขนาดกำลังพอดี …

พระอัจฉริยภาพของ “พ่อ” ที่เกี่ยวเนื่องกับงานสถาปัตยกรรม (3)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ในสัปดาห์นี้ ก็ถือ ได้ว่าเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกันแล้วนะครับ  ที่ผมได้นำเสนอพระอัจฉริยภาพของ “พ่อ” ที่เกี่ยวกับงานศิลปกรรมและการออกแบบหรืออาจจะเรียกรวม ๆ ว่า “งานช่าง”  จริง ๆ แล้วเป็นความตั้งใจของผมที่จะมีส่วนร่วม เฉลิมฉลองในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนแห่งพระสูติกาลของพระองค์    รวมทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับ “พ่อ” ซึ่งทรงเป็นเอกอัครมหาศิลปินที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพในศิลปกรรมในแขนงต่าง ๆรวมไปถึงการออกแบบที่หลากหลาย เจียระไนกันไม่หมด  ดังนั้นผมจึงขอคัดมาเฉพาะงานที่พระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบทางสถาปัตยกรรม   เพื่อนำมาเสนอให้กับบรรดาแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านทั้งประเทศให้รับรู้ รับทราบกันครับ           สำหรับสาระสำคัญในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนองานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นอีกชิ้นหนึ่งที่พระองค์ทรงมีส่วนร่วมนอกเหนือจาก   พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมราชศรัทธาที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา สาธารณรัฐอินเดีย  และพระอุโบสถวัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก  กรุงเทพมหานคร    ผมขอนำเสนอ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร  ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นมาแทนหลังเดิม  เพื่อให้สมเกียรติแด่หลวงพ่อพุทธโสธรที่ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศให้ความเคารพสักการะ   อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ทำการปรับปรุงอาคารหน้าพระอุโบสถ    รวมทั้งให้ปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณวัด  จากนั้นคณะกรรมการฯ ของทางวัด จึงได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามแนวพระราชดำริ โดยมอบหมายให้ดร.ประเวศน์  ลิมปรังษี  ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์  สถาปัตยกรรมไทยแบบประเพณี   เป็นสถาปนิกผู้ถวายงานโดยได้ร่างแบบพระอุโบสถหลังใหม่  จากนั้นได้ส่งให้สำนักราชเลขาธิการเพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายและรับพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย           โดยมีลักษณะของพระอุโบสถหลังใหม่เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์ หลังคาประกอบเครื่องยอด…

พระอัจฉริยภาพของ “พ่อ” ที่เกี่ยวเนื่องกับงานสถาปัตยกรรม (2)

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ในช่วงเดือนธันวาคมนี้เป็นช่วงเวลาอันเป็นมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย เพราะกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ  “พ่อ”  ที่ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกปี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้เป็นปีที่สำคัญยิ่งกว่าทุกปี เพราะเป็นปีที่ “ในหลวง” ของเราทรงเจริญพระชนม์มายุครบ 80 พรรษา เป็นเหตุให้ยิ่งต้องเฉลิมฉลองครับ เพราะคนโบราณถือว่าเป็นช่วงของการเจริญอายุที่ยืนยาวเสมอพระชนม์มายุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งพุทธกาลครับ   ในช่วงเวลาอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ผมอยากให้แฟน ๆ ชาวคนรักบ้านได้รับรู้ถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านอีกด้านหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบงานในด้านสถาปัตยกรรมเหมือนกับที่ผมได้รับรู้และทำให้คนรักบ้านอย่างผมเกิดความรู้สึกชาตินิยมรวมทั้งเกิดจิตสำนึกรักผืนดินเกิดและมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย           ผมมักจะพูดกับเพื่อนชาวต่างชาติของผมเสมอ ๆ ว่า  ถึงแม้ในสายตาของพวกเขาอาจจะมองว่าประเทศของเราเป็นประเทศด้อยพัฒนา    ประชากรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในฐานะยากจน  ไม่มั่งคั่งร่ำรวยเหมือนกับประเทศอื่นมีระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตต่ำกว่าประเทศอื่น ถึงแม้ว่าในสายตาของชาวต่างชาติจะมองเราว่าเรามีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและมีความขัดแย้งทางด้านความเชื่อ ถึงแม้ว่าเราจะถูกมองว่าการเมืองเราไม่นิ่ง มีการทะเลาะ เบาะแว้ง แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่นกัน ขาดเสถียรภาพ  แสวงหาอำนาจในทางที่มิชอบรวมทั้งไม่เป็นประชาธิปไตย  แต่ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเถิดจริงหรือเท็จอย่างไรก็รู้กันอยู่แก่ใจ  ผมมักจะบอกพวกเพื่อนที่พูดไทยไม่ได้เหล่านี้ว่าอย่างน้อย ประเทศไทยและคนไทยก็มีอะไรที่มีค่าที่สุดที่พวกเขาไม่มี คือ เรามี “ในหลวง” ซึ่งเปรียบประดุจ “พ่อ” ของเราที่พวกเราจงรักภักดีและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด   ถึงขนาดยอมตายถวายชีวิตเป็นราชพลีโดยไม่คิดลังเลแม้แต่น้อย นอกจากนั้น “พ่อ” ของพวกเราพระองค์นี้ยังเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระอัจฉริยภาพเหนือกษัตริย์พระองค์ใดในโลก           เพียงแค่นี้ก็ไม่อายใครแล้วครับที่จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าเราเป็น “คนไทย” และเรามี “พ่อ”…

มาร่วมกันฟื้นฟูปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญทั้ง 5 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แด่พวกเราชาวคนรักบ้าน (2)

          สวัสดีปีใหม่ครับ แฟน ๆ ชาวคนรักบ้านการเลือกตั้งเพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ สำหรับผู้ที่สอบผ่าน ก็สุข สดชื่น สมหวังฉลองปีใหม่อย่างเบิกบานกันถ้วนหน้า ใครรักใคร ชอบใครก็เลือกกันด้วยตัวของท่านเอง จะมาน้อยเนื้อ ต่ำใจว่าเลือกคนไม่ดีเข้าสภาไม่ได้นะครับ  จะแก้ไขได้อีกทีก็ตอนเลือกตั้งคราวหน้า              สำหรับผมเองได้ประกาศตัวชัดเจนแล้วครับว่า การเมืองไม่ขอยุ่ง มุ่งแต่การบ้านเพียงอย่างเดียว และไม่ขอเป็นนักการเมือง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีหลายพรรค หลายพวกที่เชิญชวนให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองก็ได้ปฏิเสธไปอย่างสุภาพว่าไม่อยากเป็น “นักการเมือง“ ครับ  แต่ขอเป็น “นักการบ้าน“ขอเป็นเพื่อนกับทุกพรรคที่มุ่ง ฟื้นฟู ปัจจัยสำคัญทั้ง 5 ประการ  ผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ยืนบนวิถีของความพอเพียง  เดินทางสายกลางที่หลักศาสนา เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา“  ไม่ใช่แบบพรรคการเมืองที่เอาคำว่ามัชฌิมาไปตั้งชื่อนะครับ  แต่จะเป็นการเมืองที่เดินบนเส้นทางสายกลางจริงหรือไม่ นักการบ้านอย่างผมก็คงไม่สามารถหยั่งรู้ในใจของนักการเมืองอย่างเหล่านั้นได้  แต่จะว่าไปแล้ว หลักมัชฌิมาปฏิปทาที่ได้ถูกสอนมากว่าสองพันห้าร้อยปีตั้งแต่ครั้งสมัยพุทธกาลนั้น แท้จริงแล้ว คือ การเดินสายกลางไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปและเป็นหัวใจของพวกเราชาวคนรักบ้าน  ในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและสมดุลในทุกมิติของบ้าน มีเงินก็ใช้แต่พอเหมาะ พอดี แบบมีน้อย ใช้น้อย ค่อยบรรจง  ดั่งคำโบราณรุ่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย…

“เหลียวหลัง” เพื่อ “แลหน้า” สู่ “ตึกระฟ้า” สายพันธุ์ “ไทย”

เมื่อ “เหลียวหลัง” เพื่อ “แลหน้า” อันจะนำไปสู่ “ตึกระฟ้า” ที่สูงที่สุดใน “ASEAN” ลองมองย้อนไปดูอดีตที่ยาวไกลจะเห็นได้ว่า คนทั่วโลกได้สร้างสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตโอฬารที่สูงระฟ้าได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในยุคสมัยโบราณ เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปิรามิด , มหาวิหาร, สถูป, ปรางค์, เจดีย์ ฯลฯ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยปัจจัยทางด้าน “ศรัทธานุภาพ” หรือพลังความเชื่อทางศาสนา และความเคารพศรัทธาต่อพระเจ้าหรือเหล่าทวยเทพ หรือศาสดาในศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศาสนา “พหุเทวนิยม” ในยุคเริ่มแรก หรือศาสนา “ฮินดู“, “พุทธ“, “คริสต์” และ “อิสลาม” ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างประเภทหอคอย ปราสาท อนุสาวรีย์ ที่มักเกิดขึ้นโดยประสงค์ของผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐหรือประเทศ ได้แก่ กษัตริย์ หรือพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นปัจจัยทางด้าน “ราชานุภาพ” ที่แสดงถึงพลังอำนาจ ความยิ่งใหญ่ในการปกครองไพร่ฟ้าประชาชน แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคความรุ่งเรืองก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม พลังอำนาจด้าน “นวัตกรรมานุภาพ” โดยเฉพาะความก้าวหน้าด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม และทางวิศวกรรมโครงสร้าง นำไปสู่การพัฒนาด้าน “นวัตกรรม” การก่อสร้างและการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์การก่อสร้างสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 19 ที่สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น…

รัฐสวัสดิการ (1)

สวัสดีครับแฟน ๆ คอลัมภ์ “เรือนชานบ้านเมือง“ แต่ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ล่าสุดของประเทศไทยที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ ถึงแม้การเข้าสู่ตำแหน่งของท่านจะไม่สง่างาม ไม่สมศักดิ์ศรีผู้ดีเก่าเท่าที่ควร มีทั้งการกอดเพื่อชาติและเสียบเพื่อชาติเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะทั้งอาการกอดและการเสียบนั้นไม่สมควรกระทำในที่สาธารณะเป็นอย่างยิ่ง ควรจะทำในที่รโหฐานมิดชิดลับตาคนสักหน่อยครับ ซึ่งการแสดงอาการดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนเลยครับว่า ตั้งแต่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้กับปวงชนชาวไทยการเมืองเรายังไม่พัฒนาไปถึงไหนกันเลยครับ เป็นผลให้เรามีสถิติที่น่าประทับใจของการเปลี่ยนขั้วของรัฐบาล รวมทั้งการปฏิวัติรัฐประหารโดยเฉลี่ย 3 ปีครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 แล้วจะให้ผมมีความหวังอะไรกับระบบการเมืองแบบไทย ๆ ที่ไร้ซึ่งอุดมการณ์ทั้งหลักเกณฑ์และหลักการแบบนี้ ผมเคยนั่งพิจารณาลึก ๆ ให้ถึงแก่นแท้ของการเมืองไทยเพื่อพยายามค้นหาว่าปัญหาที่แท้จริงแล้วมาจากอะไรกันแน่ ก่อนอื่นสังคมไทยต้องยอมรับความจริงที่ว่า สภาพเศรษฐกิจ สังคม ของเราในปัจจุบันได้เข้าสู่ความเป็นเสรีนิยมเต็มรูปแบบแล้ว มีการติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายรวมทั้งการลงทุนกับต่างประเทศ เป็นผลให้รายได้หลักของประเทศมาจากการส่งออกถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นั้นหมายถึงเศรษฐกิจและสังคมไทยนั้นมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่ในปัจจุบันมีความผันผวนเป็นอย่างยิ่งครับ ดังนั้นในที่เราจะทำความเข้าใจการเมืองแบบไทย ๆ นั้นจะต้องตั้งหลักตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ อย่าเพิ่งฝันให้ไกลและพยายามไปให้ถึงการเมืองไทยในเชิงอุดมคติ ขอให้ลืมตากลับมาสู่ความเป็นจริงของปัจจุบันจะได้ไม่หลงครับ สำหรับตัวของผมแล้วผมไม่เคยแยกปัญหาทางการเมืองกับปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมขาดจากกันครับ ดังนั้นจึงเป็นปรากฎการณ์ปรกติของการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของบรรดา ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน จนทำให้ได้นายกรัฐมนตรีใหม่ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับในความเห็นของผมแล้วไม่ได้ช่วยให้ปัญหาของสังคมไทยที่หยั่งรากลึกได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นเลยครับ ดังนั้นหากพิจารณาแบบบูรณาการจะพบว่าต้นตอของปัญหาหลักก็คือวิกฤติการณ์ทาง เศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้ง 4 ของการอยู่ดี กินดี…

“ตึกระฟ้า”

ในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมาผมได้รับการทาบทามให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการออกแบบอาคารประเภท “ตึกระฟ้า” ที่จะสร้างในบ้านเรา คำว่า “ตึกระฟ้า” ของผมอาจจะไม่ใช่ตึกที่สูงที่สุดในโลก แต่ต้องมีขนาดความสูง 90-120 ชั้น ซึ่งถ้าฟังอย่างผิวเผินก็อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่หลังจากที่ผ่านกระบวนการศึกษาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ ก็มั่นใจว่าไม่ช้าหรือเร็ว “กรุงเทพฯ” ซึ่งเป็นมหานครหลักแห่งหนึ่งของโลกก็คงจะไม่สามารถหลบลี้หนีพ้นกับการมี “ตึกระฟ้า” เฉกเช่นมหานครอื่น ๆ จากผลการศึกษาของผมบรรดาประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนไม่ว่าจะเป็น “เวียดนาม“, “อินโดนีเซีย” , “ฟิลิปปินส์” ฯลฯ ก็มีแผนการที่จะสร้าง “ตึกระฟ้า” เพราะนอกจากจะเป็นหน้าเป็นตาของประเทศแล้วก็ยังเป็นการประกาศให้สังคมโลกได้รับรู้ว่าประเทศของเรานั้นมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีขั้นสูงสุดการก่อสร้างทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม เพราะเมื่อพูดถึงตึกสูงนับ 100 ชั้น ระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในอาคารโดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมในแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งจะทวีความซับซ้อนอีกหลายเท่าทวีคูณ เช่น ระบบโครงสร้าง ก็ต้องออกแบบให้สามารถสู้กับแผ่นดินไหว, ภัยพิบัติธรรมชาติ อื่น ๆ สามารถรับแรงลมที่จะมาปะทะกับ “ตึกระฟ้า” และภัยพิบัติที่อาจเกิดจากน้ำมือมนุษย์ เช่น การก่อวินาศกรรม นี่ยังไม่นับรวมถึงระบบที่ซับซ้อนของวิศวกรรมไฟฟ้า, วิศวกรรมสุขาภิบาลตลอดจนวิศวกรรมที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และการประหยัดพลังงาน ยังมีอีกหลายศาสตร์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง นี่ยังไม่นับรวมถึงการออกแบบรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่จำเป็นต้องสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็น…

ของดี วิเศษ 3 ประการที่ไทยมีแต่ทั่วโลกไม่มี

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่แต่ละฝ่ายก็ต่างวิ่งสู้ฟัดกันอย่างฝุ่นตลบ อบอวลเพื่อที่จะได้ครอบครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรางวัลให้กับชีวิตนักการเมืองไทย ทำให้ผมรู้สึกหดหู่และปลดปลงกับระบบการเมืองล้าหลังสุด ๆ แบบไทย ๆ ที่สุดท้ายแล้วก็เป็นมวยล้มต้มคนดูจบลงที่ผลประโยชน์ของตัวกูและพรรคพวกเพื่อนพ้องของกู จบลงที่การแสวงหาตำแหน่งที่เอื้อต่อการแสวงหาผลประโยชน์และอำนาจโดยปราศจากหลักการและกติกาทางจริยธรรมใด ๆ แล้วประเทศชาติจะไม่ล่มจม ฉิบหายได้อย่างไรครับ แต่ในความมืดมิดนั้น ก็ยังมีแสงสว่างแห่งความหวังที่ปลายอุโมงค์เสมอเพราะดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้นั้นมีดีครับ อย่างน้อยมีของดีวิเศษอยู่ 3 ประการที่เราสามารถจะใช้เป็นหลักเป็นฐานในการยืนหยัดอย่างทรนงองอาจในสังคมโลกได้ การเมืองจะเละตุ้มเป๊ะขนาดไหนก็ปล่อยไปเถอะครับ บรรดา“คนดีศรีรัตนโกสินทร์” จะต้องมาช่วยกันระดมกำลังสติ ปัญญาและความรู้ความสามารถเพื่อมาปรับปรุงฟื้นฟู “ของดีมีอยู่” 3 ประการนี้ให้ได้ ต่อให้สิบปัญหา “ซัพพราม“ หรือร้อยปัญหาทางการเมือง ก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้และท่านใดที่กำลังเผชิญกับปัญหาการตกสะเก็ดทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปีหน้าคาดกันแบบเบาะ ๆ ขั้นต่ำเอาไว้ว่าจะมีจำนวนคนตกงานร่วม 2 ล้านคน ก็อย่าอ่อนแอหรือท้อแท้เป็นอันขาดครับ เอา “ของดีวิเศษ 3 ประการ” ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้นำไปใช้เป็นหางเสือในการประกอบกิจการและการดำเนินชีวิตของท่านในอนาคต ของดีวิเศษประการที่หนึ่ง ดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำมาแต่โบร่ำโบราณ จะต้องพัฒนาให้สุวรรณภูมิเป็น “ครัวโลก” ให้จงได้ เรามักจะหลงลืมไปว่าไม่ว่าเศรษฐกิจของโลกจะเป็นอย่างไรมีความผันผวนเพียงใด แต่ในโลกสีน้ำเงินเล็ก ๆ ใบนี้มีอยู่ไม่ถึง 5 ประเทศนะครับ ที่เป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ระดับพี่เต้ยเลี้ยงคนทั้งโลก จำได้ไหมครับว่าตอนเกิดวิกฤติการณ์ข้าวแพง หลายประเทศถึงขนาดเกิดการจลาจลเลยครับ การเป็น “ครัวโลก” ก็จัดได้ว่าเป็น…

ขั้นตอนการออกแบบเพื่อแสวงหาสถาปัตยกรรมแบบพอเพียงที่มีเอกลักษณ์ (2)

           สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน  ดังที่ผมได้ย้ำเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วถึงแนวคิดที่ว่า  “การออกแบบสถาปัตยกรรมแบบพอเพียงที่มีเอกลักษณ์อันจะนำเราไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงนั้นต้องเป็นการพัฒนาที่ผลิหน่อต่อยอดจากของดีมีอยู่อันเป็นรากแก้วของชุมชน”ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นการผสมผสานความงดงามของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของเมืองเพชร 3 แห่งหลอมรวมเข้าด้วยกัน ได้แก่ พระราชวังบ้านปืน พระนครคีรี และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เกิดเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์ทางศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ไปพร้อมกับการใช้งานที่หลากหลาย โดยใช้องค์ประกอบที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้น เช่น การใช้ระเบียงรอบลาน ทำให้กันแดดกันฝนได้ดีเยี่ยม และเกิดพื้นที่นั่งเล่นเอนกประสงค์เย็นสบายทั้งวัน           ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้นำเสนอเบื้องหลัง เบื้องลึกกว่าจะเป็นอาคารที่งามง่าย พอเพียง อันเป็นทั้งที่รักและที่พักหลังนี้ รวมทั้งมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ประหยัดพลังงาน  อ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ข่มมนุษย์  ข้อคิดต่าง ๆ เหล่านี้หละครับ เป็นหัวใจที่สำคัญของสถาปัตยกรรมแบบพอเพียงและก็น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบของสถาปนิกที่มีผลงานโดดเด่นของกระเบื้องเจียระไนตราเพชร   ในสัปดาห์นี้ผมได้นำรูปแบบของการคลี่คลายจากแบบร่างหรือภาพเสกตที่ได้นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพัฒนาขึ้นมาเป็นรูปแบบอาคารมีการศึกษาทั้งในด้านความสัมพันธ์ของมวลอาคาร  รูปทรงอาคารและที่ว่างเปิดโล่งของอาคาร  (ที่บรรดาสถาปนิกมักจะเรียกทับศัพท์ว่า mass , form & space)  ซึ่งในการออกแบบอาคารบ้านเรือนที่ดีนั้น  ความสัมพันธ์ของทั้ง 3 องค์ประกอบจะต้องสมดุล   ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษาถึงวัสดุ อุปกรณ์ อาคารต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นเดียวกันและยังจะต้องคิดไปไกลถึงระบบ ระเบียบ และวิธีการก่อสร้างที่ไม่ซับซ้อนสร้างได้รวดเร็ว มีราคาประหยัดและจะทำอย่างไรให้ช่างท้องถิ่นสามารถก่อสร้างได้ …

อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบ “บลูโอเชี่ยน” (1)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน  ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานที่มีแนวคิด แบบ “บลูโอเชี่ยน” หรือ “ทะเลสีฟ้า” เพื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยในย่านรังสิตคลองหก  “ธัญบุรี”  ซึ่งจากเดิมย่านคลองหกนี้จัดได้ว่า  เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของประเทศครับ  เพราะ ทุ่งรังสิต  ย้อนยุคกลับไปสู่อดีตตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่  5  เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ 6   ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญสำหรับการส่งออกทำให้ประเทศสยามและข้าวไทยมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลกตราบจนปัจจุบัน   ในช่วงรัชสมัยล้นเกล้าทั้งสองพระองค์นั้น  รัฐบาลสยามได้ทำการจัดวางผังการใช้ผืนดินและทำการสร้างเครือข่ายระบบการส่งน้ำและการระบายน้ำอย่างดีเยี่ยม โดยคณะวิศวกรชาวยุโรป ทำให้ทุ่งรังสิตถูกแบ่งออกเป็นคลอง ซอยต่าง ๆ ที่มักเรียกว่าคลองหนึ่ง  คลองสอง   คลองสาม คลองสี่  คลองห้า   คลองหก  เรื่อยไป  และทำให้ขนาดของการถือครองที่ดินและรูปทรงของที่ดินในย่านทุ่งรังสิตจะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวเป็นแถวเป็นแนว  น ที่มักเรียกว่า ต่อก็เพราะโครงสร้างระบบคูคลองการระบายน้ำนี่แหละครับ  แม้แต่ไอ้ขวัญและอีเรียมคู่พระคู่นางตัวเอกในวรรณกรรมชั้นเยี่ยมของบรมครูไม้เมืองเดิมก็เริ่มต้นบทขี่ไอ้ทุยเป่าขลุ่ยเสร็จก็ลงไปดำผุดดำว่ายใน  คลองหน้าน้ำหลากที่ทุ่งรวงทอง ที่เต็มไปด้วยข้าวออกรวงน่ามอง ณ คลองรังสิตนี้แหละครับ           เมื่อกาลเวลาผ่านไปย่านคลองรังสิตก็เปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดินจากทุ่งรวงทองก็กลายเป็นอาคารบ้านเรือนนับแสนหน่วย   รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนนับล้านคนในรูปแบบบ้านจัดสรรย่านชานเมืองที่สำคัญอีกย่านหนึ่ง  ยิ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค  สาธารณูปการ  ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการคมนาคมทั้งรถไฟและรถไฟฟ้า , ทางด่วน   , ทางยกระดับรวมไปถึงถนนวงแหวน  ทำให้ทุ่งรังสิตจากเดิมที่เป็นทุ่งรวงทองที่ข้าวตกท้องออกรวงสีทองเหลืองอร่ามไปทั่วท้องทุ่ง  กลายเป็นทุ่งทำเลทองที่ที่ดินมีราคาแพงลิบลิ่ว…