สัปดาห์แห่งความทรงจำและความประทับใจที่ “วังเลอดิส” และที่ “ทุ่งพระเมรุ” (1)

ตลอดระยะเวลา สัปดาห์ที่ผ่านมานับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำและความประทับใจของผมที่จะไม่ลืมไปชั่วชีวิต ที่ผมได้มีบุญวาสนามีโอกาสเข้าไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “คนรักบ้าน”ทางเนชั่นแชนแนลที่ “วังเลอดิส” ซึ่งจะทำการออกอากาศในเช้าวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เวลา 10.00 น. – 11.00 น. และได้มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีส่งเสด็จฯ สู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระพี่นางฯที่ “ทุ่งพระเมรุ” ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ถึงแม้จะเข้าร่วมในฐานะประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ความรู้สึกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นช่างยิ่งใหญ่น่าประทับใจในความรู้สึกของผมเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับสมเด็จพระพี่นางฯ ในทัศนคติของผมแล้ว พระองค์ท่านทรงเปรียบเสมือน สมเด็จฯ ผู้ปิดทองหลังพระและทรงเป็นกำลังสำคัญยิ่งของทั้งสมเด็จย่าและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตลอดระยะเวลาที่ทรงพระชนม์ชีพ ผลงานที่พระองค์ท่านได้ทรงไว้นั้น ช่างมากมายยิ่งนัก สังคมไทยเพิ่งจะมารับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านอย่างจริงจังก็ตอนที่ทรงพระประชวรเมื่อไม่นานมานี้เท่านั้นเอง การทรงงานของพระองค์ท่านจึงเปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง และผมก็เชื่อว่างานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ก็คงไม่มีชนชาติใดในโลกที่เหล่าประชาชนนับล้านจะพร้อมใจกันถวายความจงรักภักดี น้อมเกล้าร่วมใจกันส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยได้ยิ่งใหญ่เท่ากับพระราชพิธีของพระองค์ท่านในครั้งนี้ครับ นอกจากนั้นในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาสเข้าถ่ายทำเพื่อบันทึกเทปโทรทัศน์รายการ “คนรักบ้าน” ณ “พระตำหนักเลอดิส” ซึ่งภายหลังจากที่ผมได้ชมเทปที่บันทึกชุดนั้นแล้ว ก็เกิดความรู้สึก ปลื้มปิติ และเหมือนว่าจะเป็นเทปรายการที่ประทับใจที่สุดและรู้สึกดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมได้เคยทำรายการโทรทัศน์มาตลอดระยะเวลาหลายปี ดังนั้นสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ผมขอเล่าเหตุการณ์และเรื่องราวอันน่าประทับใจให้ได้ ฟังกันพอสังเขปครับ ผมได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายทำรายการที่พระตำหนัก “เลอดิส” คำว่า “ดิส” เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “สิบ” เพราะตั้งอยู่เลขที่ 10 ในย่านสุขุมวิท เหตุผลสำคัญที่ผมได้ขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำรายการที่พระตำหนักของพระองค์ท่าน…

“คอนโดมิเนียมไม่บาน” ของขวัญปีใหม่แด่คุณครู

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ตเม้นท์+คอนโดมิเนียมไม่บาน” เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้รับปากท่าน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ ไปบรรยายให้กับสมาชิก “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูชลบุรี” เกือบ 1,000 ท่าน ซึ่งในการบรรยายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในครั้งนี้ผมได้นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท “คอนโดมิเนียมไม่บานราคาประหยัด” เพื่อให้เป็นสวัสดิการแด่สมาชิกสหกรณ์ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในท้องตลาด ประกอบกับที่ดินกว่า 10 ไร่ แห่งนี้มีที่ตั้งที่ถือว่าเป็น “ทำเลทอง” ที่ดีเยี่ยม ติด “ถนนสุขุมวิท” อยู่ใจกลางชุมชน แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ฯลฯ และการจราจรเข้าถึงที่สะดวกสบายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้มีการคาดกันว่าคอนโดมิเนียม 2 อาคารที่สูง 12 ชั้น ในเฟสแรกประมาณ 300 ยูนิต คงไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะจะว่าไปแล้ว “สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ” มีอยู่เกือบ 10,000 ท่านและคุณครูที่ให้ความสนใจและพอที่จะมีศักยภาพในการที่จะเป็นเจ้าของก็หลายพันท่าน ดังที่ผมเคยเรียนให้ทราบแล้วครับว่า แนวคิดของ “สหกรณ์” นั้นเป็นแนวคิดที่มีความเป็น “ประชาธิปไตย” อย่างยิ่ง ไม่ว่าท่านจะถือหุ้นมากหรือน้อย…

สัปดาห์ที่คนไทยไม่ว่าฝ่ายใดจะรวมใจน้อมเกล้าส่งเสด็จ “นางฟ้า” สู่สวรรคาลัย

ช่วงสัปดาห์นี้นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทยทั้งมวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่โหมกระหน่ำประดังเข้ามาอย่างรุนแรงในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ,สังคมและการเมือง เป็นผลให้คนไทยรู้สึกสับสนไม่แน่ใจว่าในอนาคตเราจะเดินไปในทิศทางใด เป็นสัปดาห์ที่คนไทยไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหน ฝ่ายไหน พรรคไหน พวกไหน ต้องทบทวนโดยปราศจากมานะทิฐิที่เข้ามาครอบงำ เป็นสัปดาห์ที่คนไทยทุกหมู่เหล่าต้องตั้งสติ เรียกสติและสัมปชัญญะให้กลับคืนมา เป็นสัปดาห์ที่คนไทยต้องไม่ปล่อยกายรวมทั้งปล่อยใจให้หลงใหลได้ปลื้ม ไปกับอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง ไปตามกระแสปลุกระดมมวลชนที่ทำให้คนไทยแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นก๊กเป็นเหล่ารวมทั้งเกิดอาการสับสนไปชั่วขณะ เป็นสัปดาห์ที่หัวใจคนไทยทั้งชาติต้องหลอมรวม ร้อยใจทั้ง 70 ล้านดวงเข้าด้วยกันเพื่อที่จะได้ร่วมกันทำการส่งเสด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ในหลวงทรงเคยรับสั่งว่าเป็น ญาติผู้ใหญ่พระองค์เดียวที่ท่านทรงเหลืออยู่ ส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี เป็นสัปดาห์ที่คนไทยจะได้ประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ความเป็นอารยชนที่ได้ตั้งถิ่นฐานอย่างยาวนานในอารยประเทศในดินแดนสุวรรณภูมิที่มีศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเป็น “ของดีที่มีอยู่“ อันเป็น “ทุนทางสังคม“ ที่สะท้อนออกมาในพิธีกรรมต่าง ๆ รวมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมและงานวิจิตรศิลป์อันทรงคุณค่ามีความงดงามโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนออกมาให้เห็นในรูปแบบของพระเมรุมาศและองค์ประกอบ เป็นความงามที่ทั่วโลกยกย่องในความเป็นไทย ให้โลกได้ชื่นชมในความมีอารยธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชนชาวสยาม เป็นสัปดาห์ที่เราต้องเริ่มที่จะทำความดีที่ไม่เบียดเบียน ไม่มุ่งร้ายโจมตีผู้ใดถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน เป็นสัปดาห์ที่ กลิ่นธูปเปลวเทียนและแสงไฟที่เจิดจรัสในงานพระราชพิธีพระบรมศพฯ คงช่วยชี้นำทางสังคมไทยให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่นำคนไทยหลุดพ้นจาก วังวนของความขัดแย้งที่คนไทยทุกหมู่เหล่าต้องมีความอุตสาหะวิริยะอดทนฟันฝ่า ผ่านอุโมงค์แห่งโมหะภูมินี้ไปให้ได้ เป็นสัปดาห์ที่คนไทยต้องสวดมนต์ไหว้วอนขอบารมีพระพี่นางฯ น้อมนำใจคนไทยทั้งประเทศหลวมรวมให้ “รู้รักษ์สามัคคี“ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน            …

“อพาร์ตเม้นท์ + คอนโดมิเนียมไม่บาน” สวัสดิการครูชลบุรี

  สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็พบกันอีกเช่นเคยครับ สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้มาชื่นชมรูปแบบของ “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” และ “คอนโดมิเนียมไม่บาน” ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและกลมกลืน เพราะในปัจจุบันคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมหลายแห่งก็ถูกปล่อยให้เช่าเป็นอพาร์ตเม้นท์กันครับ ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งของ “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูชลบุรี” ที่อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอให้กับบรรดาสมาชิก ซึ่งโครงการนี้มีทั้งเป็นที่พักในรูปแบบคอนโดมิเนียม รวมทั้งเป็นอพาร์ตเม้นท์ โดยท่านประธานสหกรณ์ คือ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ มีดำริว่าเนื่องจากครูส่วนใหญ่มีรายได้ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับบุคคลอาชีพอื่น ๆ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสหกรณ์ที่ต้องดูแลสารทุกข์ สุขดิบ เพื่อให้ครูอยู่ดีมีสุขกันทั่วหน้าอีกทั้งมีความมั่นคงของอนาคต ก็เลยมาปรึกษาผมถึงความเป็นไปได้ที่จะทำคอนโดมิเนียมเพื่อเป็นสวัสดิการให้ครูที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ในราคาประหยัด (ที่มีจำนวนสมาชิกกว่า 10,000 คน) จะว่าไปแล้วความคิดของท่านประธานเป็นความคิดที่เป็นมหากุศลเป็นที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากสามารถดำเนินการจนสำเร็จแล้วจะทำให้ครูหลายร้อยครอบครัวมีที่อยู่อาศัยในราคาประหยัด ในสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่มีทางเดียวที่ทำให้รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องออกแบบโครงการขึ้นมาเพื่อนำเสนอทั้ง “กระบวนทัศน์” และ “วิสัยทัศน์” ต่อบรรดาสมาชิกในที่ประชุมเพื่อหาฉันทามติ เพราะกิจการสหกรณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องกระทำโดยความโปร่งใส อย่างตรงไปตรงมา ก็เลยเป็นที่มาของโครงการ “อพาร์ตเม้นท์ + คอนโดมิเนียมไม่บาน” สวัสดิการครูชลบุรี แห่งนี้แหละครับ     จริงอยู่ในภาพรวมโครงการนี้อาจจะดูใหญ่โตมโหฬารเพราะเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วก็จะมีมูลค่ารวมหลายร้อยล้าน แต่หากพิจารณาโดยเนื้อแท้แล้ว คือ การเดินตาม “ศาสตร์พระราชา” ที่ว่าด้วยความ “พอเพียง”…

“รถไฟไทย”

ผมมีความผูกพันกับ “รถไฟไทย” มานานตั้งแต่ครั้งยังเล็กเมื่อ 50 ปีล่วงมาแล้ว อาจเป็นเพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัดไกลจาก “กรุงเทพฯ” เกือบ 500 กิโลเมตร ตอนที่แม่ส่งให้เข้ามาเรียนใน “กรุงเทพฯ” ตอนนั้นการเดินทางก็ไม่ค่อยจะสะดวกสบายสักเท่าไหร่ รวมทั้งไม่ปลอดภัยหากเดินทางทางรถยนต์ ก็ได้อาศัยบริการ “รถไฟไทย” นี่แหละครับ แม้จะ “ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง” แม้จะช้าหน่อยแต่ก็ปลอดภัยและเพลิดเพลินจำเริญใจครับ ยิ่งพอโตขึ้นได้มีโอกาสเรียนรู้ อะไรมากขึ้นก็ค้นพบความจริงว่า “รถไฟไทย” ในสมัยยุคแรกเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2433 ครั้ง “พระพุทธเจ้าหลวง” ทรงมีพระราชดำริว่าจะใช้โครงข่าย “รถไฟไทย” ในการเชื่อมโยง “สยามประเทศ” อันกว้างใหญ่ไพศาลจากเหนือสุดจรดใต้สุดไปจนปลาย “แหลมมลายู” จากตะวันออกไปจรดตะวันตก เป็นผลให้สถานีรถไฟ “หัวลำโพง” ก็ได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ท่าน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการขนส่ง “ระบบราง” ที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด เมื่อทรงมีพระราชประสงค์เช่นนี้การ “รถไฟไทย” จึงเป็นศูนย์รวมของทั้ง “คนเก่ง” และ “คนดี” และเป็นที่ยอมรับว่า “เทคโนโลยี” ของ “รถไฟไทย” ในยุคนั้นดีที่สุดใน “เอเชีย” กล่าวได้ว่า…

ขอให้กำลังใจ “คนดีศรีรัตนโกสินทร์” (2)

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ว่า จะดีหรือร้ายแค่ไหน ไม่ว่าบรรดากองเชียร์จะสังกัดกลุ่มไหน ชอบฝ่ายไหน ชังฝ่ายไหน ใส่เสื้อสีอะไร ผมเองก็มักจะพูดในที่สาธารณะเสมอ ๆ ครับว่า ในส่วนตัวผมแล้วผมไม่เคยเชื่อเลยซักครั้งว่า การแก้ปัญหาทางการเมืองของสังคมไทยจะสามารถแก้ได้โดยวิธีทางการเมืองได้ เพราะในความขัดแย้งทางการเมืองนั้นหากอีกฝ่ายหนึ่งที่มีกองเชียร์นับล้านคนเป็นฝ่ายที่ถูก ก็จะเป็นผลให้อีกฝ่ายหนึ่งที่ก็มีกองเชียร์นับล้านคนเช่นกันเป็นฝ่ายที่ผิด แล้วเราจะเอาคนถูกหรือคนผิดนับล้านคนไปไว้ในส่วนไหนของสังคม แล้วจะเอาพวกเขาไปต้มยำทำแกงหรือเอาไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในคุกตารางที่ส่วนไหนของประเทศครับ แล้วประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติได้อย่างไร แต่ในทางกลับกัน หากเราคิดใหม่ ทำใหม่ แบบถอยหลังเข้าคลอง คิดแบบปลาเป็นที่ว่ายทวนน้ำ ไม่ปล่อยชีวิตและความคิดให้ไหลไปตามกระแสน้ำอันเป็นกระแสสังคมของการปลุกระดมมวลชน ซึ่งส่งผลให้สภาพสังคมไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ถึงแม้ท่านจะอยู่เฉย ๆ หรือแสดงอาการทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับทั้งสองกลุ่ม ก็ยังถูกประณามว่าผิดและโง่เพราะไม่มีสมองที่จะคิดว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่รู้ว่าอะไรควรหรืออะไรไม่ควร แม้แต่แนวคิดในเรื่องความ “สมานฉันท์” และความพยายามที่จะแสวงหาจุดร่วมกันในความแตกต่างทางความคิดของคนในชาติก็ยังผิด เพราะคิดกันอย่างนี้แหละครับ สังคมจึงมีแต่ความแตกแยก แบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย และที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งคือ ต่างฝ่ายต่างก็มุ่งแสวงหาหาผลประโยชน์ในความขัดแย้งนั้น สุดท้ายถ้าเหตุการณ์ยังพัฒนาไปข้างหน้าในทิศทางนี้ผมขอฟันธงลงไปว่า “สังคมไทยคงไปไม่รอด” เป็นแน่ครับ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนให้พวกเรามาให้กำลังใจแก่กลุ่ม “คนดีศรีรัตนโกสินทร์” ที่เสียสละ (เพราะรู้ว่าถูกโจมตีเสียผู้เสียคนแน่)ออกมาเตือนสติให้พวกเราแสวงหาทางออกของความขัดแย้งนั้น แสวงหาจุดร่วมที่แต่ละฝ่ายยอมรับได้ หาความ “สมานฉันท์” เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันนี้จัดได้ว่าเป็นสถานการณ์พิเศษครับ คงไม่สามารถให้หลักนิติศาสตร์,รัฐศาสตร์หรือข้อกำหนดทางรัฐธรรมนูญเข้ามาแก้ปัญหา แม้แต่การที่จะเข้ามาแทรกแซงของกองทัพ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็เชื่อว่าจะไม่สามารถยุติปัญหาแห่งความขัดแย้งที่บาดลึกในสังคมไทยที่เคยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขนี้ได้ ในความคิดเห็นของผมแล้วการที่เรายอมถอยหลังคนละก้าว หา “จุดร่วมที่พอที่จะยอมรับได้” บนความแตกต่าง…

แก้ “วิกฤติแรงงาน” ต้อง “ปฏิรูปการศึกษา”

ในสภาวะวิกฤตขาดแคลนแรงงานแบบสุด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพราะอยู่ดี ๆ ภายในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานสัญชาติ “กัมพูชา” ได้หายไปแบบกะทันหันกว่า 4 แสนคน ในบางไซต์งานก่อสร้างถึงขั้นเป็นอัมพาตกันเลยทีเดียวครับ เพราะในการก่อสร้าง ก็ต้องอาศัยแรงงานนี่แหละครับเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการปิดงาน ผมเคยเกริ่นในเรื่อง “วิกฤติแรงงาน” มาหลายปีแล้ว เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังรอเวลาที่จะระเบิด ซึ่งผมขอฟันธงลงไปตรงนี้ว่าสาเหตุสำคัญนั้นมาจากการเดินนโยบายที่ผิดพลาดมาหลายรัฐบาล ที่ไม่ใช้นโยบายระยะยาว มีแต่มุ่งเน้นนโยบายระยะสั้น แบบ “ประชานิยม” หวังผลจากการเลือกตั้ง จึงเป็นการบริหารจัดการแบบ “ไปตายเอาดาบหน้า” ซึ่ง “นโยบายปฏิรูปการศึกษา” ก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่ล้มเหลวและเดินผิดทางครับ ระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันที่ทำให้คนเชื่อว่ายิ่งเรียนสูง ยิ่งได้รับประกาศนียบัตร และปริญญาบัตร จะยิ่งนำมาซึ่งโอกาสในหน้าที่การงานที่ดี ในปัจจุบันเด็กไทยส่วนใหญ่จึงไม่สนใจที่จะเรียนในสาขาวิชาชีพ อาทิ เป็นช่างก่อสร้าง ช่างซ่อมเครื่องยนต์กลไก ฯลฯ มุ่งแต่ที่จะเรียนให้สูงโดยหวังงานที่สบาย คอยนั่งชี้นิ้ว เป็นเจ้าคนนายคน ผลคือเด็กไทยล้วนแล้วแต่มีใบปริญญาใส่กรอบเต็มบ้าน และในขณะเดียวกันก็ตกงานกันเต็มเมืองเช่นกัน ถ้าไม่เชื่อผมท่านลองไปเยี่ยมบ้านของคนที่ท่านรู้จัก จะเห็นได้ว่าแทบทุกบ้านเต็มไปด้วยรูปรับประกาศนียบัตร ใบปริญญาแขวนประดับข้างฝาเต็มไปหมด เป็นการเรียนแบบความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด กลายเป็นคนทำงานไม่เป็น เพราะดูเผิน ๆ เหมือนรู้กว้างแต่แท้จริงแล้วไม่รู้ลึก รู้จริง…

“โฮมออฟฟิศ” + “มินิอพาร์เม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ร้อยเอ็ด”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “ตึกแถว + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ในสัปดาห์นี้ผมจะพาแฟน ๆ ไปเยี่ยมชม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานสายพันธ์ใหม่ ในรูปแบบ “โฮมออฟฟิศ” ที่ผมอยากเรียกว่า “มินิอพาร์ตเม้นท์” ที่ตั้งอยู่เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อโครงการกิ๊บเก๋ สุดเท่ห์ว่า “คชาปุรี ศรีร้อยเอ็ดนครา” จัดได้ว่าเป็นโฮมออฟฟิศสายพันธ์ใหม่ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะถึงพร้อมด้วยอรรถประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นอาคารที่มีหน้ากว้างถึง 5 เมตร มีความลึก 12 เมตร มีการเว้นระยะด้านหลังไว้ถึง 3 เมตร เตรียมพื้นที่ไว้เผื่อจะทำเป็นห้องครัวหรือห้องรับประทานอาหาร นอกจากนั้นในบริเวณด้านหน้าก็มีการเว้นระยะจากถนนถึงตัวอาคารอีก 5 เมตร รวมเบ็ดเสร็จแล้วมีความลึกของที่ดินถึง 20 เมตรเลยทีเดียว เนื่องจากด้านหน้าอาคารถูกออกแบบให้มีความกว้างที่เหลือเฟือถึง 5 เมตร ทำให้สามารถจอดรถภายใน “มินิอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” นี้ได้ถึง 2 คัน อย่างสบาย ๆ สำหรับภายในนอกจากมีห้องเอนกประสงค์ที่สามารถประกอบกิจการทางการค้า สามารถทำธุรกิจธุรกรรมได้หลากหลายประเภทในบริเวณพื้นที่ชั้นล่างแล้ว ยังสามารถจัดเป็นห้องสำหรับที่อยู่อาศัย ได้อีกถึง 7 ห้องนอน และยังมีห้องน้ำในตัวถึง…

ขอให้กำลังใจ “คนดีศรีรัตนโกสินทร์” (1)

ในยุคที่สังคมไทยทุกหมู่เหล่าดูเหมือนว่าเต็มไปด้วยความเครียด มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย แบ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่า แม้แต่สมาชิกในบ้านเดียวกันก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันทางความคิด จนเกิดเป็นปรากฏการณ์แห่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคมไทยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในลักษณะที่ว่าหากใครคิดเหมือนกูและพวกของกูก็ถูกหมด หากผิดไปจากนั้นเป็นผิดหมด ซึ่งแนวคิดและแนวทางในการปฏิบัติในลักษณะนี้ ดูจะปิดประตูที่จะรับฟังเหตุและผลของกันและกัน รวมทั้งปิดกั้นหนทางที่ทุกฝ่ายสามารถที่จะทำใจยอมรับอันจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ต่อกัน ก็เลยเป็นผลให้สังคมไทยโดยรวมที่เคยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขกลับลุกเป็นไฟไปทุกหย่อมหญ้า ความขัดแย้งนับวันแต่จะแพร่กระจายขยายตัวออกไปทั่วทุกสารทิศ ทุกสาขาอาชีพในทุกภาคส่วนของประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ,สังคมและการเมืองโดยรวมดูจะสับสน วุ่นวาย จับต้นชนปลายกันไม่ค่อยจะถูก ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนและต่างฝ่ายต่างก็ยังมึน ๆ งงๆ หาทางลงแบบไม่ให้เสียหน้ากันไม่ถูก เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะจบลงเอยกันแบบใด ก็เพราะทัศนคติของทั้งสองฝ่ายต่างฟันธงลงไปเสียแล้วว่าในสังคมมีแต่คนถูกกับคนผิดเท่านั้น ในท่ามกลางความสับสน อลม่าน วุ่นวายกันแบบฝุ่นตลบ ที่สังคมไทยเคลื่อนตัวไปอย่างไร้ทิศทางและไร้กฎระเบียบ ในสภาพที่บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป ผู้คนต่างก็ไม่เคารพในสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งไม่เคารพยำเกรงในกฎหมายแต่กลับเชื่อในกฎหมู่ดังเช่นในปัจจุบัน ก็มีคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ หยิบมือ ที่มีความคิดแบบสายกลาง กล้าที่ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแสวงหาทางออกแบบสมานฉันท์ เป็นการถอยเพื่อทบทวนกันคนละก้าวเพื่อแสวงหาจุดร่วมในความแตกต่าง รวมทั้งมีความเชื่อว่าในสังคมของคนหมู่มากนั้นย่อมมีความแตกต่างแต่ไม่จำเป็นต้องปลุกระดมมวลชนให้เกิดความแตกแยกและต้องแตกหักกันถึงขนาดนี้ หนึ่งในนั้นคือ ท่านเลขาฯ มูลนิธิชัยพัฒนา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งสำหรับผมแล้วผมถือว่าท่านเป็นหนึ่งใน “คนดีศรีรัตนโกสินทร์” ที่ผมสามารถให้ความเคารพนับถืออย่างสนิทใจ เป็นคนที่ผมไม่เคยสงสัยในความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมในวิถีแห่งการดำเนินชีวิต ในสภาพสังคม “แดกด่วน”เช่นปัจจุบัน คนดีเช่นนี้หาได้ยากครับ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ไม่ใช่เพียงเพราะว่าผมได้มีโอกาสทำงานกับท่านที่มูลนิธิชัยพัฒนา แต่เป็นเพราะผมได้ติดตามผลงานของท่าน ที่ให้กับสังคมไทยตลอดระยะเวลายาวนานหลาย 10…

จำเป็นต้อง “เปิดทางถอย”

ในสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในปัจจุบันที่ทั้งความแน่นอนนั้นอยู่คู่กับความไม่แน่นอน เป็นผลให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการตัดสินใจลงทุนหรือเป็นเจ้าของในอสังหาริมทรัพย์น้อยใหญ่รูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, อาคารพาณิชย์, โฮมส์ออฟฟิศ, อพาร์ทเม้นท์, เกสเฮ้าส์, โรงแรมหรือคอนโดมิเนียม จำเป็นต้องเพิ่มข้อคิดในการตัดสินใจที่จะทำดีหรือไม่ทำดีคือ การเตรียมแนวคิดในการ “เปิดทางถอย” ซึ่งแนวคิดนี้จะว่ากันไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรหรอกครับ แต่กลับเป็น “ภูมิปัญญา” โบราณที่ทับถมมานานแม้แต่ในหนังสือ “อาร์ทออฟวอร์” (Art of War) ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ศิลปะในการรณยุทธ์” ซึ่งประพันธ์โดยปรมาจารย์ “ซุนหวู่” แห่ง “แคว้นฉี” ในยุค “ชุนชิว” ซึ่งเป็นยุคแห่งความปั่นป่วนที่สุดยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์ชนชาติ “จีน” มีการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่ารบราฆ่าฟันกันขนานใหญ่บาดเจ็บล้มหายตายจากกันไปทุกหย่อมหญ้า เมื่อกว่า 2,700 ปีล่วงแล้ว (ช่วงก่อน คศ.770-476 ปี) ที่ทั่วโลกยกย่องว่าเป็น “ตำราพิชัยยุทธ์” ที่จำต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนคิดทำการใหญ่ ก็ยังพูดถึงการเปิด “ทางถอย” ว่าเป็นหนึ่งใน “การรณยุทธ์” ที่ “คลาสสิค” ที่สุดประการหนึ่งครับ ปรมาจารย์ “ซุนหวู่” กล่าวไว้ว่า “สุดยอดของการรบคือการมีชัยโดยไม่ต้องรบ”…