“หลักการทรงงาน” ของ “ในหลวง” (III)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นความเดิมที่ต่อจากสองตอนที่แล้วที่ว่าด้วย “หลักการทรงงาน” ทั้ง ๒๓ ข้อ ของ “ในหลวง” ซึ่งรวบรวมโดย “ศาตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย” ( องคมนตรี ) ซึ่ง หากใครสามารถปฏิบัติตามครบถ้วนทั้ง ๒๓ ข้อได้แล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต ทั้งยังจะนำพาไปสู่ชัยชนะในการพัฒนาหรือทำกิจการงานน้อยใหญ่ ซึ่งความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้นำเสนอไปแล้ว ๑๕ ข้อ เหลืออีก ๘ ข้อ ดังมีสาระต่อไปนี้ครับ           “หลักการทรงงาน” ข้อที่ ๑๖. คือ “ขาดทุนคือกำไร” ดังกระแสพระราชดำรัสที่ว่า “…ขาดทุนคือกำไร Our Loss is our Gain การเสีย คือ การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้…” กระแสพระราชดำรัสดังกล่าว คือ หลักการของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์…

“หลักการทรงงาน” ของ “ในหลวง”

ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี ที่ทรงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ “ในหลวง” อันเป็นที่รักยิ่งของเรา ได้ทรงพระราชทาน “หลักการทรงงาน“ของพระองค์ที่ใช้ในการบริหารจัดการ โครงการในพระราชดำริกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ ถึงแม้ “ในหลวง”จะทรงงานโดยมีหลักการต่าง ๆ มากมาย แต่ในทางปฏิบัติไม่ทรงยึดติดกรอบความคิดและหลักการ เพราะในแต่ละโครงการก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน จากการที่พระองค์ทรงงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเกิดสัมฤทธิ์ผล ซึ่ง “หลักการทรงงาน” ของพระองค์ท่านได้ถูกสรุปขึ้นโดย “ศาตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย” ( องคมนตรี ) ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากจึงนำมาเผยแพร่ให้รับรู้และรับทราบเป็นแบบอย่างให้ประชาชนทั่วไปสามารถน้อมนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดผมขอนำเสนอ “หลักการทรงงาน” เพียง ๙ ข้อจากทั้งหมด ๒๓ ข้อดังมีรายละเอียดที่น่าสนใจยิ่งดังต่อไปนี้ครับ “หลักการทรงงาน” ข้อที่ ๑. คือ การศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ การที่จะทรงพระราชทานโครงการใดโครงการหนึ่งให้กับประชาชน ทรงศึกษารายละเอียดอย่างลึกซึ้งเพื่อที่จะ “เข้าใจ,เข้าถึง,จึงพัฒนา” อย่างเป็นระบบ จากข้อมูล เอกสาร แผนที่ ฯลฯ ทั้งยังทรงสอบถามจาก เจ้าหน้าที่,นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ “หลักการทรงงาน”…

“ภูมิสังคม” ที่ “พอเพียง”ของ “ในหลวง”

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมาก่อนที่ “ในหลวง” จะเสด็จสวรรคตเพียง 5 วัน ผมได้เขียนถึงแนวคิด “ภูมิสังคม” ที่ “พอเพียง” ของ “ในหลวง” ที่พระองค์ทรงเป็น “ต้นแบบ” ให้พสกนิกรของพระองค์ท่านได้เห็นว่าที่ก่อนจะทำกิจการงานใด มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องศึกษาจนเกิดความเข้าใจถ่องแท้ในทุก ๆ “มิติ” ให้ได้เสียก่อน ยิ่งถ้าเริ่มจากความรู้ความเข้าใจมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีชัยชนะในการพัฒนามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ความรู้ความเข้าใจ “ภูมิสังคม” นี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นที่สุด เพราะในการแก้ไขปัญหาที่สลับซับซ้อน ไม่อาจจะทำทีเดียวให้สำเร็จเด็ดขาดได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการค่อย ๆ ทำค่อย ๆ แก้ไขไป ในบางโครงการของ “ในหลวง” ต้องเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองถึง 45 ครั้ง เพราะพอแก้ไขปัญหาหนึ่งสำเร็จ ก็ส่งผลกระทบถึงปัญหาอีกอย่างหนึ่ง เป็นลูกโซ่ไม่รู้จักจบสิ้น ความรู้ความเข้าใจที่พระองค์ทรงรับสั่งว่าเป็น “ภูมิสังคม” นั้น จึงเป็น “แก่น” ที่สำคัญ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่าง “เพียงพอ” และ “พอเพียง” ในทุก “มิติ” ครับ “ในหลวง” ได้ทรงพระราชทานแนวคิดเรื่องความ…

“ภูมิสังคม” คือ “ภูมิคุ้มกัน”

จากการที่ผมได้รับเชิญไป “ศรีลังกา” เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ได้มีโอกาสนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ทบทวนแบบ “เหลียวหลังเพื่อแลหน้า” สำหรับผมแล้วก็เหมือนกับการได้ประเมินและตรวจสอบตัวเองเป็นระยะ ๆ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อหลายปีก่อนในช่วงเวลาอันแสนสุขที่ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ครั้งที่ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา” ของ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทั้งคนเก่งและคนดี ผมนึกถึงคำพูดของ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ซึ่งท่านเป็น “เลขาธิการมูลนิธิฯ” ที่ได้พูดถึง “ภูมิสังคม” ซึ่งในทัศนคติและมุมมองของผมแล้ว มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเป็นเสมือนการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้กับทั้งตัวผมเอง และบรรดาผู้คนรอบตัวผม จากการที่ผมได้ติดตามข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ก็ได้รู้ว่า “สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ได้แจ้งให้ทราบถึงสภาวะเศรษฐกิจและสังคมไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า ในขณะที่ “เศรษฐกิจมหภาค” ได้เติบโตตามเป้าหมายไม่น้อยกว่า 3% ของ “จีดีพี” (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) แต่ในภาพที่มองต่างมุมนั้นกลับมีปัจจัยบ่งชี้ให้เห็นถึงการเลิกจ้างคนงานที่เพิ่มขึ้นถึง 34.8% ในไตรมาสที่ 2 สาเหตุเป็นเพราะในช่วงเดือนกรกฎาคมกำลังผลิตของภาคอุตสาหกรรมลดลงถึงระดับ 62.34% เพราะการส่งออกลดลง 8.4% ซึ่งก็เป็นดรรชนีชี้วัดให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่ในอนาคต ดังนั้นสำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาสร้างเสริม “จุดแข็ง” และ…

4+1 อ.สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับอนาคตที่ยังไงก็มาแน่เกี่ยวกับจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการประมาณการว่า ในปี พ.ศ.2568 โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุขและประชากรในบ้านเราจะมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลครับ ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยต้องแบกภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่คนเหล่านี้ หากพูดถึง “เบี้ยยังชีพ” ที่รัฐบาลได้จัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปี ขึ้นไป จึงได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เพียงเดือนละ 600 บาท เฉลี่ยวันละ 20 กว่าบาท จนนึกไม่ออกครับว่าจะกินจะอยู่อย่างไร ที่เห็นได้ชัดเจน คือ หากไปตามโรงพยาบาลของรัฐในสถานที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างใน “กรุงเทพฯ” เช่น “โรงพยาบาลศิริราช” , “โรงพยาบาลรามาธิบดี” และ “โรงพยาบาลราชวิถี” ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยผู้ป่วยสูงอายุและกำลังเจ็บป่วยในโรคยอดนิยม อาทิเช่น โรคความดัน,โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ,โรคตับ, โรคไต และโรคมะเร็ง และโรคอื่น ๆ ที่ตามมาเป็น “แพ็กเก็จ” แบบ “โปรโมชั่น” ซึ่งโรคเหล่านี้ที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับบรรดานายแพทย์ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน, แพทย์แผนไทย, แพทย์แผนจีน…

“MLR” ทางเลือกอันเป็นทางรอดใหม่ของการลงทุน “อสังหาฯ” ในอนาคต

หลายเดือนที่ผ่านมาผมนั่งคิดพินิจพิจารณาแบบนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ว่าอะไรคือคำตอบของการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในอนาคต พอพูดถึงการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” นั้นผมเชื่อว่าทุกท่านจะไม่สามารถหลบลี้หนี้พ้นการลงทุนใน “อสังหา ฯ” น้อยใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งผมหมายถึงท่านอาจจะเล่นบทบาทในบางโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อ, ผู้ใช้บริการ หรืออาจจะเป็นผู้ขายหรืออาจจะเป็นเจ้าของโครงการ เพราะอย่างไรเสียท่านก็จะเป็นหนึ่งในนั้นครับ สำหรับ “อสังหาริมทรัพย์” ของผมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมถือว่าเป็นหนึ่งใน “ปัจจัย 4″ ของมนุษย์ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,เครื่องนุ่งห่ม, (รวมไปถึงเครื่องใช้ไม้สอย) ยารักษาโรคและ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งหมายถึง “อสังหาริมทรัพย์” ครับ จะเห็นได้ว่าในธุรกิจการลงทุนใน “อสังหาฯ” จะประกอบไปด้วย ผู้ที่ลงทุนและผู้ซื้อ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็น “ที่ดินเปล่า“, “บ้านเดี่ยว“, “บ้านแฝด“, “ทาวเฮ้าส์“, “อพาร์ทเม้นท์“, “คอนโดฯ“, “โฮสเทล“, “โรงแรม“, “รีสอร์ท” ฯลฯ ซึ่งหมายถึงจะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรวมทั้งผู้ใช้บริการรวมกันอยู่ในเวลาเดียวกันเสมอ บางครั้งเราก็เป็นผู้ใช้บริการ เช่น พักในโรงแรม, รีสอร์ท,…

“Curiosity” กับ “อายุยืน 200 ปี”

จากการที่สองผู้ยิ่งใหญ่ในโลกคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ได้เดินทางโคจรมาพบกันในงาน “China Development Forum” ที่ ณ เรือนรับรอง “เตียวหยูไถ่” ทำให้ผมได้ข้อคิดมากมายครับ จากการที่ท่านทั้งสอง คือ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของ “เฟสบุ๊ก” ซึ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ในซีกโลก “ตะวันตก” กับ “แจ็ค หม่า” ซีอีโอ ของ “อาลีบาบา” ผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ของซีกโลก “ตะวันออก” ซึ่งทั้งสองท่านได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากครับ           “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้พูดถึง การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ซึ่งนับวันก็จะเก่งกล้าสามารถกว่ามนุษย์ขึ้นทุกที จะเห็นได้จากการที่แชมป์โลกชาวเกาหลีได้พ่ายแพ้ให้กับคอมพิวเตอร์ในการแข่งขันเกมส์ “โก๊ะ” หรือ “หมากล้อม” ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาแชมป์โลกหมากรุกชาวรัสเซียก็เสียแชมป์หมากรุกให้กับคอมพิวเตอร์เช่นกัน นอกจากนั้นอีกไม่นานเกินรอก็จะเห็น “รถที่ไร้คนขับ” วิ่งกันขวักไขว่เต็มไปหมด นั่นหมายถึงคนต้องแข่งขันกันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้สามารถก้าวทันกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ที่กำลังก้าวรุดหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้ฝากข้อคิดเอาไว้และเป็นการเตือนสติให้กับผมเป็นอย่างยิ่ง…

อีก “มิติ” ของ“ดร.เจ้าคุณธงชัย” ที่ผมรู้จัก

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าผมโชคดีมากครับ มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องมงคลมากมายเข้ามาสู่ชีวิตผม เช่นในกรณีที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่าน “ดร.เจ้าคุณธงชัย” หรือ “พระพรหมมังคลาจารย์” ที่ “วัดไตรมิตรวิทยาราม” ซึ่งวัดแห่งนี้ก็มีเรื่องเล่าขานกันว่าในอดีตเกิดจากชาวจีน 3 คน ก็คือ “ไตรมิตร” หรือ “มวลมิตร” ทั้ง 3 ก็ช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้น และต่อมาก็ได้มีการค้นพบ “หลวงพ่อทองคำ” ที่เป็นพระพุทธรูปสมัย “สุโขทัย” อายุร่วม 800 ปี ที่หล่อขึ้นด้วยทองคำทั้งองค์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีตำนานเล่าขานของการผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านศึกสงคราม สุดท้ายก็ได้มาประดิษฐานที่ “วัดไตรมิตร” แห่งนี่แหละครับ นอกจาก “หลวงพ่อทองคำ” ที่มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลกแล้ว “วัดไตรมิตร” ในปัจจุบันก็มีท่าน “เจ้าคุณธงชัย” ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไกลไปทั่วโลกไม่น้อยไปกว่า “หลวงพ่อทองคำ” จะว่าไปแล้วผมได้ยินชื่อเสียงของท่าน “เจ้าคุณธงชัย” มานานหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยท่านได้จัดทำวัตถุมงคลประเภทเหรียญและผ่ายันต์รุ่นต่าง ๆ และต่อมาก็มีคนพูดถึงท่านในกรณีที่ทีมฟุตบอล “เลสเตอร์ ซิตี้” ได้เป็นแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” แบบ “ม้านอกสายตา” แต่เพราะขวัญและกำลังใจจากผ้ายันต์ของท่าน “เจ้าคุณธงชัย” เป็นผลให้ทีมทั้งทีมรวมใจเป็นหนึ่งเดียวทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค…

“Underdog Millionaire”กับ “อิสรภาพ” และ “การเพิ่มพูน” ขึ้น ทั้ง 8 ประการ

ในส่วนตัวผมแล้วชอบคำว่า “Underdog Millionaire” มากครับ ถ้าแปลตรงตัวแบบคำต่อคำ ซึ่งแปลว่า “เศรษฐีเงินล้าน” (Millionaire) ที่ “ต่ำต้อยกว่าสุนัข” (Underdog) ก็ไม่ได้ใจความอะไร แต่หากแปลให้ได้ใจความก็จะหมายถึง “เศรษฐีเงินล้าน” ประเภท “ม้านอกสายตา” คือ ไม่มีทีท่าว่าจะรวยแต่ก็รวยอะไรทำนองนั้นครับ ซึ่งบรรดา “เศรษฐีเงินล้าน” ประเภท “ม้านอกสายตา” เหล่านี้จะต้องมี “คุณสมบัติ 8 ประการ” ในการมี “อิสรภาพ” และ “การเพิ่มพูน” ขึ้นอย่างไร้ข้อจำกัด ส่วนจะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาประกอบกับจังหวะและโอกาสครับ             ประการแรก คือ “อิสรภาพและการเติบโตขึ้นของทรัพย์สิน” ( “Growth of Assets“) ไม่ว่าจะเป็นอาคาร,บ้าน,ที่ดิน ที่นับวันจะเพิ่มพูนขึ้น ประการที่ 2 คือ “อิสรภาพและการเพิ่มพูนขึ้นของรายได้ที่หลากหลาย”(“Growth of Income”)ที่มาจากหลายทิศทาง (Multiple Sources of Income) ประการที่ 3 คือ…

“วิกฤติ” ที่ผ่านมาทั้ง 5 กับการเตรียมรับมือ “สงคราม” ทั้ง 6

ผมมานั่งทบทวนย้อนหลังเกี่ยวกับการลงทุน “อสังหา ฯ” ของบ้านเราในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็น “การเหลียวหลังแลหน้า” เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเรียนรู้ อยู่ร่วมกับอนาคตที่ดูจะอึมครึมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมค้นพบว่าสังคมไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เผชิญหน้ากับวิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคม น้อยใหญ่มามากมาย และที่ลืมไม่ลงก็มี “5 วิกฤติ” ที่สำคัญดังนี้ครับ วิกฤติครั้งที่ 1 “สงครามอ่าว” ครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดี “บุช” (ผู้พ่อ) กับ “ซัดดัม ฮุสเซน” ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจลุกลามบานปลายเกิดสงครามโลกในครั้งนั้น วิกฤติครั้งที่ 2 คือ “ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ” ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั้งในด้านอุดมการณ์ทางความคิด ระหว่างท่าน “จำลอง ศรีเมือง” กับ ท่าน “สุจินดา คราประยูร” วิกฤติครั้งที่ 3 ครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน คือ “การโจมตีค่าเงินบาท” ของพ่อมดทางการเงิน “จอร์จ โซรอส” และวิกฤติครั้งที่ 4 คือ วิกฤติ “กีฬาสี” ระหว่าง “สีเหลือง”กับ…