“MODERN + LUXURY TUSCANY ” @ “บ้านฉาง”

ก็ขอสารภาพตามตรงนะครับว่าในฐานะสถาปนิกและนักวิชาการในด้านสถาปัตยกรรมที่มีโอกาสได้ไปร่ำเรียนวิชาเกี่ยวกับ “ศิลปสถาปัตยกรรม ” มาจนจบปริญญาเอก ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ที่ผมใช้ชีวิตใน “ยุโรป ” ก็มีความประทับใจในแบบบ้านของคน “ยุโรป” ที่หลากหลายรูปแบบและหนึ่งในนั้นคือ แบบ “TUSCANY” ก็ยังฝังใจผมอยู่เสมอครับ เพราะสะท้อนถึงความงามง่าย เรียบง่าย และสัจจะของวัสดุ และแบบที่ผมชอบก็จะเป็นบ้าน“ TUSCANY” ที่ปลูกสร้างขึ้นในชนบท จะว่าไปแล้วแต่ละหลังก็มีอายุกันหลายร้อยปี ใช้งานต่อเนื่องกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบบ้าน “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส ” อย่างแท้จริง เพราะถึงเวลาจะเปลี่ยนผ่านนานเท่าไรก็จะไม่มีวันล้าสมัย อีกทั้งยังสร้างง่าย ซ่อมง่าย ดูแลรักษาง่าย มิฉะนั้นแล้วบ้านแบบนี้ก็คงไม่ยืนยงคงกระพันมานานหลายร้อยปีหรอกครับ  ยิ่งศึกษาก็ยิ่งค้นพบครับ ผมไม่แปลกใจเลยครับว่าศูนย์กลางของสไตล์ “ TUSCANY” อยู่ที่เมือง “ฟีเรนเซ ” (Firenze) หรือ “ฟลอเร้นซ์ ” ( Florence) ถ้าท่านไม่รู้จักเมือง “ฟลอเร้นซ์ ” ก็ถือว่าท่านสอบตกในวิชา “ศิลปะสถาปัตยกรรม ” เพราะ “ฟลอเร้นซ์ ”…

Details

อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” เมื่อความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้กับอาคารเก่า 7 ชั้น อายุ 80 ปี ที่เดิมเคยประกอบกิจการเป็น “โรงน้ำชา” ติด “วัดเล่งเน่ยยี่” ย่าน “เยาวราช” ให้กลับฟื้นคืนชีวิตในปัจจุบัน สามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พาณิชกรรมและพักอาศัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่าน “เยาวราช” บนถนน “เจริญกรุง” ครับ พอได้เผยแพร่ผลงานออกแบบชิ้นนี้ของผมออกไปสู่สาธารณะก็มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็แสดงความชื่นชมกันมามากมายครับ และหลายท่านได้บอกกับผมว่ากระบวนการ “Revitalization” หรือ “การฟื้นคืนชีวิต” ให้กับอาคารบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้างที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้น เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะนำไปสู่กระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม” ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ถูกทิ้งร้าง ตกอยู่ในทัศนะอุจจาด เป็นที่ทิ้งขยะ เป็นที่พักของคนเร่ร่อนจรจัด รวมไปถึงเป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพและยาเสพติด จึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนในย่านนั้น และไม่สมศักดิ์ศรีของย่าน “ถนนเจริญกรุง” หรือ “New Road” ซึ่งถนนเส้นนี้ได้ถูกตัดขึ้นเพื่อรองรับความเจริญในรูปแบบใหม่ ๆ สมัย “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5″ จะว่าไปแล้ว “ถนนเจริญกรุง” ในอดีตถือว่าเป็นย่าน “ไฮโซ” มากครับ ทั้ง…

Details

การปรับปรุงอาคาร 80 ปี ติดกับ “วัดเล่งเน่ยยี่” ให้เหมือนกับมีอายุ 18 ปี

สวัสดีครับแฟนๆชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมจะพาแฟน ๆ ไปเที่ยวย่าน “เยาวราช” ติดกับ “วัดเล่งเน่ยยี่” ซึ่งเป็นการบูรณะปรับปรุงฟื้นฟูอาคารเก่าที่มีอายุกว่า 80 ปี ที่ในอดีตเคยเป็นอาคารโรงน้ำชา 7 ชั้น แต่เมื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนไป กิจการโรงน้ำชาก็ซบเซาลงและในที่สุดก็ถูกปิดทิ้งร้าง จึงกลายสภาพเป็นแหล่งเสื่อมโทรมและเกิดทัศนะอุจาดขึ้น ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสขับรถผ่านไปมาหลายต่อหลายครั้งบนถนน “เจริญกรุง” พอได้พบเห็นก็เกิดความรู้สึกสังเวช เพราะดูไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลย ก็คิดคำนึงอยู่ในใจว่าน่าจะมีใครสักคนเข้าไปบูรณะปรับปรุง,ฟื้นฟู เพราะทำเลที่ตั้งก็ถือได้ว่าอยู่บนทำเลที่ดีเยี่ยม เพราะอยู่ติด “วัดมังกรกมลาวาส” หรือ “วัดเล่งเน่ยยี่” ที่เป็นวัดจีนเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งรัชสมัย “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5” ซึ่งอาคารเก่าดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินของ “สำนักงานพระคลังข้างที่” จากที่ผมได้สืบค้นประวัติดูแล้วก็พบว่า เป็นที่ดินส่วนพระองค์ของ “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6″ ได้ตกทอดแก่พระราชธิดา คือ “สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ”     ในฐานะที่ผมเป็นสถาปนิกและนักวิชาการผังเมือง การที่อาคารบ้านเรือนตกอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้าง จนทำให้เป็นที่ซ่องสุมของบรรดาขอทานและคนจรจัด รวมทั้งยังเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมก็คงไม่ดีเป็นแน่ ทั้งยังอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในย่านนั้น ซึ่งต้องมีใครลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างจนกระทั่ง ทาง “บริษัทอิมพีเรียล แลนด์ จำกัด” ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญาเช่าอาคาร 7 ชั้นดังกล่าว…

Details

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับคนทำงานย่าน “บางบ่อ”

สวัสดีครับแฟนๆชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากมีแฟนๆชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ท่านหนึ่งซึ่งเป็นคน “บางบ่อ” ก็มีความรู้ความชำนาญในการเลี้ยงปลาอันเป็นธุรกิจของครอบครัว เพราะ “บางบ่อ” ขึ้นชื่อว่ามีบ่อปลามากครับ คนแถวนั้นเลี้ยงปลากันแทบทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นปลาสลิด ปลากะพง ฯลฯ ในวันดีคืนดีย่าน “บางบ่อ” ก็เจริญเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะกระแส “โลกาภิวัฒน์” ทำให้แถบ “บางบ่อ” ได้เกิดชุมชนใหม่ๆขึ้นมากมาย สืบเนื่องจากมีโครงการพัฒนาพื้นที่ในย่าน “บางบ่อ” ขึ้นเป็น “นิคมอุตสาหกรรม” หลายแห่ง ที่มาพร้อมกับแรงงานนับหมื่นนับแสนอัตราที่หลั่งไหลกันมาจากทั่วทุกสารทิศ จะว่าไปแล้วไม่ใช่เฉพาะแรงงานไทยนะครับ แต่รวมถึงแรงงานต่างชาติด้วย เพราะในปัจจุบัน “สยาม” ประเทศของเราได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตทางภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของ “อาเซียน” ผมถึงไม่แปลกใจที่เห็นชนชาวพม่า, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม ฯลฯ เดินขวักไขว่กันเต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมด คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการปัจจัย 4 กันทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่อาศัย ผลคือเกิดการสร้างอพาร์ทเม้นท์หรับผู้ใช้แรงงานกระจายเต็มไปหมด สร้างเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอครับ เติบโตขึ้นตามภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวเจริญเติบโตขึ้น ส่งผลให้ “บางบ่อ” จากเดิมที่เคยเป็นบ่อปลา ในปัจจุบันบรรดาบ่อปลาจำนวนไม่น้อยก็ถูกถมเพื่อสร้างอพาร์ทเม้นท์เพื่อรองรับแรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตาม ในสภาวะเศรษฐกิจสังคมเช่นนี้ จะมีรูปแบบในการพัฒนาในลักษณะเป็น “Pattern” ที่เป็นการทำซ้ำอย่างนี้เสมอครับ และที่ผมสนใจคือการลงทุนในลักษณะนี้จะมีโอกาสผิดพลาดและความเสี่ยงน้อยมากครับ เพราะตราบใดยังมีคนทำงานอยู่ใน “นิคมอุตสาหกรรม” ตราบนั้นก็ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ราคาประหยัดสำหรับคนทำงานครับ     “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับคนทำงานที่ “บางบ่อ” ก็เลยเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าของจะว่าไปแล้วเพิ่งจบจากมหาลัยมาหมาดๆเป็นลูก “แม่โดม” ที่มีอายุเพียง 20 ต้นๆ เท่านั้น แต่วิสัยทัศน์ยาวไกลเกินอายุไปมากครับ เพราะเดิมที่บ้านก็มีอาชีพเลี้ยงปลา ก็เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ดีพอสมควรนะครับ ประกอบกับความต้องการบริโภคปลาก็มีเพิ่มขึ้นทุกวันทำให้สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ภายใต้โครงสร้างและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจสังคมเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็ว อย่างไรเสียธุรกิจธุรกรรมประเภทเลี้ยงปลา,บ่อปลาก็จะต้องลดจำนวนลง การเตรียมการรองรับกับอนาคตโดยขยับขยายกิจการจากกิจการเลี้ยงปลาเป็นการลงทุนใน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ก็เป็นอีก “หนึ่งทางเลือกเป็นทางรอด” ครับ เพราะยิ่งสร้างเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งคืนทุนเร็วไวยิ่งขึ้นเท่านั้นครับ และยิ่งค่าเช่าต่อเดือนไม่สูงเท่าไหร่ก็จะมีความเสี่ยงต่ำเท่านั้น ในโลกความจริงก็เป็นเช่นนั้นครับ หากเราสามารถกำหนดราคาค่าเช่าไม่สูงเกินไปนักก็หมายความว่าอัตราเข้าพักก็จะสูงถึง 85% – 95% เลยทีเดียว ภายใน 6-8 ปี จะคืนทุน เงินที่ลงไปก็จะกลับคืนมารวมถึงได้อาคารและสิ่งปลูกสร้างมาด้วย จะว่าไปแล้วการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของผมนั้นเปรียบเสมือนเป็น “ตู้กับข้าว” ที่เก็บข้าวสารอาหารแห้งไว้กินกันแบบยาวๆนานๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในยามฉุกเฉิน เราก็มีอาหารเก็บสำรองไว้ใน “ตู้กับข้าว” เสมอ ซึ่งแนวคิดนี้แหละครับ ผมก็ได้สอนให้กับบัณฑิตหนุ่มเจ้าของโครงการนี้ว่าหากเดินตามแนวทางนี้ต่อไป เป็น “อายุน้อยร้อยล้าน” แน่นอนครับ เพราะในโครงการนี้เมื่อสร้างสมบูรณ์จะประกอบด้วยอาคารถึง 6 ตึกเลยทีเดียว ก็ค่อยๆ สร้างไปตามกำลังที่มีทำทีละตึกสองตึกครับ ขยายการลงทุนเมื่อพร้อมแบบ “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละเรื่อง” ในสภาพปัจจุบันก็อาศัยรายได้จากบ่อปลานั่นแหละครับมาหล่อเลี้ยงชีวิตไปพลางๆก่อน ค่อยๆเก็บหอมรอมริบไป ค่อยๆสร้างไป เดินตามแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” อย่างเคร่งครัด เพราะเพิ่งอายุแค่ 20 ปีต้น ๆ เท่านั้น ไม่ต้องรีบรวยครับ     ซึ่งผมก็ได้ฝากข้อคิดกับทางเจ้าของถึงสิ่งที่ผมได้เรียบรู้จากการที่ได้ทำงานกับ “มูลนิธิชัยพัฒนาฯ” นั้นมีหลักสำคัญ2ประการที่กำลังสติปัญญาอันน้อยนิดของผมพอที่จะจับความได้ ประการแรก จะต้องมี “ความเพียงพอ” และ “พอเพียง” ในทุก “มิติ” เช่น จะต้องมีความรู้, ความเข้าใจ, ความชำนาญ รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรม และภูมิคุ้มกันที่ “เพียงพอ” และ “พอเพียง” เพราะโดยปกติแล้ว เรามักจะประเมินตัวเราเองสูงเกินไปเสมอ หรือไม่ก็ต่ำเกินไปเสมอ ซึ่งก็ไม่ดีทั้งคู่ครับ และ ประการที่ 2 คือ จะต้องทำงานแบบ “เป็นขั้นเป็นตอน” ไม่กระโดดข้ามขั้น ไม่เร่งรัดหรือไม่เร่งรีบจนเกินไปหรืออืดอาดยืดยาดจนเกินไป ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะมีถึง 6 อาคาร แต่ผมก็ให้เริ่มทำอาคารแรกให้ผ่านก่อน เรียนรู้ผลลัพธ์จากการลงมือทำให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยก้าวไปข้างหน้า เป็นการก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง เพราะอายุยังน้อย ยังไงก็ประสบความสำเร็จแน่ครับ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ครับ มาร่วมสานฝันกับบัณฑิตหนุ่มที่ต่อไปจะเป็นเศรษฐีเจ้าของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ทั้ง 6 อาคาร สำหรับคนทำงานย่าน “บางบ่อ” ส่งแรงใจไปช่วยให้ “ความหวัง ความฝัน อันเป็นของฟรี” ของบัณฑิตจบใหม่คนนี้ให้เติมเต็มกับสิ่งที่เขาฝันไว้ จะว่าไปแล้วที่ว่ายากๆ ก็ตอนตัดสินใจในก้าวแรกที่จะลงมือทำนี่แหละครับ ดังสุภาษิตจีนที่ว่า “ทางหมื่นลี้ ก็ต้องเริ่มจากลี้แรกเสมอ” ครับ สำหรับสาระน่ารู้ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ก็มีเท่านี้ สำหรับท่านที่ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือศึกษาข้อมูลย้อนหลังก็สามารถเข้าไปที่ www.homeloverthai.com ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดแบบต่างๆ ได้ฟรี…

Details

อาจารย์ “ดร.เชี่ยว ชอบช่วย” ฉลอง 55 ปี กับผลงาน 555 โครงการ

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อสังหา ฯ ไม่บาน” อีกไม่นานก็จะถึงวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม นี้แล้วนะครับ ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาก็ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 55 ปีของผม พอนับไปนับมาก็มีผู้ต้องการเข้าร่วมลงชื่อไว้กว่า 300 คน+++ ผมก็เลยได้ให้แนวคิดว่าแทนที่จะมาเลี้ยงเพื่อสังสรรค์กันก็คงไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากความสนุกสนานเฮฮา สู้มาให้ความรู้กันดีกว่า เพื่อให้เป็น “วิทยาทาน” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่นไปพร้อมกัน ก็เลยกลายเป็นที่มาของการจัดการบรรยาย “ครบรอบ 55 ปี” กับผลงาน “อสังหาฯไม่บาน” 555 โครงการ” โดยจะจัดขึ้นที่ “อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์” ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ทำเลเดินทางสะดวกสบาย สามารถใช้ “รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ” ที่ “สถานีเพชรบุรี” ครับ     โดยการบรรยายจะเริ่มต้นตั้งแต่บ่ายโมงไปจนถึง 5-6 โมงเย็น ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าฟังแต่ประการใดครับ แค่ขอให้ทุกท่านบริจาคกันคนละ 99 บาท (หรือตามกำลังศรัทธา) ให้กับ “มูลนิธิเด็กปัญญาอ่อนฯ“และบางส่วนก็จะเจียดไปช่วยบรรดา “คนจรจัด” เรื่องการเป็นธุระจัดหา…

Details

“บ้านคนเมือง” ของคน “บ้านฉาง” ลงตัวสุด ๆ ขนาด 30 ตารางเมตร

           สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว ” คนรักบ้าน ” คงต้องยอมรับนะครับว่าในปัจจุบันคำว่า ” บ้านคนเมือง” นั้นมีรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว,บ้านแฝด, ทาวเฮ้าส์, อพาร์ตเม้นท์ หรือ คอนโดมิเนียม ก็ถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของ ” บ้านคนเมือง ” เหมือนกันครับ ซึ่งในอนาคต ” บ้านคนเมือง ” ก็จะขยายตัวทางแนวตั้งเป็นรูปแบบอาคารที่สูงจากพื้นดินมากขึ้น เพราะราคาที่ดินสูงขึ้นและประชากรเพิ่มขึ้น ก็ดูว่าไม่มีทางเลือกครับ ” บ้านคนเมือง ” ประเภท ” อพาร์ตเม้นท์” หรือ ” คอนโดมิเนียม ” จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญและได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของสังคมไทยไปแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ แต่กระจายไปทั่วประเทศ จากตรรกะดังกล่าวคณะทำงาน ” บ้านไม่บาน” อันประกอบไปด้วย สถาปนิก, วิศวกรและมัณฑนากร ได้พยายามหารูปแบบที่ลงตัวที่สุดก็มาตกผลึกเป็น ” บ้านคนเมือง ”…

Details

การบรรยายเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ 55 ปี 555 โครงการ “อสังหาฯไม่บาน”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในเดือนกรกฎาคมนี้ผมก็จะมีอายุอานามเต็ม 55 ปีบริบูรณ์ กว่า 25 ปีที่สะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการลงทุนใน “อสังหาฯ ไม่บาน” น้อยใหญ่ต่าง ๆ มากว่า 555 โครงการ ก็นับได้ว่าผมทำบุญมาดีครับ เพราะคนรุ่นผมส่วนใหญ่ก็ได้เลิกรากันไปด้วยพิษภัยทางเศรษฐกิจ จากการผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานถึงขนาดนี้และมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บรรดาลูกศิษย์จึงดำริกับผมว่าวันเกิดปีนี้อยากจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับผม นับไปนับมาก็มีผู้สนใจลงชื่อเข้าร่วม 300-400 คน ก็คงเลี้ยงกันไม่ไหวหรอกครับ ดูจะเอิกกะเหริกกันเกินไป เดี๋ยวจะเหมือนงานเลี้ยงบรรดาหัวคะแนนนักการเมืองเพื่อเตรียมตัวลงเลือกตั้ง ก็ดูจะไม่เหมาะ ผมก็เลยขอให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการบรรยายให้ความรู้ เป็นการแชร์ประสบการณ์ของผมและของบรรดาลูกศิษย์ที่ได้นำเอาความรู้ของผมไปปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นครับ     ก็เลยเกิดการบรรยายเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ขึ้นในหัวข้อ “อสังหาฯ ไม่บานจาก “พันร้อย” เป็น “พันล้าน” ทำอย่างไร” โดยจัดขึ้น ณ “อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์” ใน วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ทุกท่านสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ แต่ฟังแล้วขอเพียงแค่บริจาค 99 บาท (ที่ทุกบาททุกสตางค์ไม่หักค่าใช้จ่าย)…

Details

“ทฤษฏีเก้าอี้ 4 ขา”

“ทฤษฏีเก้าอี้ 4 ขา” ของผมนี้เป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นจากการที่ผมได้ลองผิดลองถูกจากการที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนหลายมาแล้วร้อยหลัง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งก็มาตกผลึกทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์” ออกมาเป็น “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ที่กำลังจะนำเสนอนี่แหละครับ และเหตุผลสำคัญที่ผมตั้งชื่อว่า “เก้าอี้ 4 ขา” ก็เพราะ “เก้าอี้” เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใกล้ตัวและคุ้นเคยกันมากครับ ผมเชื่อว่าทุกบ้านต้องมีเก้าอี้และเก้าอี้ที่ดีนั้นควรจะต้องประกอบด้วยขาเก้าอี้ที่มั่นคงแข็งแรงอย่างน้อย 4 ขา จริงอยู่อาจมีเก้าอี้ที่มีขาน้อยกว่า 4 ขา แต่ก็จะไม่มั่นคงเป็นผลให้คนที่นั่งอาจจะล้มลงได้โดยง่ายครับ แนวคิด “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” นั้น ทำให้ผมสามารถแยกแยะและทำการจัดระเบียบของกลุ่มข้อมูลและแนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลดีเป็นอย่างมากในการที่จะ “วิเคราะห์” และ “สังเคราะห์” อันจะเป็นกรอบที่นำไปสู่ “การปฏิบัติ” ซึ่งจากการที่ผมได้ทดลองใช้แนวคิดนี้ก็ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งครับ ทำให้สามารถคลี่คลายแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อนได้ โดยตั้งแต่เริ่มการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ จนกระทั่งก่อสร้างแล้วเสร็จได้ ซึ่งผมได้แบ่งขาทั้ง 4 ของเก้าอี้ออกเป็นดังนี้ครับ “เก้าอี้ขาที่ 1” คือ “การศึกษาความเป็นไปได้” ที่ผมเรียกว่า “Feasibility…

Details

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ขนาดกำลัง “พอเหมาะ พอดี” ที่ “ลพบุรี” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นเรื่องสืบเนื่องจากความเดิมในตอนที่แล้วที่ผมพาแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ทั่วประเทศไปเยี่ยมชม “ความฝัน ความหวัง อันเป็นของฟรี” ที่ “คุณรุ่งรัตน์ และ คุณอุดมเดช ออมสิน” มีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากเป็นเจ้าของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” หลังแรกในชีวิต เพื่อสร้าง “Passive Income” เป็นเสมือน “ตู้กับข้าว” ที่จะช่วยให้ลูกหลานไม่มีวันอดอยากทั้งยังเป็นธุรกิจธุรกรรมที่สามารถตกทอดไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน,เหลน และเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงและมีความยั่งยืนเป็นอย่างยิ่ง จากวันแรกที่เริ่มคิดจนถึงวันนี้ ผมมีส่วนร่วมในการ “สร้างฝัน” และ “วาดหวัง” ที่จะหารูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ที่ดีที่สุด, สวยที่สุด, ประหยัดที่สุด, คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด สามารถอยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนได้ไวที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบและจะต้องได้รับผลกระทบอย่างไรจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด     ตั้งแต่เริ่มต้นวันแรกสำหรับโครงการนี้ ผมได้นำเอาแนวคิดแบบ “งามง่าย พอเพียง” ตามแนว “พระราชดำริ”ของ “พ่อหลวง” มา…

Details

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ขนาดกำลัง “พอเหมาะพอดี” ที่ “ลพบุรี”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นการรายงานผลความคืบหน้าของ“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่มีขนาดกำลัง “พอเหมาะพอดี” ซึ่งที่ผมได้เริ่มทำโครงการนี้ไปเมื่อปีที่แล้ว เป็นการสานฝันของ “คุณรุ่งรัตน์ และ คุณอุดมเดช ออมสิน” ที่ประกอบสัมมาอาชีวะเกี่ยวกับการขนส่งผู้โดยสารที่ “ลพบุรี” หลังจากธุรกิจมีความมั่นคงพอสมควรแล้วจึงคิดขยับขยายที่จะสร้าง “Passive Income” โดยการที่ใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบไว้หลายปีนำมาลงทุนใน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ซึ่งผมก็ได้ “ปักธง” ลงไปให้แง่คิดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มว่า ให้ทำแบบ “งามง่าย พอเพียง” ตาม “แนวพระราชดำริ” ของ “พ่อหลวง” ซึ่งจะว่าไปแล้วคนไทยถือได้ว่าเป็นชนชาติที่โชคดีที่สุดในโลกครับ ถึงแม้ในอดีตจะมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นมากมายในประเทศของเรา แต่ก็ยังมีสิ่งดี ๆ อยู่มากมายมิใช่น้อยครับ แต่อย่างหนึ่งผมมั่นใจและเชื่อว่าคงไม่มีใครคิดต่างจากผม คือเมืองไทยมี “พระเจ้าอยู่หัวอันประเสริฐสุด” อย่างหาที่เปรียบมิได้ทรงเป็นทุกอย่าง ทั้งยังทรงเป็น “หลักชัย” ทั้งในแง่ความคิดและการลงมือปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิถีคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งสำหรับท่านที่ไม่เข้าใจก็อาจคิดไปง่าย ๆ ว่า “วิถีคิดเศรษฐกิจพอเพียง” นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร ประเภทการแบ่งสัดส่วน 30-30-10 ของการใช้พื้นที่ของไร่นา สวนผสม อะไรทำนองนี้ แต่แท้จริงแล้ว…

Details