“ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งที่ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟน ๆ จากทั่วประเทศที่นับรวม ๆ กันแล้วร่วม 300 ท่าน ที่ให้เกียรติมาเข้าฟังการบรรยายของผมในวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ห้องมิตติ้งรูม 3 ที่กว้างใหญ่ดูแน่นขนัดไปในพริบตา ซึ่งในครั้งนี้ผมได้จัดการบรรยายขึ้นในหัวข้อ “บ้าน+อพาร์ตเม้นท์ ไม่บาน “สายพันธุ์ใหม่” ในสภาวะ “วิกฤติ” ที่ “สวยที่สุด”และ “ประหยัดที่สุด” ในซอย” จะว่าไปแล้วถือว่าเป็นงานประเพณีสำคัญประจำปี ที่ผมจะต้องจัดการบรรยายอย่างน้อยปีละครั้ง ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้มีบรรดาผู้คนเข้ามาฟังอย่างล้นหลามเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปี ถึงขนาดที่ว่าต้องเสริมแล้วเสริมอีก เต็มแล้วเต็มอีก ตกอยู่ในสภาพ “ตู้ตั๋วแตก” ถึงขนาดบางท่านต้อง “ตีตั๋วยืน” ก็ยอม ก็ต้องเห็นใจกันครับเพราะเป็นการบรรยายที่อัดแน่นด้วยสาระ มีภาพประกอบกว่า 2,000 ภาพ รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวอีกหลายชุด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการน้อยใหญ่กว่า 40 โครงการ เพราะสาระมากมายขนาดนี้ก็เลยเป็นผลให้ระยะเวลาของการบรรยายยืดเยื้อออกไปเกือบ 5 ชั่วโมงโดยเริ่มจากบ่าย 2 โมงไปเสร็จเอาตอนทุ่มกว่า ๆ…

Details

การบรรยาย “บ้าน + อพาร์ตเม้นท์” ไม่บาน “สายพันธุ์ใหม่” ในสภาวะ “วิกฤติ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน พรุ่งนี้แล้วนะครับ ก็จะถึงวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน ที่ผมมีนัดสำคัญกับบรรดาชาวคนรักบ้านที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ โดยผมจะขึ้นเวทีบรรยายแบบ “เดี่ยวไมโครโฟน” มาราธอน 4 ชั่วโมงเต็ม ในหัวข้อ “บ้าน+อพาร์ตเม้นท์ ไม่บาน “สายพันธุ์ใหม่” ในสภาวะ “วิกฤติ” ที่สวยที่สุดและประหยัดที่สุดในซอย” โดยเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป ณ ห้องมิตติ้งรูม 3 จะว่าไปแล้วแฟน ๆ ท่านใดที่อยากฟังก็คงมีโอกาสได้ฟังกันลำบากสักหน่อยแล้วครับ เพราะเกิดปรากฎการณ์ “เต็มจนล้น” ต้อง “เสริมแล้วเสริมอีก” กว่า 250 ท่าน ที่สามารถจองที่นั่งได้แน่นอนแล้ว (ก็คงจะอัดแน่นกันพอสมควรเพราะห้องมิตติ้งรูม 3 โดยปกติแล้วจุได้ 120 ท่าน) นี่ยังไม่นับรวมบรรดาแฟนคลับที่เดินทางกันมาไกลจากจังหวัดต่าง ๆ เพื่อมารอลุ้นที่จะตีตั๋วเข้าฟังกันหน้างาน ดังนั้นใครที่โชคดีสามารถสำรองจองที่นั่งได้แล้วก็กรุณาไปก่อนเวลาแต่เนิ่น ๆ ครับเพราะน่าจะเกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” และคงต้องมีการ “ตีตั๋วยืน” กันอีกครั้ง ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจมาฟังการบรรยายของผม…

Details

การบรรยาย “บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ในยุควิกฤติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (3)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ต้องสารภาพตามตรงว่าผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่รู้สึกว่าสังคมไทยโดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐไม่ได้เตรียมการรับมือจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นและมาเยี่ยมเยือนถี่มากขึ้น อย่างจริงจังและจริงใจ ยกตัวอย่างเช่น การเตรียมรับมือกับ “สึนามิ” นอกจากการติดตั้งลำโพงสัญญาณเตือนภัยและมีการซ้อมอพยพหนีภัยกันแบบฉาบฉวยขอไปที (แบบผักชีโรยหน้า) แล้ว ก็ยังไม่เห็นมีการเตรียมการอะไรที่เป็นรูปธรรมมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่ในด้านการศึกษาค้นคว้าแนวทางการออกแบบและก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่มีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอเพื่อที่จะเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้นแทบไม่มีใครพูดถึงอย่างจริงจังกันเลยครับ (อยากให้แฟน ๆ ไปลองค้นบทความ “คนรักบ้าน” ฉบับเก่า ๆ ของผมเกี่ยวกับรูปแบบอาคารบ้านเรือนที่สามารถต้านทานภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ผมได้นำเสนอทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์” ในการออกแบบอาคารบ้านเรือนไม่บานเพื่อต้านภัยทั้ง “สึนามิ” ต้านภัย “น้ำท่วม” และภัยอื่น ๆ ) แต่อย่างว่าละครับคนไทยเป็นคนประเภท “ไม่เป็นไร” ลืมง่ายครับ ดังนั้นวันนี้ผมก็ขอเตือนสติกันอีกครั้งครับว่า จากสภาพทางภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเลของไทยนั้นมีสองด้าน สำหรับทางด้านฝั่ง “อันดามัน” มีโอกาสโดน “สึนามิ” แบบตรง ๆ เต็ม ๆ แน่ เพราะเคยโดนมาแล้วตั้งแต่ครั้งเกิดแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง “อาเจะ” ประเทศ “อินโดนีเชีย” แต่ชายทะเลฝั่ง “อ่าวไทย” นั้นนักวิชาการทางด้านธรณีวิทยาบางท่านบอกว่าไม่น่าจะเกิด แต่ตอนนี้คงไม่ใช่แล้วครับหากพิจารณาจากแผนที่ทางภูมิศาสตร์แล้ว จะเห็นว่าไม่ไกลนักจาก…

Details

การบรรยาย “บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก่อนอื่นก็ต้องแสดงความเสียใจกับบรรดาคนรักบ้านชาว “ญี่ปุ่น” ที่ต้องสูญเสียบ้านแสนรักและชีวิตของคนที่รักไปพร้อมกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเกิดจาก แผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ และคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ที่มีความสูงกว่า 10 เมตร เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนทั้งโลกต่างตกตะลึงกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีอำนาจในการทำลายล้างรุนแรงจนสุดจะคาดเดา โดยมีศูนย์กลางที่เกิดขึ้นอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งสาเหตุเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกบริเวณดังกล่าวห่างจาก เมือง“เซนได” หมู่เกาะ “ฮอนชู” ราว 130 กิโลเมตร (ในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา) เป็นผลให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ “สึนามิ” โหมซัดถล่มอาคารบ้านเรือนน้อยใหญ่ให้พังพินาศสิ้นไปในพริบตา จากโศกนาฎกรรมดังกล่าว ชาวคนรักบ้าน “ญี่ปุ่น” ต้องสังเวยชีวิตนับหมื่นและต้องอพยพหนีภัยธรรมชาติหลายแสนคน นอกจากนั้นยังได้เกิดโศกนาฏกรรมช๊อคโลกซ้ำเติมขึ้นอีกครั้ง อันเป็นผลมาจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ปรมาณูหมายเลข 1 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ฟุกุชิมะ” ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง “โอกูมะ” จังหวัด “ฟุกุชิมะ” ซึ่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวมีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 25 ของโลกเลยทีเดียวครับ ภัยพิบัติจากธรรมชาติในครั้งนี้ทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ได้มีการเผยแพร่ภาพอันน่าสะพรึงกลัวของกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาให้ได้เห็นกันไปทั่วโลก ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์แห่งนี้อยู่ห่างจากกรุง “โตเกียว” เมืองหลวงของ “ญี่ปุ่น”เพียง…

Details

การบรรยาย “บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ที่ประโยชน์สูงประหยัดสุด ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ท่ามกลางกระแส”โลกาภิวัตน์” ที่เชี่ยวกราก (ที่ผมมักจะเรียกว่ากระแส “โลกาวิบัติ”) ได้นำเอา “เหตุ” ปัจจัยหลาย ๆ อย่างเข้ามาปะทะสังคมไทยอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ในลักษณะที่นักวิชาการเรียกกันว่า “พาราไดร์มชิพ” ทำให้อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ครับ ในยุค “ข้าวยาก หมาก น้ำมัน และน้ำตาลแพง อีกทั้งมีความขัดแย้งทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างรุนแรง” ดังเช่นในปัจจุบัน ผมจึงพยายามเตือนสติบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศว่าจะทำการงานใดก็ขอให้เปิดทางหนีทีไล่รวมทั้งทีรอดกันเอาไว้ อย่าทุ่มไปอย่างสุดตัวและหัวใจ เพราะถ้าพลาดพลั้งไปในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ก็อันตรายมากครับ อีกทั้งยังต้องน้อมนำเอา “วิถีคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ของ “พ่อหลวง” มาเป็น “หลักชัย” มิฉะนั้นก็อาจจะหลงไปกับ “ภาพลวง” ของแสงสีความทันสมัยแบบฉาบฉวยจอมปลอมที่ไม่ใช่ของเราแต่เรากลับไปหลงใหลได้ปลื้มลอกเลียนรูปแบบและวิถีการใช้ชีวิตมาจากต่างประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “กระพี้” หา “แก่นสาร” สาระได้ยากหากไม่รู้เท่าทันจริง ๆ ในโอกาสนี้ผมขอฟันธงลงไปว่าในปีนี้และลามไปถึงปีหน้า โลกก็จะยังคงสับสนวุ่นวายด้วยสาเหตุหลัก 4 ประการ ประการที่ 1 คือ อัตราเงินเฟ้อ ที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ อันเกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจ “ซัพไพร์ม” ใน…

Details

ปรับปรุง “บ้านเก่า” เพื่อใช้เป็น “ศูนย์ข้อมูลบ้านไม่บาน”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ผมมีความเชื่อเสมอว่า “บ้าน” คือ “หน่วยที่เล็กที่สุด” ในสังคมครับ ถ้าเราสามารถทำให้ “หน่วยที่เล็กที่สุด” นี้ดีได้แล้ว เราก็จะมีบ้าน,หมู่บ้าน, ชุมชน, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด ตลอดไปจนถึงประเทศที่สวยงามน่าอยู่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ จะว่าไปแล้ว “คนรักบ้าน” เผลอแผล็บเดียวก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 แล้วครับ ที่ผมได้ทำหน้าที่ทาง “จริยธรรม” เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะผมเชื่อว่าหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ นอกจาก อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, เครื่องใช้ไม้สอย, ยารักษาโรค ก็คือ “บ้าน” ดังนั้นผมจึงพยายามเอาความรู้เรื่อง “บ้าน” ที่ “พอเพียง งามง่าย และเป็นทั้งที่รักและที่พัก” มาเผยแพร่แก่แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ครับ จากสถิติที่ผมรวบรวมไว้น่าชื่นใจครับ มีผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ยอดฮิตของ “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com ประมาณปีละกว่า 9 แสนคนครับ ในบางปีมีแฟน…

Details

“เรือนคุ้มภัย” ขวัญใจคน “ไทย” ชายแดน (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน ก็เป็นสาระน่ารู้ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่ผมได้นำเสนอรูปแบบ “บ้านไม่บาน” ในรูปแบบ “เรือนคุ้มภัย” ขวัญใจคน “ไทย” ชายแดน เพราะสำหรับผมแล้วเชื่อว่าความขัดแย้งตามแนวตะเข็บชายแดนก็คงไม่สามารถหาบทสรุปที่ลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ในเร็ววัน เพราะหากพิจารณาลึก ๆ ลงไปถึงประเด็นของความขัดแย้งบน “พื้นที่ทับซ้อน” 4.6 ตารางกิโลเมตร แล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งที่เก่าเก็บ หมกเม็ดกันมายาวนานกว่า 40 ปี โดยมีการละเลยแบบ “แกล้งลืม” กันมาหลายรัฐบาล ท่ามกลางประเด็นความขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง “ไทย” ในปัจจุบัน จึงมีความพยายามที่จะดึงเอาการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาสู่เวทีการเมืองภายในประเทศ (ซึ่งอันตรายมากครับ)เป็นผลให้ประเด็นการเสียดินแดนบนพื้นที่ทับซ้อนถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อใช้เป็น “ชนวน” และใช้เป็น “เครื่องมือต่อรอง” ทางการเมือง ดังที่ผมกล่าวมาแล้วครับว่า รัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างก็ละเลยที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง อีกทั้งยังขาด “เอกภาพ” ส่งผลให้นโยบายและท่าทีของ “รัฐบาล” เกี่ยวกับ “พื้นที่พิพาท” มีความคลุมเครืออย่าง “ไร้ทิศทาง” ที่ชัดเจน ก็เลยส่งผลให้ “กองทัพ” มีจุดยืนเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนที่ไม่ชัดเจนเช่นกัน หากจะพูดถึงความสัมพันธ์ของ “ไทย” และ “เขมร” นั้นคงต้องทำใจยอมรับว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ต้องอยู่กับเขาและเขาก็ต้องอยู่กับเรา หากศึกษาย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันมายาวนานก่อนยุค…

Details

“เรือนคุ้มภัย” ขวัญใจคน “ไทย” ชายแดน

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ตรึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่าง “ไทย” กับ “เขมร” ดังนั้นสำหรับสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “บ้านไม่บาน“ อันเป็น “ทั้งที่รักและที่พัก” อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจะเป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือกอันเป็นทางรอด” ของบรรดา “คนรักบ้าน“ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่ประกอบไปด้วยบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกเด็กเล็กแดง รวมไปถึง พระสงฆ์องค์เจ้า, ครู, ทหาร, ตำรวจ, อส. ฯลฯ ซึ่งคนเหล่านี้ต่างประสบชะตากรรมจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น บริเวณชายแดนที่ติดกับ “กัมพุชประเทศ” ถ้าหาก “ชาวคนรักบ้าน” ลองมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่มีอายุนับพันปีล่วงแล้ว “เขมร“กับ “ไทย” ไม่ใช่ประเทศอื่นไกลครับ ในบางอารมณ์จะนับเป็น “บ้านพี่เมืองน้อง” ก็ยังพอนับกันได้ แม้แต่ภาษา “เขมร” บางคำก็ยังมีความคล้ายคลึงกับ “ไทย“ กัน เช่นคำว่า “เพลิง” ที่แปลว่า “ไฟ” จะว่ากันไปแล้วทั้งภาษา “ไทย” และ “เขมร” ก็เป็นภาษาที่มี “รากศัพท์” มาจากที่เดียวกันครับ ในยุคที่อาณาจักร…

Details

“อารามโม” ไม่บานที่ “บางคนที” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบกันไปทั่วประเทศกับการนำเสนอแนวคิด “อารามโม” ไม่บาน เมื่อสัปดาห์ก่อนที่จะทำการสร้างขึ้นที่บริเวณริมคลองตำบล “กระดังงา” อำเภอ “บางคนที” จังหวัด “สมุทรสงคราม” เพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและฟื้นฟูศีลธรรมจริยธรรมที่กำลังเสื่อมโทรมลงให้กลับคืนดีดังเดิม จะว่าไปแล้วศาสนาทุกศาสนาไม่ได้เสื่อมและไม่มีวันเสื่อมหรอกครับ แต่บรรดาผู้คนที่นับถือศาสนานั่นแหละครับที่เสื่อม ในฐานะ “หัวขบวน” ของชาว “คนรักบ้าน” สิ่งไหนที่ผมสามารถช่วยได้ก็จะช่วยทะนุบำรุงศาสนาอย่างเต็มกำลังความรู้และความสามารถโดยไม่เบียดเบียนทั้งตัวผมเองและผู้อื่นครับ พอแนวคิด “อารามโม” ไม่บาน ได้เผยแพร่ออกไปก็มีเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั่วทุกสารทิศ หลายท่านก็คงสงสัยถึงคำว่า “อารามโม” นั้นหมายความว่าอะไร ซึ่งหากแปลตามรากศัพท์แล้ว “อารามโม” นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษา “บาลี”โบราณตั้งแต่ครั้งพุทธกาล 2,500 ปีล่วงแล้ว ซึ่งสามารถแปลได้ว่า “สถานที่รื่นรมย์ของผู้ที่เป็นบัณฑิต” ซึ่งหมายถึง ว่าเป็น “สถานที่ของผู้มีปัญญาที่จะอยู่รวมกัน อย่างสุข สงบ สันติ” โดย “รู้รักษ์สามัคคี” ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็มีผู้รู้ได้บอกกับผมว่าในสมัยพุทธกาลนั้นไม่มีคำว่า “วัด” หรอกครับ มีแต่คำว่า “อาราม” , “อาราโม” หรือ “อารามโม” จากการวิเคราะห์ของผมเชื่อว่า…

Details

“อารามโม” ไม่บานที่ “บางคนที”

สวัสดีครับแฟน ๆ “ชาวคนรักบ้าน” ก่อนอื่นต้องขออวยพรปีใหม่สำหรับ “ชาวคนรักบ้าน“ที่เป็นคนไทยเชื้อสาย “จีน” “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” กันไปทุก ๆ ท่าน ขอให้มั่งมีศรีสุข รวย ๆๆๆ เฮง ๆๆ ๆ ไม่เจ็บไม่จนกันไปตลอดปีครับ จะว่าไปแล้วผมก็มีเชื้อสาย “จีน” อยู่มิใช่น้อย เพราะ “ก๋ง” นั่งเรือสำเภามาจาก “เมืองจีน” ครับ แล้วมาตั้งรกรากกับ “คุณย่า” ที่ “บางแพ” เมือง “ราชบุรี” และฝ่ายยายก็มีเชื้อสายเป็นผู้ดีเก่าเมือง “อุบลราชธานี” ก็เลยมีความภูมิใจที่เป็น “คนไทย” ประเภท “จปล.” (เจ๊กปนลาว) ก็เลยเป็นผลให้ใครมีเทศกาลงานใดก็พลอยสนุกสนานรื่นเริงไปกับเขาอย่างกลมกลืน จะว่าไปแล้วจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เท่าที่ผมพอรู้ “ไทย” กับ “จีน” ไม่สามารถแยกกันได้ครับ นักประวัติศาสตร์บางท่านก็อ้างว่าชนชาติ “ไทย”หรือ “ไท” หรือ “ไตย” นั้นอพยพย้ายถิ่นมาจากดินแดน “จีน” แถบเทือกเขา “อันไตย” เพราะความเป็นชนชาติที่รักสงบและไม่ชอบให้ใครมาบังคับอยู่ภายใต้กฎระเบียบ…

Details