“THE SAND” คอนโดมิเนียม ที่ “สมดุล” ริมหาด “บางแสน”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอแนวคิดของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ “คอนโดมิเนียม” ที่”สมดุล” ถึงพร้อมด้วย “ประโยชน์และความสุข” ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบและวางผัง โครงการ“THE SAND” คอนโดมิเนียมติดหาด “วอนนภา” ชายทะเล “บางแสน” ก็มีแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศสนใจถามไถ่เข้ามากันมากมายครับ ก็คงต้องยอมรับกันนะครับว่าโลกในปัจจุบันที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแส “โลกาภิวัฒน์” ให้ก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอาคารเดียวกัน ในรูปแบบ “อาคารชุด” หรือ “คอนโดมิเนียม” ก็เป็นสิ่งที่สังคมยุคใหม่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะพื้นที่ดินมีเท่าเดิมแต่ประชากรเพิ่มมากขึ้น ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางออกอื่นใดที่ดูจะเหมาะสมไปมากกว่านี้ครับ จากเหตุและผลดังกล่าว การอยู่ร่วมกันในรูปแบบ “คอนโดมิเนียม” จึงกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบของการอยู่อาศัยที่นิยมชมชอบกันในปัจจุบัน เพราะมีราคาประหยัด การดูแลรักษาง่าย มีความสะดวกสบาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในสังคมยุคใหม่ สำหรับโครงการ “THE SAND” เป็น “คอนโดมิเนียม” ตากอากาศที่สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยหรือปล่อยให้เช่า เพราะทำเลที่ตั้งถือได้ว่าเป็นทำเลเกรด A ติดหาด “วอนนภา” ของ “บางแสน” ที่นอกจากจะติดชายทะเลแล้วก็ยังอยู่ใจกลางย่านชุมชน อีกทั้งยังไม่ไกลจาก “มหาวิทยาลัยบูรพา“ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 3-4 นาทีก็ถึง เป็นผลให้กลุ่มผู้ที่สนใจเข้ามาจองห้องพักมีความหลากหลาย…

Details

“THE SAND” คอนโดมิเนียม ที่ “สมดุลย์” ริมหาด “บางแสน”

                สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพื่อเป็นการร่วมบรรยากาศแห่งการฉลอง “วันเฉลิมพระชนมพรรษา ฯ” ผมได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึง “พระอัจฉริยะภาพ” ของพระองค์ท่านที่ได้ทรงชี้นำแนวทาง “ทางเลือก” ในการดำเนินชีวิตให้กับปวงชนชาวไทย ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็น “ทางรอด” ของสังคมไทยโดยรวม ตลอดจนถึงเป็น “ทางรอด” ของสังคมโลก แม้แต่นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก อย่างเช่น ดร.โจเซฟ สติกลิตซ์ ที่มีดีกรีระดับรางวัลโนเบล ก็ยังต้องกลับมาทบทวนถึงปรัชญาของ “ทุนนิยม” แบบเดิม ๆ และนำปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระองค์ท่านนำมาประยุกต์ใช้ จะว่ากันไปแล้วพระองค์ท่านได้พระราชทานแนวคิดแห่ง “ความพอเพียง” นี้ มาตั้งแต่ปี 2517 ก็เป็นเวลาล่วงเลยมา 36 ปีแล้วครับ ถ้าพสกนิกรของพระองค์ท่านพร้อมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราก็จะมีความเจริญอย่าง “มั่นคง มั่งคั่ง” และเป็นรูปแบบของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” กว่าที่เป็นอยู่ครับ                 จะว่ากันไปให้ถึงแก่นแล้ว “ความพอเพียง” นั้นมีหลายมิติและก็ไม่ได้หมายความว่าจะดำรงชีวิตอยู่อย่างยากจนค้นแค้นไร้ซึ่งศักดิ์ศรี แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นการใช้ชีวิตอย่าง “สมดุลย์” ที่ถึงพร้อมด้วย…

Details

“บ้านไม่บาน” คือ “บ้านพอเพียง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ “ไพร่ฟ้าชาวประชาหน้าใส” เพราะยังคงอยู่ในช่วงแห่งการเฉลิมฉลอง “วันเฉลิมพระชนมพรรษา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ปวงชนชาวไทยต่างจงรักภักดีจนสุดหัวใจ จะว่าไปแล้วผมถือว่าเป็นคนมีบุญมากครับ เพราะช่วงหนึ่งในชีวิตการทำงานเคยได้เข้าไปร่วมงานกับ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ในหลายโครงการ ทำให้ผมโชคดีได้มีโอกาสศึกษาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” กับท่านผู้รู้จริงหลายท่าน อาทิ ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิฯ ท่านศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว และอีกหลายต่อหลายท่าน อีกทั้งยังทำให้ผมได้เปิดทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์” ของแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ในหลากมิติหลายแง่มุม และที่สำคัญ คือ ได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งผมคิดว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผลการลงมือปฏิบัติทำให้ผมเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธากับแนวคิดดังกล่าว ว่าจะเป็น “ทางเลือกอันเป็นทางรอด” ของการดำรงชีวิตในสังคม “บริโภคนิยม” แบบ “แดกด่วน” ที่มาพร้อมกับกระแส “โลกาภิวัตน์” ดังเช่นในปัจจุบัน นอกจากนั้นถือได้ว่าเป็นความภูมิใจที่ตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่ผมได้พยายามสะท้อนปรัชญา “ความพอเพียง” ผ่านรูปแบบอาคารบ้านเรือนประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น…

Details

“บ้านพอเพียง” ขอเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน พรุ่งนี้แล้วนะครับจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ “พ่อหลวง” ที่บรรดาปวงประชาชาวคนรักบ้านต่างถวายความจงรักภักดีจนหมดหัวใจ ขอถวายพระพรชัยให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่ง เป็นขวัญของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จะว่าไปแล้วแนวคิดของ “บ้านไม่บาน” ซึ่งผมมักใช้คำจำกัดความว่าเป็น “บ้านพอเพียง” ที่ “งามง่าย เป็นทั้งที่รักและที่พัก” ผมถือว่าแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” เปรียบได้กับเป็น “ราก” ทางความคิด อันก่อให้เกิดผลผลิตทาง “ภูมิปัญญา” จะเห็นได้ว่ารูปแบบบ้านพอเพียงจะสะท้อนความ “ภูมิไทย” คือ “ภูมิปัญญาพื้นถิ่น” อันเป็น “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ของไทย ดังนั้นหากแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านอยากจะเข้าใจแนวคิดของผมในการออกแบบบ้านไม่บาน จึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระองค์ท่านเสียก่อน เชื่อไหมครับว่า “พ่อหลวง” ได้ทรงเตือนพสกนิกรของพระองค์เรื่อง “ความพอเพียง” มากว่า ๓๖ ปี ล่วงแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจครับที่บรรดาลูก ๆ ของ “พ่อหลวง” มิได้น้อมนำเอาแนวคิดของพระองค์ท่านมาเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต จึงเป็นผลให้สังคมไทยจึงก้าวไปข้างหน้า พัฒนากันไปแบบลุ่ม ๆ…

Details

“แนวคิด 6 ประการในการออกแบบบ้านไม่บาน” ที่สามารถต่อกรกับ “วิกฤติการณ์น้ำท่วม”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก็ต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้วนะครับที่ผมได้นำเสนอ”วิสัยทัศน์” (Visionary) ที่ผมเชื่อว่าจะนำไปสู่กระบวนทัศน์ (Missionary) ในการออกแบบอาคารบ้านเรือนที่สามารถจะต่อกรกับ “อุทกภัย” ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างซ้ำซากดังเช่นในปัจจุบัน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมพยายามเตือนสติชาวคนรักบ้านทั่วประเทศให้ตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ซึ่งผมได้ให้มุมมองว่าเป็นเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดเป็น “วัฒนธรรมข้าว” และ “วัฒนธรรมน้ำ” ที่คนไทยได้ใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติมาตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี แต่พอเราได้ละทิ้งบรรดา “ของดี มีอยู่” ก็เกิดปัญหาดังที่เห็น ดังที่เป็นกันอยู่นี้แหละครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้รับทราบว่าพื้นเพดั้งเดิมของบรรพบุรุษของผมฝ่าย “คุณย่า” ก็เป็นชาวนาที่ “บางแพ” เมือง “ราชบุรี” ส่วนบรรพบุรุษฝ่าย “คุณตา” เป็นคน “พนัสนิคม” (ที่นามสกุลเดิม “เผ่าพนัส” )เมือง “ชลบุรี” มีบรรดาศักดิ์เป็นถึง “หลวงนาภักดี” (อันเป็นตำแหน่งของ “เจ้าเมืองพนัส” ในยุค “ศักดินา” ) มีที่นาหลายพันไร่ ก็จัดได้ว่ามีอาชีพหลักคือ การ “ทำนา” เหมือน “คุณย่า” ของผมที่ “บางแพ” นั่นแหละครับ แม้แต่ทุกวันนี้เชื่อไหมครับว่า…

Details

“แบบบ้านไม่บาน” ที่สามารถต่อกรกับ “วิกฤติการณ์น้ำท่วม” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านก็มาว่ากันต่อครับกับสาระน่ารู้ตอนที่ 2 ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับ “บ้านไม่บานที่สามารถต่อกรกับอุทกภัยธรรมชาติ” หากแฟน ๆ ที่ได้ติดตามข้อคิดของผมในสัปดาห์ที่แล้วจะเห็นถึงวิถีคิดของผมในคอลัมน์ “เรือนชานบ้านเมือง” ที่เผยแพร่ทุกวันศุกร์ ทาง “หนังสือพิมพ์คมชัดลึก” ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับมุมมองทางด้านเศรษฐกิจ สังคมในระดับมหภาค ซึ่งผมได้นำเสนอวิสัยทัศน์ (Visionary) อันจะนำไปสู่กระบวนทัศน์ (Mission) ในการลงมือปฏิบัติ อันจะนำสังคมไทยไปสู่การพัฒนารูปแบบของการลงหลักปักฐานชุมชนแนวใหม่ ตลอดจนรูปแบบการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนแนวใหม่ ที่สามารถต่อกรกับอุทกภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากในปัจจุบันแทบจะทุกปีก็ว่า ได้ ซึ่งการก่อร่างสร้าง “ชุมชนแนวใหม่” นี้จะสอดคล้องกับสภาพ “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ของเราโดยแท้จริง ผมมักจะพูดอยู่เสมอครับว่า “วัฒนธรรมการกิน-อยู่” ของชนชาติ “ไทย” หรือ ชนชาว “สยาม” นั้น เป็นวิถีของการดำรงชีวิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “วัฒนธรรมข้าว” จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการตั้งถิ่นฐานจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชนชาติ “ไทย” ผูกพันกับ “วัฒนธรรมข้าว” มายาวนาน ปรากฏเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีอายุกว่า 4 พันปี ดังจะเห็นได้จาก การขุดค้นทางโบราณคดีในบริเวณต่าง ๆ บนผืนดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ ก็มักจะพบข้าวเปลือกอายุนับพันปีใส่ไว้ในภาชนะรูปร่างต่าง…

Details

“แบบบ้านไม่บาน” ที่สามารถต่อกรกับ “วิกฤติการณ์น้ำท่วม”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บานสำหรับในสัปดาห์นี้เพื่อให้เข้ากับวิกฤติการณ์น้ำท่วมเพราะภายหลังเมื่อน้ำลดแล้วคงต้องมีการซ่อมสร้างอาคารบ้านเรือนยกใหญ่ ตัวเลขที่ผมได้รับจากข้อมูลของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประมาณว่ามีจำนวนอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 1,210,968 ครัวเรือน คิดเป็นประชากรไม่น้อยกว่า 3,774,789 ราย ซึ่งหากคิดแบบสมการชั้นเดียวก็หมายความว่ามีอาคารบ้านเรือนกว่า 1,200,000 หลัง ที่รอรับการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่และผมก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าการซ่อมหรือสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ครั้งนี้คงจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับวิกฤติการณ์น้ำท่วมซึ่งคงจะต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอนในอนาคต แต่ก่อนอื่นผมขอให้ความรู้กับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศให้รับรู้รับทราบกันเสียก่อนว่าอะไรคือต้นตอที่แท้จริงของวิกฤติการณ์น้ำท่วมเพื่อที่จะให้ชาวคนรักบ้านได้ “รู้เขา รู้เรา” ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขมิให้เกิดวิกฤติการณ์น้ำท่วมซ้ำซากอีก ในมุมมองของผมในฐานะอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย นักวิชาการอิสระ นักเศรษฐศาสตร์ (มหภาค) นักวางผัง และสถาปนิก ขอฟันธงลงไปตรงนี้ว่าต้นตอของปัญหาที่แท้จริงนั้นมาจากการขยายตัวอย่างไร้ระเบียบแบบแผนและไร้ทิศทางของชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่ ในระยะเวลา 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนเมือง คาดการณ์กันว่าจะมีปริมาณสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ คุณกานต์ ตระกูลฮุน ผู้จัดการใหญ่เอสซีจีได้กล่าวในงาน Sustainable Development Symposium 2010 ในตอนหนึ่งว่าด้วย Social Movement ว่าในอีก 40 ปีข้างหน้า (2050) ประชากรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.1 พันล้านคน…

Details

“ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งในการสัมมนา “ฮอตแท็ป” ไม่บาน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

                สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแฟน ๆ ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายของผมกันอย่างล้นหลาม ในหัวข้อ “ฮอตแท็ป” (HOTAP) ไม่บานที่เบิกบาน จัดขึ้นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนเกิดปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก“กันอีกครั้ง ก็มีแฟน ๆ อัดแน่นกันจนต้องมีการเสริมเก้าอี้และบางท่านถึงขนาดตีตั๋วยืน ทำให้ห้องมิตติ้งรูม 4 อันกว้างใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดใจเพราะคราร่ำไปด้วย แฟน ๆ กว่า 200 ท่าน ที่ต่างเดินทางมาไกลจากทั่วทุกสารทิศ (ไม่หวั่นไหวกับภัยน้ำท่วม) ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น กระบี่ ชลบุรี ระยอง ฯลฯ ก็นับได้ว่าเป็นการบรรยายอีกครั้งของผมในรูปแบบมาราธอนครับ เริ่มตอนบ่ายสองโมง มาแล้วเสร็จตอนหกโมงครึ่งรวมเวลาแล้วก็ร่วม 4 ชั่วโมงเต็มครับ                 ซึ่งขอย้ำกันอีกครั้งนะครับ ถึงคำว่า “ฮอตแท็ป”…

Details

วันอาทิตย์นี้เชิญร่วมฟังการสัมมนา “ฮอตแท็ป” ไม่บาน ใน “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ”

                สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันอาทิตย์ที่หลายท่านรวมทั้งตัวผมรอคอยแล้วนะครับ เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผมและบรรดาสมาชิกชาวคนรักบ้านนาน ๆ ครั้งจะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กัน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นจนกลายเป็น “งานประเพณี” ประจำทุกปีใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำหรับผมแล้วถือว่าเป็น “หน้าที่ทางจริยธรรม” ที่ได้ทำหน้าที่เตือนสติบรรดาชาวคนรักบ้านให้รับรู้รับทราบถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกันอย่างท่วงทีครับ                 สำหรับในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ ผมจะจัดการสัมมนาครั้งสำคัญในหัวข้อ “ฮอตแท็ป” (HOTAP) ไม่บานที่เบิกบาน ซึ่งเป็นประสบการณ์จริงของผมที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤติการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤติทางเศรษฐกิจที่หนักหนาแสนสาหัสมาอย่างน้อย 4 ครั้ง วิกฤติการณ์ครั้งแรก ในช่วง “ซัดดัม ฮุสเซน” กรีฑาทัพบุก “คูเวต” เป็นผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงนั้นตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน เพราะหวั่นเกรงกันว่าวิกฤติการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในครั้งนั้นจะลุกลามบานปลายขยายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 สำหรับวิกฤติการณ์ครั้งที่สอง คือ ในช่วง “พฤษภาทมิฬ” ที่คนไทยไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” แก่งแย่งชิงดีจนเกิดเหตุการณ์ลุกลาม บานปลาย ขยายตัวเป็นสงครามกลางกรุงเทพฯ และสำหรับ วิกฤติการณ์ครั้งที่สาม ที่ผมเชื่อว่าชาวคนรักบ้านหลายท่านคงอยากจะลืมแต่ก็ลืมไม่ลง คือ ในช่วง “พ่อใหญ่จิ๋ว”…

Details

เชิญร่วมฟังการสัมมนา “ฮอตแท็ป” ไม่บาน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน นอกจากบทความของผมทุกวันเสาร์ที่เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานในรูปแบบต่าง ๆ ที่แฟน ๆ กำลังติดตามอ่านกันอยู่นี้แล้ว ก็ยังมีบทความของผมโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (MACRO ECONOMY) ที่ผมเขียนประจำทุกวันศุกร์ในคอลัมน์ “เรือนชานบ้านเมือง” ทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เช่นเดียวกันซึ่งได้ตีพิมพ์ติดต่อกันมานานหลายปี ถือว่าเป็นหน้าที่ทางจริยธรรมในฐานะ “สุนัขเฝ้าบ้าน” เพื่อเตือนสติชาวคนรักบ้าน ให้รับรู้ถึงภัยที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาถึงตัว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้พูดถึง “ค่าเงินบาท” ที่ แข็งเกินไปก็ไม่ดี (อ่อนเกินไปก็ไม่ดี) เพราะการที่ “ค่าเงินบาท” แข็งค่ามากเกินไป เริ่มเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่กับชาวคนรักบ้านที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อการส่งออก รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรที่พึ่งพาการส่งออกอาจเสียเปรียบได้ สำหรับสาระน่ารู้ของ “คนรักบ้าน” ในสัปดาห์นี้ผมอยากจะเตือนสติให้ระวังกันเอาไว้ว่าสถานการณ์ “ค่าเงินบาท” ที่กำลังแข็งค่าในขณะนี้เป็นสภาวะที่คับขันเป็นอย่างยิ่งครับ โดยการประเมินของผมจากการเคลื่อนไหวตัวของ “ค่าเงินบาท” ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี จากระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 30.10 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคมหรือแข็งค่าขึ้น 3.05 บาท ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 13 ปี (นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540) ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยรวม กอปรกับปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาลงทุนเพื่อทำกำไรในระยะสั้นในไทยเพิ่มขึ้นมาก…

Details