ชัยมงคลคาถา “เยธัมมาฯ” ว่าด้วย “อุทกภัย” (คน ป่า เขื่อน แม่น้ำ ลำคลอง ถนน)

                จะว่าไปแล้วปี “เสือ” นี้ นอกจากเป็น “เสือที่หิวโซ” แล้วยังเป็น “เสือดุ” อีกด้วยครับ จึงนับเป็นคราวเคราะห์ของประเทศไทยอย่างแท้จริง เพราะช่วงต้นปีต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความ “ขัดแย้งทางการเมือง” อย่างหนัก ถึงขนาดเผาบ้านเผาเมืองเสียชื่อ “สยามเมืองยิ้ม” ไปทั่วโลก ก่อนจะเผชิญกับปัญหา “ภัยแล้ง” และตามติดด้วยปัญหา “น้ำท่วม” ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งวิกฤติการณ์ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นครับ เห็นได้จากตัวเลขความเสียหายที่ได้จากการสำรวจข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่ามีจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบรวม 1,210,968 ครัวเรือน หรือคิดประชากรเป็น 3,774,789 ราย นี่ยังไม่นับรวมถึงกับสารพัดปัญหาที่จะตามมาหลังช่วงน้ำลด ที่ถูกคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่า จะเข้าสู่ช่วง “ข้าวยาก หมากแพง” กันอีกระรอกครับ แต่นอกเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์เจาะลึกให้เป็นเรื่องเป็นราวกันเสียที คงหนีไม่พ้น การวางแผนรับมือกับวิกฤติการณ์ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” (ทั้งน้ำแล้ง – น้ำท่วม) แบบบูรณาการ ที่ต้องเริ่มทำจริงจังและเป็นระบบ ไม่ใช่ทำแบบวัวหายล้อมคอกเหมือนที่ผ่านมา ที่เลวร้ายคือหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างคนต่างทำ จนเม็ดเงินที่ใช้ในการดำเนินงานจำนวนหลายแสนล้านบาทในแต่ละปี ดูเหมือนจะละลายไปกับสายน้ำ “อุทกภัย” น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยให้รับรู้รับทราบถึงการขาดความสมดุลย์ในระบบนิเวศน์ที่เราอาศัยอยู่…

Details

หลัง “เงินนอกไหลบ่า + น้ำป่าไหลท่วม” ระวัง !! สภาวะ “เงินเฟ้อ” + วิกฤติ “ฟองสบู่”

โดยปกติแล้ว “เงินทุน” จากต่างประเทศจะ “ไหลบ่า” เข้าไปในตลาดหนึ่งตลาดใดของประเทศหนึ่งประเทศใด บรรดานักลงทุนต่างชาติมักจะดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศนั้น ๆ รวมทั้งดูทิศทางในการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ แล้วจึงค่อยตัดสินใจเข้ามา “ลงทุน” เพื่อรอรับผลกำไรจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สำหรับในปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับนะครับว่าการ “ไหลบ่า” เข้ามาของ “เงินทุน” จากต่างประเทศในเวลานี้ไม่ปกติ เพราะไม่เพียงแต่ “ไหลบ่า” เข้ามามากผิดปกติเท่านั้น ยังไม่ได้เข้ามาด้วยเหตุผลข้างต้นเป็นหลัก แต่เข้ามาเพราะเหตุผลที่ว่าถ้ายังอยู่ในประเทศของเขา จะไม่สามารถทำกำไรหรือทำให้เกิดดอกออกผลได้เท่ากับการ “ไหลบ่า” เข้ามาในไทย การไหลเข้ามาในลักษณะนี้จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นการ “เก็งกำไร” เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ระยะสั้น ๆ แล้วก็พร้อมใจกันเทขายถอนทุนออกไป อาการวูบวาบเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกในลักษณะนี้ส่งผลให้เกิดความ “ไม่เสถียร” ทั้งในตลาดเงินและต่อเศรษฐกิจของไทยโดยรวม เป็นผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออก เพราะส่งสินค้าออกไปในราคาเดิมเมื่อเปลี่ยนค่าเงินเป็นสกุลดอลลาร์ ราคาสินค้าจะเพิ่มสูงขึ้นโดยปริยาย เพราะอัตราแลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เมื่อสินค้าแพงขึ้นนอกจะทำให้มีผู้ซื้อน้อยลงแล้ว บรรดาผู้ซื้อก็เริ่มหันไปเปรียบเทียบราคากับสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น ๆ แล้วก็เลือกซื้อสินค้าราคาถูกไปแทนที่ แต่ในเวลาเดียวกันการ “ไหลบ่า”ของเงินทุนจากต่างประเทศเข้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินพอดี ก็อาจส่งผลให้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เรียกกันว่า “ฟองสบู่” ขึ้น เพราะเงินทุนในปริมาณมหาศาลเหล่านี้เข้าไปตรงไหนก็ทำให้ค่าของเงินตรงนั้นสูงขึ้นและเป็นการสร้าง “อุปทาน” ที่สูงเกินความเป็นจริงขึ้นมาชั่วคราวในระยะสั้นจนกลายเป็น “อุปทานเทียม” ที่ “ฟองสบู่” อันเกิดจาก “อุปทานเทียม”…

Details

บ้านสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ 2009 (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน ก็ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่ผมได้นำเสนอรูปแบบ “บ้านสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009”ก็ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บานทั่วประเทศที่ให้ความสนใจ บ้านสุขภาพดีหลังนี้ ซึ่งในทุกห้องของบ้านหลังนี้ผมได้ออกแบบให้มีหน้าต่างสำหรับการระบายอากาศอย่างน้อย 2-3 ด้าน ของผนังห้องแต่ละห้อง และสำหรับหน้าต่างทุกบานผมออกแบบให้เป็นลักษณะแบบเบย์วินโดว์ เพื่อให้แสงแดดสามารถส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคในห้องได้ นอกจากนั้นหลังคาบ้านสุขภาพดีหลังนี้ถูกออกแบบให้เป็นลักษณะปั้นหยาทรงสูงสามารถระบายน้ำฝนได้ดี ทำให้ไม่รั่วซึม อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถระบายความร้อนได้ดี โดยมีช่องระบายอากาศร้อนบริเวณใต้หลังคาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งภาษาทางเทคนิคเรียกระบบการระบายอากาศร้อนนี้ว่า “Stack Ventilation” ซึ่งเป็นระบบการไหลเวียนแบบธรรมชาติ คือ อากาศร้อนไหลเวียนขึ้นเบื้องสูง อากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่ จึงนับได้ว่าบ้านไม่บานหลังนี้เป็นแบบบ้านสุขภาพดีที่“งามง่าย , พอเพียง , อันเป็นที่รักและที่พัก” สามารถสู้กับไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้อย่างสบาย ๆ ต่อให้ในอนาคตมีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น 2010 หรือ 2020 ก็ไม่สามารถทำอะไรกับสมาชิกในบ้านสุขภาพดีหลังนี้ได้หรอกครับ นอกจากนั้นการออกแบบบ้านไม่บานหลังนี้ ยังถูกออกแบบให้มีการยกพื้นสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมแล้ว ก็ยังช่วยให้เกิดความโล่งโปร่งสบาย อากาศไม่ร้อนอบอ้าว รวมทั้งไม่อับชื้น เพราะอากาศสามารถถ่ายเทได้ดี โดยออกแบบการระบายอากาศในระบบ “Cross Ventilation…

Details

เศรษฐกิจไทยโดนสองเด้ง “เงินนอกไหลบ่า – น้ำป่าไหลท่วม”

หากใครเป็นคนบริหารจัดการเศรษฐกิจการเงินการคลังของไทยในยามนี้ คงต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไปตาม ๆ กันครับ สาเหตุเพราะเศรษฐกิจไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤติโดนสองเด้งทั้งปัญหา “เงินนอกไหลบ่า” และ “น้ำป่าไหลท่วม” ซึ่งคาดการณ์ว่าทั้งสองวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในครั้งนี้จะฉุดจีดีพี(ผลผลิตมวลรวมของประเทศ) ให้ลดลงอย่างน้อย 1% ซึ่งหากลองพิจารณาในวิกฤติการณ์ “เงินนอกไหลบ่า” ซึ่งเป็นเด้งแรก ที่ผมได้เตือนสติท่านผู้อ่านเอาไว้หลายสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท อันเป็นผลมาจากการไหลบ่าของเงินทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศ ผลที่เกิดขึ้นกับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นนั้นไม่ได้จำกัดความยุ่งยากอยู่แค่ในตลาดทุนตลาดหุ้น แต่กลับลุกลามไปถึงตลาดการค้าระหว่างประเทศ และผมเชื่อว่าจะส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม หากไม่รู้เท่าทันและบริหารจัดการกันไม่ดีพอ คงต้องยอมรับนะครับว่าค่าเงินบาทในเวลานี้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากจนถึงระดับที่เป็นอันตราย เฉพาะปีนี้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นแล้วถึง 11.5 เปอร์เซ็นต์ หากลองกวาดตามองไปทั่วเอเชียจะพบว่าเป็นรองก็แต่เพียงค่าเงินเยนเท่านั้น เหตุผลมีหลายประการครับ แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน คือ ปีนี้มีเงินต่างชาติไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทยมากกว่าขาย (หรือที่ภาษาตลาดเขาเรียกว่าซื้อสุทธิ สูงถึง 1,900 ล้านดอลลาร์) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 1.75 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หลายประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา) อัตราดอกเบี้ยคือ 0 เปอร์เซ็นต์ ในสภาวะดังกล่าวก็เป็นธรรมดาครับที่กระแสเงินของต่างประเทศก็ต้องไหลบ่าเข้ามาในไทย เพื่อทำกำไรระยะสั้นครับ นอกจากการไหลบ่าเข้าท่วมตลาดหุ้นแล้ว ก็ยังไหลทะลักเข้าสู่ตลาดพันธบัตร (เพราะให้ดอกเบี้ยสูงกว่า) ซึ่งเงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลบ่าเข้ามาในปริมาณมหาศาลเหล่านี้จะซื้ออะไรในไทยได้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นเงินบาท คือเอาเงินดอลลาร์มาซื้อเงินบาทเพื่อนำไปซื้อหุ้น ซื้อพันธบัตร ดังนั้นเมื่อ เงินนอกไหลบ่า เข้ามามาก ๆ ก็ส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นไปโดยปริยาย เพราะยิ่งต้องการกันมากเท่าไรก็ยิ่งมีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น…

Details

“ค่าเงินบาท” แข็งก็ไม่ดี อ่อนก็ไม่ดี อยากได้ “พอดี ๆ” (2)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึง “ค่าเงินบาท” ที่ แข็งเกินไปก็ไม่ดี อ่อนเกินไปก็ไม่ดี เพราะการที่ “ค่าเงินบาท” แข็งค่ามากเกินไปเริ่มเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่กับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อการส่งออก รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรที่พึ่งพาการส่งออกอาจเสียเปรียบบรรดาประเทศคู่แข่งได้ สถานการณ์ “ค่าเงินบาท” แข็งค่าขณะนี้ โดยประเมินจากการเคลื่อนไหวตัวของ “ค่าเงินบาท” ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี จากระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 30.10 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคมหรือแข็งค่าขึ้น 3.05 บาท ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 13 ปี (นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540) กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยรวม กอปรกับปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาเพื่อทำกำไรในระยะสั้นในไทยเพิ่มขึ้นมาก ประมาณการกันว่ามีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและเข้ามาซื้อพันธบัตรไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมากกว่าแสนล้านบาทแล้วครับ ในสภาวการณ์ดังกล่าวถือว่าสุกงอมพอที่จะต้องออกมาตรการสกัดเงินทุนที่ไหลเข้าหรือไม่ ก็ยังเป็นคำถามอยู่ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ธปท. ที่อืดอาดยืดยาดไม่ทันท่วงที อาจเป็นเพราะอดีตผู้ว่าการ ฯ นางธาริษา วัฒนเกส คงไม่อยากตัดสินใจทำอะไรในช่วงตอนที่จะลงจากเก้าอี้ โดยเฉพาะเงื่อนไขเวลาที่เป็นรอยต่อช่วงที่ ผู้ว่าการ ธปท. คนเก่าเกษียณอายุราชการและ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่รับช่วงต่อตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่หากพิจารณากันให้ลึกถึงแก่นแล้ว จะพบว่าทิศทางของเงินทุนที่ไหลเข้ามาในประเทศส่วนใหญ่ในช่วงนี้เป็นการลงทุนหลัก ๆ…

Details

“ค่าเงินบาท” แข็งก็ไม่ดี อ่อนก็ไม่ดี อยากได้ “พอดีๆ” (1)

จากการเคลื่อนไหวตัวของ “ค่าเงินบาท” ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี จากระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 30.11 บาทต่อดอลลาร์ (ในราคารับซื้อ 29.45 บาท) ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหรือแข็งค่าขึ้น 3.04 บาท ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 13 ปี (นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540) กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม กอปรกับปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชียและไทยเพิ่มขึ้นมาก มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและเข้ามาซื้อพันธบัตรของไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมากกว่าแสนล้านบาทแล้วครับ ได้มีการประมาณการกันว่าในไตรมาส 4 ของปี “ค่าเงินบาท” มีแนวโน้มต่ำกว่า 30 บาท อีกทั้งยังมีการประมาณการกันว่าการส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง 2553 จะขยายตัวในอัตราลดลงเหลือเพียง 11.8% มีมูลค่า 94,250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ไตรมาส 3 ขยายตัว 17.6% และไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 6.3% ขณะที่ครึ่งปีแรกขยายตัวถึง 36.6% ทำให้ทั้งปีการส่งออกขยายตัว 22.9% มูลค่า 187,316 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง (จากระดับ…

Details

บ้านสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ 2009 (1)

สวัสดีครับแฟนๆชาวบ้านไม่บาน ในช่วงนี้คงต้องรักษาเนื้อ รักษาตัว รวมทั้งรักษาสุขภาพกันให้ดีนะครับ เพราะสาเหตุมาจากการแพร่ระบาดอย่างหนักของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่นักวิชาการทางการแพทย์บางท่านก็บอกว่าเป็นการผสมพันธ์แบบไตรภาคีระหว่าง เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู เชื้อไวรัส ไข้หวัดนก และเชื้อไวรัสไข้หวัดคน ทำให้กลายพันธ์เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่ว่ากันว่าดุและอึดกว่าเก่าเดิม 3 เท่าตัว ทำให้แพร่ระบาดกันไปทั่ว เป็นผลให้สยามประเทศของเราครองแชมป์ผู้เสียชีวิตมากที่สุด ติดเชื้อมากที่สุด และแพร่ระบาดมากที่สุดในเอเชีย ดังนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อไหร่ความสมดุลในการใช้ชีวิตของมนุษย์ขาดหรือเกินไปก็จะเกิดปัญหาให้เห็นได้ในทันทีทันใดดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งการสูญเสียความสมดุลนั้น ผมหมายถึง การสูญเสียความสมดุลในปัจจัยทั้ง 4 ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้มีการเกิดโรคระบาดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยพบกันมาก่อน นี่ยังไม่นับรวมถึงการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแปรปรวนของฤดูกาล ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องชี้วัดให้เห็นว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ อันเป็นผลพวงมาจากความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ ในเบื้องต้นนี้ผมอยากจะเริ่มจากการฝากข้อคิดพื้นฐานอันเป็นปฐมบทเอาไว้ว่า “บ้านสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ” ของผมนั้น จะต้องเป็นบ้านที่ “งามง่าย” และ “พอเพียง” อีกทั้งยังต้อง “เป็นทั้งที่รักและที่พัก” ซึ่งคำจำกัดความที่อาจจะฟังดูเรียบง่ายนี้ แต่หากพิจารณากันให้ลึกถึงแก่นแล้วช่างมีความหมายที่งดงาม และลึกซึ้งมากครับ คำว่า “บ้านที่งามง่าย”…

Details

สมาร์ทอพาร์ตเม้นท์โซลูชั่น ของ อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบไฮเทค (SMART APARTMENT SOLUTION) (3)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็มาว่ากันต่อเป็นตอนสุดท้ายที่เกี่ยวกับ “สมาร์ทอพาร์ตเม้นท์โซลูชั่น” ครับ สำหรับเนื้อหาสาระในสัปดาห์นี้มาพิจารณากันในแง่การรักษาความปลอดภัยในอพาร์ตเม้นท์จะเห็นได้ในทันทีว่าระบบรักษาความปลอดภัยยุคใหม่ผ่านเครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าในปัจจุบันมีระบบกล้องวีดีโอวงจรปิดแบบทางไกล หรือที่มักจะเรียกทับศัพท์ว่า Remote Video Monitoring ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลผ่านทางไอพีเน็ตเวิร์ก หรืออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งสามารถติดตั้งกล้อง IP Camera ไว้ในบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ของอพาร์ตเม้นท์ แล้วตั้งค่าให้กล้องแคปเจอร์ภาพเหตุการณ์ในพื้นที่นั้นส่งมาให้ท่านโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งแน่นอนว่าควรจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะการส่งภาพหรือวิดีโอจำเป็นต้องใช้แบนด์วิดธ์ที่สูง และด้วยคุณสมบัติดังกล่าวกล้องวิดีโอวงจรปิดแบบทางไกลจะทำให้ท่านเจ้าของอพาร์ตเม้นท์สามารถทราบในทันทีว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างขณะที่ท่านไม่อยู่ ที่สำคัญท่านสามารถทราบได้ว่าผู้เช่า อพาร์ตเม้นท์ ของท่านได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมจากพนักงานดูแลอพาร์ตเม้นท์หรือไม่ นอกจากนั้นระบบกล้องวิดีโอวงจรปิดแบบทางไกล ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ของอาคาร เพื่อใช้เป็นระบบการรักษาความปลอดภัย หรือจะติดตั้งไว้ที่แคชเชียร์เพื่อควบคุมดูแลการทำงานของพนักงาน ซึ่งในการทำงานทั้งหมดนี้นับว่าเป็นการประยุกต์ใช้ไอทีและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อชีวิตหรือการทำงานที่ดีขึ้นของท่านและธุรกิจ อพาร์ตเม้นท์ของท่านได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าด้วยแนวคิดแบบ “สมาร์ทอพาร์ตเม้นท์โซลูชั่น” จะทำให้ท่านเจ้าของอพาร์ตเม้นท์สามารถเปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ที่พักในห้องได้ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาในเรื่องการจัดการและการลงทุนด้านอินฟราสตรักเจอร์ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยท่านสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ กับแนวคิดแบบ “สมาร์ทอพาร์ตเม้นท์โซลูชั่น” ในส่วนของอุปกรณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบที่ให้บริการไฮ-สปีดอินเทอร์เน็ตสู่ห้องพัก ท่านเจ้าของอพาร์ตเม้นท์สามารถให้ทางบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่หลายรายในปัจจุบันเป็นผู้ลงทุนให้กับท่าน ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดทางบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตก็มักจะเป็นผู้จัดหา และดูแลให้ตลอดอายุการใช้งาน หรือตลอดอายุสัญญาการให้บริการ ซึ่งจุดนี้จะทำให้ท่านเจ้าของอพาร์ตเม้นท์ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ รวมถึงลงทุนเรื่องการดูแล บำรุงรักษาอุปกรณ์ ทำให้แทบจะไม่มีความเสี่ยงในการดำเนินการ ซึ่งการคิดค่าใช้จ่ายจะคิดเป็นค่าเช่ารายเดือนตามจำนวนห้องที่มีการใช้งานจริง…

Details

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของ “ชาวบางสตางค์น้อย”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับในสัปดาห์นี้ตามคำเรียกร้องสำหรับผู้ที่มีที่ดินในย่านใจกลางเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก 150-200 ตารางวาและอยู่ในกลุ่มชาว “บางสตางค์น้อย” คือ มี “ทุนทรัพย์น้อย” ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง หรือ ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่กำเนิด เป็นชีวิตที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันด้วยตัวเอง และใฝ่ฝันที่จะมี “อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดเล็ก” หลังเล็ก ๆ สักหลัง ตั้งใจเก็บหอมรอมริบกะว่าจะสร้างไว้เก็บค่าเช่ากินยามเกษียณ เมื่อท่านได้ติดต่อมาที่ผมให้ช่วยเสนอแนวคิดในการออกแบบ “มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของชาว “บางสตางค์น้อย” ในสไตล์ “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส” ก็จะจัดให้ครับ จะว่าไปแล้วถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากครับ เพราะการที่ออกแบบอาคารบนผืนที่ดินจำกัดทั้งยังมีงบประมาณค่อนข้างน้อย จึงจำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย เพราะไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง ทั้งยังจำเป็นต้องออกแบบให้ “สวยที่สุดในซอย” และสามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จในงบประมาณเพียงไม่กี่ล้านบาท     จะว่าไปแล้ว “มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของชุมชน “ชาวบางสตางค์น้อย” จัดได้ว่าเป็นอาคารที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะในอดีตคนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ตามตรอกซอกซอย ในย่านใจกลางเมืองก็มักจะปลูกบ้านบนที่ดิน 150-200 ตารางวา ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในสมัย 30 -40 ปีก่อน ต่อมาบ้านเมืองเจริญขึ้นก็มีการพัฒนาถนนหนทางในตรอกซอกซอย รวมถึงการทำโครงข่ายระบบท่อระบายน้ำ ตลอดจนปรับปรุงผิวการจราจรเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ปัญหาที่ตามมาคือเมื่อได้มีการยกระดับผิวถนนให้สูงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วม…

Details

“อพาร์ทเม้นท์ + คอนโดมิเนียมไม่บาน” ที่ “กว๊านพะเยา”

สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมภูมิใจนำเสนอโครงการ “ลูกผสม” แบบ “ไฮบริด “ ( HYBRID) ซึ่งการผสมผสานกันของ”อพาร์ทเม้นท์ ” + “คอนโดมิเนียมไม่บาน ” มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะอยู่ริมชายตลิ่งของ “กว๊านพะเยา ” ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด “กว๊านพะเยา ” นั้นถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของเมือง “พะเยา ” ก็ว่าได้ ทั้งยังมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว ถึงขนาดอันกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร พอผมได้รับทาบทามให้ไปออกแบบ “อพาร์ตเม้นท์ + คอนโดมิเนียมไม่บาน ” ที่อยู่ติดกับ “กว๊านพะเยา ” จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำเลที่ตั้งของที่ดินในลักษณะนี้ไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ นะครับ ใครก็ตามถ้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ “อาคารชุด” ติด “กว๊านพะเยา ” โครงการนี้ก็ถือว่ามีบุญครับ เพราะถึงพร้อมด้วยอากาศที่ดี วิวทิวทัศน์ที่ดี และอาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ดี บรรดาผู้คนก็ดี อะไรอะไรก็ดูดีไปหมด อีกทั้งยังอยู่ท่ามกลางอยู่ในดินแดนที่เต็มไปด้วย “ศิลปวัฒนธรรม” ที่ดี พอได้เอาความดีต่าง ๆ…

Details