“ภูมิสังคม” ที่ “พอเพียง”ของ “ในหลวง”

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมาก่อนที่ “ในหลวง” จะเสด็จสวรรคตเพียง 5 วัน ผมได้เขียนถึงแนวคิด “ภูมิสังคม” ที่ “พอเพียง” ของ “ในหลวง” ที่พระองค์ทรงเป็น “ต้นแบบ” ให้พสกนิกรของพระองค์ท่านได้เห็นว่าที่ก่อนจะทำกิจการงานใด มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องศึกษาจนเกิดความเข้าใจถ่องแท้ในทุก ๆ “มิติ” ให้ได้เสียก่อน ยิ่งถ้าเริ่มจากความรู้ความเข้าใจมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีชัยชนะในการพัฒนามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ความรู้ความเข้าใจ “ภูมิสังคม” นี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นที่สุด เพราะในการแก้ไขปัญหาที่สลับซับซ้อน ไม่อาจจะทำทีเดียวให้สำเร็จเด็ดขาดได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการค่อย ๆ ทำค่อย ๆ แก้ไขไป ในบางโครงการของ “ในหลวง” ต้องเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองถึง 45 ครั้ง เพราะพอแก้ไขปัญหาหนึ่งสำเร็จ ก็ส่งผลกระทบถึงปัญหาอีกอย่างหนึ่ง เป็นลูกโซ่ไม่รู้จักจบสิ้น ความรู้ความเข้าใจที่พระองค์ทรงรับสั่งว่าเป็น “ภูมิสังคม” นั้น จึงเป็น “แก่น” ที่สำคัญ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่าง “เพียงพอ” และ “พอเพียง” ในทุก “มิติ” ครับ “ในหลวง” ได้ทรงพระราชทานแนวคิดเรื่องความ…

Details

การสร้าง “เอกลักษณ์” ที่ “ชีวามาร์เก็ต” (II)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาว่ากันต่อในหัวข้อ การสร้าง “สัญลักษณ์ ” (อันเป็น ” Landmark” หรือ “จุดหมายตา “) ที่เป็น “เอกลักษณ์ ” ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและการวางผังบริเวณ ซึ่งผมมักจะย้ำอยู่เสมอว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาลงไปให้ลึกทางประวัติศาสตร์แบบ “เหลียวหลัง+แลหน้า ” ในทุก “มิติ ” ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง “ภูมิบ้าน “, “ภูมิเมือง “, “ภูมิสังคม ” ซึ่งหากจะเปรียบให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ในความเห็นของผมนั้นการที่จะ “ก่อสร้างอาคาร ” สักหลัง ก็เปรียบได้กับการ “ปลูกต้นไม้ ” สักต้น หากเราเอาใจใส่คัดสรร “พันธุ์ดี ” ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ (ซึ่งอาจเรียกว่าสภาพแวดล้อม) เมื่อมีเมล็ด “พันธุ์ดี” ได้เพาะปลูกบนผืน “ดินดี” ที่อุดมสมบูรณ์ ที่อยู่ในทำเลดี ผ่านกระบวนการประคบประหงมดูแลรักษาอย่างดี…

Details

เชิญเข้าร่วมสัมมนา “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบ “มาราธอน” เข้มข้น 4 วันเต็ม

สวัสดีครับ แฟนๆชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่ได้ให้เกียรติกับผม โดยได้เข้าร่วมกิจกรรม “มีท แอนด์ กรีท” (MEET AND GREET) ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ทำให้สตูดิโอดาวน์ทาวน์ ของสถานีโทรทัศน์ “เนชั่นทีวี” ช่อง 22 เนืองแน่นไปด้วยบรรดาแฟนๆ ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากถ่ายทอดรายการ “คนรักบ้าน” ช่วงเช้าเวลา 9:30 น. ถึง 10:30 น. ผมได้ทำการบรรยาย และเปิดโอกาสให้ซักถามในทุกประเด็นที่สงสัย และสนใจอยากรู้ในการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน“, “โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน” และ “คอนโดมิเนียมไม่บาน” ฯลฯไปจนถึงเวลา 13.30 น. ก็เต็มอิ่มครับ กับ 4 ชม. เต็ม ซึ่งหลายๆ ท่านก็บอกว่าเวลาสั้นไป อยากรับฟังการบรรยายและเรียนรู้มากกว่านี้ เพราะการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แต่ละหลังนั้น บางท่านต้องใช้เงินเก็บทั้งชีวิต เพราะหากตัดสินใจผิดหรือวิเคราะห์พลาดก็อาจถึงขั้นหมดตัวก็เป็นได้ ซึ่งการบรรยายผมแต่ละครั้ง…

Details

“ภูมิสังคม” คือ “ภูมิคุ้มกัน”

จากการที่ผมได้รับเชิญไป “ศรีลังกา” เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ได้มีโอกาสนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ทบทวนแบบ “เหลียวหลังเพื่อแลหน้า” สำหรับผมแล้วก็เหมือนกับการได้ประเมินและตรวจสอบตัวเองเป็นระยะ ๆ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อหลายปีก่อนในช่วงเวลาอันแสนสุขที่ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ครั้งที่ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา” ของ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทั้งคนเก่งและคนดี ผมนึกถึงคำพูดของ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ซึ่งท่านเป็น “เลขาธิการมูลนิธิฯ” ที่ได้พูดถึง “ภูมิสังคม” ซึ่งในทัศนคติและมุมมองของผมแล้ว มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเป็นเสมือนการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้กับทั้งตัวผมเอง และบรรดาผู้คนรอบตัวผม จากการที่ผมได้ติดตามข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ก็ได้รู้ว่า “สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ได้แจ้งให้ทราบถึงสภาวะเศรษฐกิจและสังคมไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า ในขณะที่ “เศรษฐกิจมหภาค” ได้เติบโตตามเป้าหมายไม่น้อยกว่า 3% ของ “จีดีพี” (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) แต่ในภาพที่มองต่างมุมนั้นกลับมีปัจจัยบ่งชี้ให้เห็นถึงการเลิกจ้างคนงานที่เพิ่มขึ้นถึง 34.8% ในไตรมาสที่ 2 สาเหตุเป็นเพราะในช่วงเดือนกรกฎาคมกำลังผลิตของภาคอุตสาหกรรมลดลงถึงระดับ 62.34% เพราะการส่งออกลดลง 8.4% ซึ่งก็เป็นดรรชนีชี้วัดให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่ในอนาคต ดังนั้นสำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาสร้างเสริม “จุดแข็ง” และ…

Details

4+1 อ.สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับอนาคตที่ยังไงก็มาแน่เกี่ยวกับจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการประมาณการว่า ในปี พ.ศ.2568 โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุขและประชากรในบ้านเราจะมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลครับ ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยต้องแบกภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่คนเหล่านี้ หากพูดถึง “เบี้ยยังชีพ” ที่รัฐบาลได้จัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปี ขึ้นไป จึงได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เพียงเดือนละ 600 บาท เฉลี่ยวันละ 20 กว่าบาท จนนึกไม่ออกครับว่าจะกินจะอยู่อย่างไร ที่เห็นได้ชัดเจน คือ หากไปตามโรงพยาบาลของรัฐในสถานที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างใน “กรุงเทพฯ” เช่น “โรงพยาบาลศิริราช” , “โรงพยาบาลรามาธิบดี” และ “โรงพยาบาลราชวิถี” ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยผู้ป่วยสูงอายุและกำลังเจ็บป่วยในโรคยอดนิยม อาทิเช่น โรคความดัน,โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ,โรคตับ, โรคไต และโรคมะเร็ง และโรคอื่น ๆ ที่ตามมาเป็น “แพ็กเก็จ” แบบ “โปรโมชั่น” ซึ่งโรคเหล่านี้ที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับบรรดานายแพทย์ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน, แพทย์แผนไทย, แพทย์แผนจีน…

Details

การสร้าง “LAND MARK” อันเป็น “เอกลักษณ์” ที่ “ชีวามาร์เก็ต”

ผมมักจะสอนนักศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งในระดับปริญญาตรี,โทและปริญญาเอก เสมอว่าในทางทฤษฎีการออกแบบและการวางผังทางสถาปัตยกรรมหลักการที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ การสร้าง “เอกลักษณ์ ” อันก่อให้เกิดเป็น “อัตลักษณ์” ( Identity) ซึ่งในภาษาทางเทคนิคการออกแบบมักเรียกว่าการสร้าง ” Land Mark ” ซึ่งหากแปลเป็นภาษาไทยจะได้ความว่า “สัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมายของที่ดิน ” (แต่ถ้าใช้คำว่า ” Landmark ” จะมีความหมายว่า “สถานที่สำคัญ “) ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ “พระปรางค์วัดอรุณฯ” เป็น ” Land Mark ” ของ “กรุงเทพมหานคร “, “พระปฐมเจดีย์ ” เป็น ” Land Mark” ของ “นครปฐม” , “พระธาตุพนม ” เป็น “Land Mark” ของ “นครพนม” , “เจดีย์ชเวดากอง” ที่สร้างขึ้นโดยชาวมอญกว่า…

Details

“ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งในการบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ในช่วงหลัง ๆ ผมมักจะให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สำหรับการพักอาศัยขนาด 28-35 ตารางเมตร++ เพราะในมุมมองของผมแล้วน่าจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด (ไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่เล็กจนเกินไป) สำหรับ “บ้านของคนเมือง” ที่อยู่ใน “ชุมชนเมือง” ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับว่าเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่ที่ดินมีจำกัด เพราะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ก็เลยเป็นผลให้คนส่วนใหญ่ที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากมี “บ้านเดี่ยว“, “บ้านแฝด” หรือ “ทาวน์เฮ้าส์” ในเมือง ก็ดูจะไกลเกินเอื้อมไปทุกที เพราะราคาที่ดินต่อตารางวาก็มีมูลค่านับหมื่นนับแสนบาท ก็คงไม่ต้องพูดถึงที่ดินขนาดเป็นไร่หรอกครับ เพราะมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ก็เป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบทุนนิยม แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและในอนาคต คงต้องเปลี่ยนจากการอาศัยในแนวราบขึ้นมาเป็นแนวดิ่งสูงหลายชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสูงไม่เกิน 23 เมตร และพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 4,000 ตรารางเมตร ที่เป็นที่นิยมกันทั่วไปคืออาคารที่สูงไม่เกิน 8 ชั้น จากระดับพื้นดิน ในบางกรณีก็อาจถึง 9 ชั้น โดยทำเป็นชั้นรถจอดใต้ดิน 1 ชั้นครับ     จากการที่ผมได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคอนโดมิเนียมหลาย ๆ…

Details

“MLR” ทางเลือกอันเป็นทางรอดใหม่ของการลงทุน “อสังหาฯ” ในอนาคต

หลายเดือนที่ผ่านมาผมนั่งคิดพินิจพิจารณาแบบนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ว่าอะไรคือคำตอบของการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในอนาคต พอพูดถึงการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” นั้นผมเชื่อว่าทุกท่านจะไม่สามารถหลบลี้หนี้พ้นการลงทุนใน “อสังหา ฯ” น้อยใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งผมหมายถึงท่านอาจจะเล่นบทบาทในบางโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อ, ผู้ใช้บริการ หรืออาจจะเป็นผู้ขายหรืออาจจะเป็นเจ้าของโครงการ เพราะอย่างไรเสียท่านก็จะเป็นหนึ่งในนั้นครับ สำหรับ “อสังหาริมทรัพย์” ของผมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมถือว่าเป็นหนึ่งใน “ปัจจัย 4″ ของมนุษย์ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,เครื่องนุ่งห่ม, (รวมไปถึงเครื่องใช้ไม้สอย) ยารักษาโรคและ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งหมายถึง “อสังหาริมทรัพย์” ครับ จะเห็นได้ว่าในธุรกิจการลงทุนใน “อสังหาฯ” จะประกอบไปด้วย ผู้ที่ลงทุนและผู้ซื้อ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็น “ที่ดินเปล่า“, “บ้านเดี่ยว“, “บ้านแฝด“, “ทาวเฮ้าส์“, “อพาร์ทเม้นท์“, “คอนโดฯ“, “โฮสเทล“, “โรงแรม“, “รีสอร์ท” ฯลฯ ซึ่งหมายถึงจะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรวมทั้งผู้ใช้บริการรวมกันอยู่ในเวลาเดียวกันเสมอ บางครั้งเราก็เป็นผู้ใช้บริการ เช่น พักในโรงแรม, รีสอร์ท,…

Details

วิวัฒนาการ “ตึกแถว”

สถาปัตยกรรมในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส ” ( Chino-Portuguese Architecture )ประเภท “ตึกแถว ” ได้ถือกำเนิดขึ้นในดินแดน “แหลมมลายู ” ( Malay Peninsular ) ในยุคสมัยการล่าอาณานิคมของจักรวรรดินิยมของชาติมหาอำนาจตะวันตก โดยเริ่มตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2054 ชาว “โปรตุเกส” ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าบริเวณเมือง “มะละกา”ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญและได้นำศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนวิทยาการตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงเวลาที่ชาว “โปรตุเกส ” อาศัยอยู่นั้น ก็ได้สร้างอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยไว้  ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกตามความรู้และประสบการณ์ของตน  ทำให้ผลงานสถาปัตยกรรมเหล่านั้นมี “รูปแบบ ”และ “กลิ่นอาย ” ของตะวันตก ในขณะเดียวกันได้ใช้ช่างชาวจีนนำแบบแปลนของบ้านเรือนนั้นไปดำเนินการก่อสร้าง  แต่ด้วยความรู้และประสบการณ์ประกอบกับความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากบริบททางสังคมของช่างชาวจีน ทำให้ผลงานการก่อสร้างอาคารถูกดัดแปลงไปจากแบบแปลนที่ชาว “โปรตุเกส” ได้วางไว้ โดยช่างชาวจีนได้ตกแต่งลวดลายสัญลักษณ์รวมถึงลักษณะรูปแบบบางส่วนของอาคารตามคติความเชื่อของจีนเกิดการผสมผสานกันระหว่าง “โปรตุเกส ” และ “จีน ” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา     ต่อมาเมื่อชาว “ดัตช์ ” และชาว “อังกฤษ ” ได้เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ …

Details

“Curiosity” กับ “อายุยืน 200 ปี”

จากการที่สองผู้ยิ่งใหญ่ในโลกคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ได้เดินทางโคจรมาพบกันในงาน “China Development Forum” ที่ ณ เรือนรับรอง “เตียวหยูไถ่” ทำให้ผมได้ข้อคิดมากมายครับ จากการที่ท่านทั้งสอง คือ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของ “เฟสบุ๊ก” ซึ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ในซีกโลก “ตะวันตก” กับ “แจ็ค หม่า” ซีอีโอ ของ “อาลีบาบา” ผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ของซีกโลก “ตะวันออก” ซึ่งทั้งสองท่านได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากครับ           “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้พูดถึง การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ซึ่งนับวันก็จะเก่งกล้าสามารถกว่ามนุษย์ขึ้นทุกที จะเห็นได้จากการที่แชมป์โลกชาวเกาหลีได้พ่ายแพ้ให้กับคอมพิวเตอร์ในการแข่งขันเกมส์ “โก๊ะ” หรือ “หมากล้อม” ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาแชมป์โลกหมากรุกชาวรัสเซียก็เสียแชมป์หมากรุกให้กับคอมพิวเตอร์เช่นกัน นอกจากนั้นอีกไม่นานเกินรอก็จะเห็น “รถที่ไร้คนขับ” วิ่งกันขวักไขว่เต็มไปหมด นั่นหมายถึงคนต้องแข่งขันกันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้สามารถก้าวทันกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ที่กำลังก้าวรุดหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้ฝากข้อคิดเอาไว้และเป็นการเตือนสติให้กับผมเป็นอย่างยิ่ง…

Details