การสร้าง “LAND MARK” อันเป็น “เอกลักษณ์” ที่ “ชีวามาร์เก็ต”

ผมมักจะสอนนักศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งในระดับปริญญาตรี,โทและปริญญาเอก เสมอว่าในทางทฤษฎีการออกแบบและการวางผังทางสถาปัตยกรรมหลักการที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ การสร้าง “เอกลักษณ์ ” อันก่อให้เกิดเป็น “อัตลักษณ์” ( Identity) ซึ่งในภาษาทางเทคนิคการออกแบบมักเรียกว่าการสร้าง ” Land Mark ” ซึ่งหากแปลเป็นภาษาไทยจะได้ความว่า “สัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมายของที่ดิน ” (แต่ถ้าใช้คำว่า ” Landmark ” จะมีความหมายว่า “สถานที่สำคัญ “) ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ “พระปรางค์วัดอรุณฯ” เป็น ” Land Mark ” ของ “กรุงเทพมหานคร “, “พระปฐมเจดีย์ ” เป็น ” Land Mark” ของ “นครปฐม” , “พระธาตุพนม ” เป็น “Land Mark” ของ “นครพนม” , “เจดีย์ชเวดากอง” ที่สร้างขึ้นโดยชาวมอญกว่า…

Details

“ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งในการบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ในช่วงหลัง ๆ ผมมักจะให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สำหรับการพักอาศัยขนาด 28-35 ตารางเมตร++ เพราะในมุมมองของผมแล้วน่าจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด (ไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่เล็กจนเกินไป) สำหรับ “บ้านของคนเมือง” ที่อยู่ใน “ชุมชนเมือง” ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับว่าเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่ที่ดินมีจำกัด เพราะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ก็เลยเป็นผลให้คนส่วนใหญ่ที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากมี “บ้านเดี่ยว“, “บ้านแฝด” หรือ “ทาวน์เฮ้าส์” ในเมือง ก็ดูจะไกลเกินเอื้อมไปทุกที เพราะราคาที่ดินต่อตารางวาก็มีมูลค่านับหมื่นนับแสนบาท ก็คงไม่ต้องพูดถึงที่ดินขนาดเป็นไร่หรอกครับ เพราะมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ก็เป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบทุนนิยม แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและในอนาคต คงต้องเปลี่ยนจากการอาศัยในแนวราบขึ้นมาเป็นแนวดิ่งสูงหลายชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสูงไม่เกิน 23 เมตร และพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 4,000 ตรารางเมตร ที่เป็นที่นิยมกันทั่วไปคืออาคารที่สูงไม่เกิน 8 ชั้น จากระดับพื้นดิน ในบางกรณีก็อาจถึง 9 ชั้น โดยทำเป็นชั้นรถจอดใต้ดิน 1 ชั้นครับ     จากการที่ผมได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคอนโดมิเนียมหลาย ๆ…

Details

“MLR” ทางเลือกอันเป็นทางรอดใหม่ของการลงทุน “อสังหาฯ” ในอนาคต

หลายเดือนที่ผ่านมาผมนั่งคิดพินิจพิจารณาแบบนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ว่าอะไรคือคำตอบของการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในอนาคต พอพูดถึงการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” นั้นผมเชื่อว่าทุกท่านจะไม่สามารถหลบลี้หนี้พ้นการลงทุนใน “อสังหา ฯ” น้อยใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งผมหมายถึงท่านอาจจะเล่นบทบาทในบางโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อ, ผู้ใช้บริการ หรืออาจจะเป็นผู้ขายหรืออาจจะเป็นเจ้าของโครงการ เพราะอย่างไรเสียท่านก็จะเป็นหนึ่งในนั้นครับ สำหรับ “อสังหาริมทรัพย์” ของผมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมถือว่าเป็นหนึ่งใน “ปัจจัย 4″ ของมนุษย์ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,เครื่องนุ่งห่ม, (รวมไปถึงเครื่องใช้ไม้สอย) ยารักษาโรคและ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งหมายถึง “อสังหาริมทรัพย์” ครับ จะเห็นได้ว่าในธุรกิจการลงทุนใน “อสังหาฯ” จะประกอบไปด้วย ผู้ที่ลงทุนและผู้ซื้อ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็น “ที่ดินเปล่า“, “บ้านเดี่ยว“, “บ้านแฝด“, “ทาวเฮ้าส์“, “อพาร์ทเม้นท์“, “คอนโดฯ“, “โฮสเทล“, “โรงแรม“, “รีสอร์ท” ฯลฯ ซึ่งหมายถึงจะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรวมทั้งผู้ใช้บริการรวมกันอยู่ในเวลาเดียวกันเสมอ บางครั้งเราก็เป็นผู้ใช้บริการ เช่น พักในโรงแรม, รีสอร์ท,…

Details

วิวัฒนาการ “ตึกแถว”

สถาปัตยกรรมในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส ” ( Chino-Portuguese Architecture )ประเภท “ตึกแถว ” ได้ถือกำเนิดขึ้นในดินแดน “แหลมมลายู ” ( Malay Peninsular ) ในยุคสมัยการล่าอาณานิคมของจักรวรรดินิยมของชาติมหาอำนาจตะวันตก โดยเริ่มตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2054 ชาว “โปรตุเกส” ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าบริเวณเมือง “มะละกา”ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญและได้นำศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนวิทยาการตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงเวลาที่ชาว “โปรตุเกส ” อาศัยอยู่นั้น ก็ได้สร้างอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยไว้  ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกตามความรู้และประสบการณ์ของตน  ทำให้ผลงานสถาปัตยกรรมเหล่านั้นมี “รูปแบบ ”และ “กลิ่นอาย ” ของตะวันตก ในขณะเดียวกันได้ใช้ช่างชาวจีนนำแบบแปลนของบ้านเรือนนั้นไปดำเนินการก่อสร้าง  แต่ด้วยความรู้และประสบการณ์ประกอบกับความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากบริบททางสังคมของช่างชาวจีน ทำให้ผลงานการก่อสร้างอาคารถูกดัดแปลงไปจากแบบแปลนที่ชาว “โปรตุเกส” ได้วางไว้ โดยช่างชาวจีนได้ตกแต่งลวดลายสัญลักษณ์รวมถึงลักษณะรูปแบบบางส่วนของอาคารตามคติความเชื่อของจีนเกิดการผสมผสานกันระหว่าง “โปรตุเกส ” และ “จีน ” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา     ต่อมาเมื่อชาว “ดัตช์ ” และชาว “อังกฤษ ” ได้เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ …

Details

“Curiosity” กับ “อายุยืน 200 ปี”

จากการที่สองผู้ยิ่งใหญ่ในโลกคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ได้เดินทางโคจรมาพบกันในงาน “China Development Forum” ที่ ณ เรือนรับรอง “เตียวหยูไถ่” ทำให้ผมได้ข้อคิดมากมายครับ จากการที่ท่านทั้งสอง คือ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของ “เฟสบุ๊ก” ซึ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ในซีกโลก “ตะวันตก” กับ “แจ็ค หม่า” ซีอีโอ ของ “อาลีบาบา” ผู้นำเทคโนโลยี “ออนไลน์” ของซีกโลก “ตะวันออก” ซึ่งทั้งสองท่านได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากครับ           “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้พูดถึง การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ซึ่งนับวันก็จะเก่งกล้าสามารถกว่ามนุษย์ขึ้นทุกที จะเห็นได้จากการที่แชมป์โลกชาวเกาหลีได้พ่ายแพ้ให้กับคอมพิวเตอร์ในการแข่งขันเกมส์ “โก๊ะ” หรือ “หมากล้อม” ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาแชมป์โลกหมากรุกชาวรัสเซียก็เสียแชมป์หมากรุกให้กับคอมพิวเตอร์เช่นกัน นอกจากนั้นอีกไม่นานเกินรอก็จะเห็น “รถที่ไร้คนขับ” วิ่งกันขวักไขว่เต็มไปหมด นั่นหมายถึงคนต้องแข่งขันกันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้สามารถก้าวทันกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ออนไลน์” ที่กำลังก้าวรุดหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้ฝากข้อคิดเอาไว้และเป็นการเตือนสติให้กับผมเป็นอย่างยิ่ง…

Details

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”

ในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังอึมครึมสับสนและหลงทางเสียจนดูเหมือนว่าจะจับต้นชนปลายกันไม่ถูก รวมทั้งกำลังเผชิญการไหลทะลักของเงินทุนต่างชาติสกุลต่าง ๆ เข้ามาจนท่วม “ดินแดนสุวรรณภูมิ ” เป็นผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ แม้แต่หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในภาครัฐเองก็ยังมีความเห็นแตกต่างยกตัวอย่างระหว่าง “แบงก์ชาติ ” และ “กระทรวงการคลัง ” ก็กำลังเกี่ยงกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรดี ก็อยากเตือนสติบรรดาท่านที่มีอำนาจวาสนาว่า ยิ่งช้าก็ยิ่งไม่ทันการณ์ครับ เพราะบรรดาผู้ส่งออกต่างก็ขาดทุนกันย่อยยับจาก “วิกฤติการณ์ค่าเงินบาท”แข็งค่าขึ้น ในทาง “เศรษฐศาสตร์มหภาค” ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการโจมตีค่าเงินจากนักค้าเงินต่างชาติที่มาในรูปกองทุนต่าง ๆ เพราะค่าเงินบาทแข็งไปก็ไม่ดี หรืออ่อนเกินไปก็ไม่ดี เหมือนสมัย “พ่อใหญ่จิ๋ว ” ที่ประเทศของเราเคยถูกโจมตีค่าเงินบาทจนถึงขั้นเศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ คราวนี้ไม่ใช่เป็นการโจมตีที่ทำให้ “ค่าเงินบาทอ่อน ” แต่เป็นการทำให้ “ค่าเงินบาทแข็ง” แม้แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร จะใช้ “ยาแรง ” โดยการลดอัตราดอกเบี้ยจะเหมาะสมหรือไม่ หรือใช้มาตรการอื่น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นี่ยังไม่นับรวมหนี้สาธารณะที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ อย่างน้อย 2 ล้านล้านบาท ที่จะส่งผลให้คนไทยต้องเป็นหนี้กันไปอีกอย่างน้อย 50 ปี กว่าจะชดใช้หนี้หมดครับ     จะว่าไปแล้วการที่เป็นคนรู้มากเห็นมาก รวมทั้งการที่ได้ผ่านชีวิตมามากอย่างผมในบางทีก็ไม่ค่อยดีนักครับ เพราะทำให้ยิ่งกังวลมากกับความไม่แน่นอนในอนาคต…

Details

อีก “มิติ” ของ“ดร.เจ้าคุณธงชัย” ที่ผมรู้จัก

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าผมโชคดีมากครับ มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องมงคลมากมายเข้ามาสู่ชีวิตผม เช่นในกรณีที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่าน “ดร.เจ้าคุณธงชัย” หรือ “พระพรหมมังคลาจารย์” ที่ “วัดไตรมิตรวิทยาราม” ซึ่งวัดแห่งนี้ก็มีเรื่องเล่าขานกันว่าในอดีตเกิดจากชาวจีน 3 คน ก็คือ “ไตรมิตร” หรือ “มวลมิตร” ทั้ง 3 ก็ช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้น และต่อมาก็ได้มีการค้นพบ “หลวงพ่อทองคำ” ที่เป็นพระพุทธรูปสมัย “สุโขทัย” อายุร่วม 800 ปี ที่หล่อขึ้นด้วยทองคำทั้งองค์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีตำนานเล่าขานของการผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านศึกสงคราม สุดท้ายก็ได้มาประดิษฐานที่ “วัดไตรมิตร” แห่งนี่แหละครับ นอกจาก “หลวงพ่อทองคำ” ที่มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลกแล้ว “วัดไตรมิตร” ในปัจจุบันก็มีท่าน “เจ้าคุณธงชัย” ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไกลไปทั่วโลกไม่น้อยไปกว่า “หลวงพ่อทองคำ” จะว่าไปแล้วผมได้ยินชื่อเสียงของท่าน “เจ้าคุณธงชัย” มานานหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยท่านได้จัดทำวัตถุมงคลประเภทเหรียญและผ่ายันต์รุ่นต่าง ๆ และต่อมาก็มีคนพูดถึงท่านในกรณีที่ทีมฟุตบอล “เลสเตอร์ ซิตี้” ได้เป็นแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” แบบ “ม้านอกสายตา” แต่เพราะขวัญและกำลังใจจากผ้ายันต์ของท่าน “เจ้าคุณธงชัย” เป็นผลให้ทีมทั้งทีมรวมใจเป็นหนึ่งเดียวทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค…

Details

เรือน “ครู” – บ้านคึกฤทธิ์

เดือนตุลาคมนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผมครับ เพราะเป็นช่วงเวลาครบรอบ100 ปี “ชาตะกาล” ของ “ครู” ผม ซึ่งผมหมายถึง พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและเป็นปราชญ์ของแผ่นดินอีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “คนรักบ้าน” ที่แพร่ภาพทางเนชั่นแชลแนล (ทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น.) ทำให้ผมได้ชื่นชมกับ “บ้านคึกฤทธิ์” ซึ่งเป็น “กลุ่มเรือนไทย” ที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ผมได้สัมผัสถึงความรักความผูกพันที่ “ครู” ของผมท่านนี้มีต่อ “เรือนทรงไทย” ดังจะเห็นได้จากการที่ “ครู” ได้บรรจงกรุงเรือนไทยซึ่งเป็นบ้านของท่านฝากไว้เป็นมรดกชิ้นหนึ่งของแผ่นดินที่มีบรรดาผู้คนกล่าวขานถึงมากที่สุดหลังหนึ่ง เป็นกลุ่มเรือนไทยที่ได้รับรางวัล “เรือนไทยอนุรักษ์ดีเด่น” จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เสน่ห์ของ “เรือนคึกฤทธิ์” ที่เป็นบ้าน “ครู”ของผม สำหรับผมแล้วถือว่าเป็น “เรือนไทยร่วมสมัย” ที่เป็นที่อยู่อาศัยของ “ครู” จริง ๆ ไม่ได้ปรุงแต่งขึ้นจนเกินงามเพื่อการแสดงสถานภาพทางสังคม แต่สะท้อนถึงวิถีชีวิตตามรสนิยมจริง ๆ ของ “ครู” ดังนั้นถึงแม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นเรือนไทยแบบโบราณ แต่ก็มีเครื่องใช้ไม้สอยเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการดำรงชีวิตสมัยใหม่อย่างครบถ้วนไปพร้อม ๆ กัน “เรือนคึกฤทธิ์”…

Details

พฤหัสบดี ที่ 3 เมษายนนี้ บรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” อีกไม่นานแล้วครับก็จะถึงวันสำคัญที่ผมและบรรดาแฟน ๆ จะได้พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนสาระทุกข์สุขดิบกันแบบตัวเป็น ๆ ในวันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยผมกับ “เนชั่นแชลแนล” จะจัดการบรรยายที่ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ในหัวข้อ “การลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” อย่างยั่งยืนของ “ตึกแถวไม่บาน” + “อาคารพาณิชย์ไม่บาน” + “โฮมออฟฟิศไม่บาน” + “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” + “โรงแรม,รีสอร์ทไม่บาน” + “คอนโดมิเนียมไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก” + “ไฮโซ” + “โลว์คอส” ที่อยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง และวิกฤติการเปิด AEC” ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องMeeting Room 3และ4 ซึ่งผมตั้งใจจะทำหน้าที่ “สุนัขเฝ้าบ้าน” นำเสนอแนวคิดอันเป็นทางเลือกที่อาจเป็นทางรอดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ หลากหลายที่มีมูลค่าตั้งแต่ 3-4 ล้านบาท…

Details

“บ้านสวยเมืองงาม” กับ “ The High One” สุด “Hip”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็ต่อจากคราวที่แล้วที่ผมได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับคอนโดฯ สุด “Hip ” ที่ “แหลมแท่น” ชายทะเล “บางแสน” จังหวัดชลบุรี พอได้รับรู้รับทราบถึงกระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแล้ว หลายท่านคงคิดไม่ถึงว่ากว่าจะเป็นคอนโดฯที่สวยสดงดงามหลังหนึ่งนั้นมีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนมิใช่น้อยและมีการพัฒนาการไปตามขั้นตอน ค่อย ๆ เสริมเติมแต่งถึง 7 ครั้ง 7 รูปแบบ จนกระทั่งลงตัวเป็นที่ยอมรับทั้งจากเจ้าของอาคารและจากสถาปนิกผู้ออกแบบ ตลอดจนการตกแต่งภายในที่ลงตัวสุด ๆ จะว่าไปแล้ว “เพชร” ก็ย่อมเป็น “เพชร” แท้ครับ ยิ่งถ้าได้ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถันจากช่างเจียระไนมืออาชีพแล้ว ก็ทำให้เมื่อนำมาประดับบนวงแหวนแล้วก็จะเปล่งประกายเจิดจรัสงดงามเป็นที่ต้องตาต้องใจกับบรรดาผู้พบเห็นและจะทรงคุณค่าตราบนานเท่านาน     การออกแบบทาง “สถาปัตยกรรม” ก็เหมือนกับการเจียรนัย “เพชร” นี่แหละครับ ต้องค่อยเติมเริ่มใส่รายละเอียดจนถึงจุดสูงสุด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า อาคารบางหลังจึงคงความงามนับร้อยปี เป็น “ศักดิ์เป็นศรี” เป็น “คุณงามความดี” ของเมือง เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วว่ามีความ “ศิวิไลซ์” ทั้งในแง่ “ความคิดสร้างสรรค์” และ “เชิงช่าง” ดังนั้นในส่วนตัวของผมในฐานะ “สถาปนิก”…

Details