บ้านไม่บานของ “อาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย” ที่ “ฯพณฯ ชวน – ชื่นชอบ” (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก็คงชื่นมื่นเบิกบานกันไปทั่วถ้วนหน้าครับ กับเทศกาลมหาสงกรานต์ ซึ่งเทพีสงกรานต์ในปีนี้มีนามว่า “โคราคะเทวี” พาหนุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จไสยาสน์หลับเนตรมาเหนือหลังพยัคฆะเป็นพาหะ ก็เป็นความเชื่อแบบพราหมณ์ครับ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าบรรดาคนรักบ้านก็คงมีความสุข เพราะในช่วงวันหยุดคงได้มีโอกาสไปขอพรผู้หลักผู้ใหญ่และได้พบปะกับญาติสนิท มิตรสหาย ได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และที่สำคัญที่สุดของเทศกาลมหาสงกรานต์ คือ การที่บรรดาคนรักบ้านได้กลับบ้าน กลับไปยังบ้านเกิดอันเป็นผืนดินที่ “ฝังรก” ได้กลับไปสู่บ้านแสนรัก สำหรับผมแล้วนับได้ว่าเป็นนักเดินทางคนหนึ่ง หลายสิบปีที่ผ่านมา ได้ใช้ชีวิตเดินทางท่องไปในโลกกว้าง บางทีก็ไปไกลถึงอีกซีกโลกหนึ่ง ได้ไปใช้ชีวิตกับคนต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมนับสิบปี สำหรับผมแล้วช่วงวันหยุดเทศกาลมหาสงกรานต์นี้ จะเปรียบไปแล้วก็เหมือนกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสในต่างประเทศนั่นแหละครับ ที่ทุกคนพร้อมใจกันหยุดงาน เพื่อที่จะได้กลับบ้านไปฉลองเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นช่วงสงกรานต์ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของคนไทย และยังถือว่าเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่ของไทยอีกด้วย เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปีของเทศกาลมหาสงกรานต์ที่ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี เต็มไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมอันดี เช่นการไปรดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ การไปทำบุญที่วัด ก่อพระเจดีย์ทราย สนุกสนานกับการรดน้ำดำหัวกัน ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นคุณงามความดี อยากให้บรรดาชาวคนรักบ้านรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีนี้เอาไว้ให้ได้ เพื่อส่งต่อให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้อนุรักษ์ สืบสานและพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น…

Details

ความรักที่มีต่อแม่คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

คงจะไม่ผิดนะครับที่ผมจะบอกว่าสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดอีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เรามักจะมองข้ามบ่อยครั้งที่สุด คือ ความรัก ความผูกพัน ระหว่างเรากับแม่ ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ ที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีก 1 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันแม่ในปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ที่ดูเหมือนว่าจะจับต้นชนปลายกันไม่ถูก ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมุ่งไปในทิศทางใด ในวันแม่แห่งชาติ คือวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันหยุดที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสนั่งเงียบ ๆ ได้ทบทวนในสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้ทำและเตรียมการที่จะลงมือทำ ใจก็คิดออกไปไกลถึงความรักที่แม่มีต่อผม และที่ผมมีต่อแม่ ปีนี้แม่อายุย่างเข้า 82 ปีแล้ว เดินเหินก็ไม่ค่อยจะสะดวกก็เป็นธรรมดาของสัจจะธรรมแห่งสังขาร ตลอดทั้งปีที่ผ่านมานับจากวันแม่ปีที่แล้วผมก็ได้แต่วุ่น ๆ กับการวางแผนงานเม็กกะโปรเจ็คต่าง ๆ ที่ผมมีส่วนร่วมรับผิดชอบอยู่ ยิ่งโปรเจ็คมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งต้องวางแผนกันอย่างสลับซับซ้อน รวมทั้งต้องหาทางหนีทีไล่กันมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ทำให้ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผมยุ่งเสียจนแทบจะไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่แม่ได้ดีเท่าที่ควร แท้จริงแล้วสังคมไทย หากเปรียบกับสังคมตะวันตกก็ยังนับได้ว่าเป็นสังคมที่มีความงดงามไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรัก ความเอื้ออาทร ความโอบอ้อมอารีที่คนไทยมีต่อกัน ต่อบุพการี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแม่ ผมว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองจะวุ่นวายสับสนสักเพียงใด บางครั้งการแก้ไขปัญหาก็อาจจะง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ คือ…

Details

บ้านไม่บานที่ “ฯพณฯ ชวน – ชื่นชอบ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน ก็ผ่านไปแล้วนะครับกับงานมหกรรมหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของประเทศ คือ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากผมจะจัดการบรรยายขึ้นในหัวข้อ “การออกแบบ บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ “ซัพไพรม์” แล้ว ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ยังได้ไปพบปะทักทาย รวมทั้งแจกลายเซ็นต์ให้กับบรรดาแฟน ๆ ที่สนใจที่จะซื้อ VCD ในชุด “บ้านไม่บาน” 8 ชุดและ “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” 8 ชุดรวมทั้งสิ้น 16 ชุด ที่บู๊ทเนชั่นแชลแนล ก็ต้องขอขอบคุณครับกับกำลังใจที่ท่านได้ให้กับผม ทั้งที่เข้ารับฟังการบรรยายจนแน่นขนัดจนเกิดปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” เสริมแล้วเสริมอีกถึงขนาดบางท่านต้องตีตั๋วยืน อีกทั้งบางท่านก็ได้เอาของมาฝากไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอไหมพรมที่อุตส่าห์ทอมาให้ผมและยังมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ฝากไปให้คุณแม่ผมที่บ้านอีก ซึ่งในปีนี้ ท่านก็อายุ 82 ย่าง 83 ปีแล้วครับ ก็ฝากคำขอบคุณมาพร้อมด้วย บางท่านก็อุตส่าห์เอามะม่วงจากสวนที่ศรีราชามาให้ถุงใหญ่ จะว่าไปแล้วมีแฟน ๆ นับล้านที่ติดตาม “คนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว” โดยวัดจากสถิติของปีที่แล้ว ที่มีผู้คนสนใจเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.homeloverthai.com ซึ่งเป็นเว็ปไซต์เล็ก ๆ…

Details

ปลาตายน้ำตื้น (2)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการเอาไว้ว่าการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งนี้ จะทำให้จีดีพีของประเทศลดลงประมาณ 0.2% ถึง 0.3% และอาจส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3 อาจจะลดลงถึง 0.9% จริงอยู่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อาจจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นในเชิงเศรษฐกิจมากนักในปัจจุบัน แต่จะส่งผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะกลางของประชาชนในการระมัดระวังในการใช้ชีวิตและการบริโภค จะเห็นได้ว่าในบรรดาห้างสรรพสินค้า, โรงภาพยนตร์ รวมไปถึงสถานที่เคยเป็นที่ชุมชน อีกทั้งบรรดาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่สำคัญของประเทศก็ต่างเงียบเหงา ผมย้ำนะครับรัฐบาลของท่านโอบามาร์คต้องหยุดเล่นเกมส์ทางการเมืองในรูปแบบที่ “ประชาธิปัตย์” ถนัดกันชั่วคราว หันกลับมาทุ่มเทสรรพกำลังในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก เพิ่มมาตรการรับมือทั้ง “ป้องและปราม” กับปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังเกิดขึ้นและถูกคาดการณ์โดยนักระบาดวิทยาว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งยังต้องสกัดกั้นไม่ให้บานปลาย หากปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนานไปอีก 3-4 เดือน ก็จะเริ่มเข้าสู่หน้าไฮซีซั่นของฤดูการท่องเที่ยว อันเป็นรายได้หลักสุดท้ายที่เหลืออยู่ของประเทศ เปรียบเหมือนเศรษฐกิจไทยถูกต้อนเข้ามุมอับ มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลมูลค่ารวมกว่า 800,000 ล้านบาท ที่คาดการว่าจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งนั้นกลับได้ผลในทางตรงข้าม ธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กที่กำลังอ่อนแรง อ่อนล้า กำลังเข้าตาจนก็จะค่อย ๆ ทยอยกันล้มละลายแบบระเนระนาด ดังนั้นต้องหยุดมาตรการในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ที่กำลังดำเนินการอย่างขาดเอกภาพ ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของรัฐบาล อีกทั้งยังที่ไม่มีแนวทางและทิศทางที่ชัดเจน (นอกจากการรณรงค์แจกหน้ากากอนามัยที่ปิดปาก-จมูกและให้ล้างมือ)…

Details

“ไทยเข้มแข็ง” ฤๅจะ “ตายน้ำตื้น” (1)

คงไม่สามารถปฏิเสธกันได้หรอกครับว่า ผลงานของรัฐบาล โดยการนำของท่านโอบามาร์ค ที่มีพรสวรรค์ในด้านปากเป็นเอก ช่างจำนรรจา เจ้าหลักการ เดินสายปาฐกถาแสดงวิสัยทัศน์ สร้างวิมานในอากาศพอบรรยายเสร็จก็ไม่เห็นว่าจะสามารถทำอะไรให้เห็นผลเป็นชิ้นเป็นอันออกมาได้ อีกทั้งก็ยังตกอยู่ในวังวนของปัญหาการเมืองที่ดูจะวุ่นวายไม่รู้จบทั้งบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านตลอดระยะเวลาที่ได้เข้ามาบริหารจัดการประเทศเป็นระยะเวลาร่วม 6 เดือนที่ผ่านมา ถ้าถือว่าเป็นการสอบวัดผลกลางปี หากให้เกรดเต็ม 4 ก็ถือว่าสอบไม่ผ่านครับ เพราะผลสอบที่ออกมาเกรดเฉลี่ยที่ได้ต่ำกว่า 2 ( ถือว่าติดโปรเบร์ชั่น) จำเป็นที่จะต้องสอบซ่อมโดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อทดสอบในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังถือว่าแก้ไม่ตรงเป้า เกาไม่ตรงจุดที่คัน เพราะคณะของท่านเล่นแก้ปัญหาปากท้องแบบง่าย ๆ คือ พอเงินขาดแคลนก็กู้เงินในอนาคต (โดยผ่านพันธบัตร) เพื่อนำมาใช้จ่าย แล้วผลักภาระหนี้สินให้เป็นความรับผิดชอบของประชาชน นอกเหนือไปจากนั้นก็ดูจะไม่มีผลงานอะไรให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันที่จะทำให้ผมเชื่อได้ว่าเป็นผลพวงมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องยอมรับนะครับว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันนั้นตกต่ำแบบสุด ๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในปัจจุบัน คือ ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ประเมินกันว่าธุรกิจการท่องเที่ยวจะหดตัวมากที่สุดในรอบ 49 ปี คาดกันเอาไว้ว่าอาจจะติดลบถึง 20% เป็นผลให้จีดีพีของประเทศ มีโอกาสขยายตัวอย่างเก่งที่สุดคงจะได้เพียง 0.1% เท่านั้นโดยทางหอการค้าฯ ได้ทำการประเมินเบื้องต้นไว้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเฉียดล้านคน ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวจะหดหายไปอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท ช่างดูเหมือนเป็นคราวเคราะห์ของรัฐบาลชุดนี้นะครับเพราะอยู่ดี ๆ ก็ เกิดปรากฎการณ์ “โรคซ้ำกรรมซัด…

Details

สัจจะแห่งธรรมะที่ได้เรียนรู้จาก เอ็ม+ เจ (ไมเคิล เจ็คสัน) (2)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงสัจจะแห่งธรรมะที่ได้เรียนรู้จากการจากไปของเอ็ม+เจ หรือ ไมเคิล เจ็คสัน ก็มาร่ายกันต่อครับเพราะผมเชื่อว่าเราจะเข้าใจวิถีแห่งการดำรงชีวิตของเราบนโลกมากขึ้น พอได้ศึกษาวิถีการดำรงชีวิตของเอ็ม + เจ จะเห็นได้ทันทีว่าวิถีการดำรงชีวิตของเอ็ม + เจ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพลังอำนาจอันยากที่ใครจะต้านทานได้ของระบบทุนนิยมที่ขับเคลื่อน ครอบงำชีวิตของเอ็ม + เจ ตั้งแต่เด็ก คงไม่ผิดนะครับที่จะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเอ็ม + เจขายได้หมด แม้กระทั่งความตาย บัตรเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเอ็ม + เจ ก็ยังมีการประมูลขายกันในอีเบย์ มีราคาสูงเกือบล้านบาท บรรดาบทเพลงที่ร้องในงานศพ ก็เชื่อว่าคงจะถูกทำเป็นซีดีออกวางขายกันในเร็ววันนี้ ที่ฝังศพของเอ็ม+ เจก็เชื่อว่าต่อไปคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้อีกมากมายมหาศาล เอ็ม+ เจกลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ ในการขายสินค้าทุกอย่างตั้งแต่มีชีวิตในวัยเด็ก,เติบโตจนกระทั่งตายจากโลกนี้ไป เป็นการเอาชีวิตทั้งชีวิตของเอ็ม + เจมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากเกินไป จะว่าไปแล้วเหรียญมีสองด้านเสมอครับ เราลองมามองอีกด้านในสิ่งที่เอ็ม+ เจได้ทำลงไป และสามารถจะเอาเป็นแบบอย่างและสมควรเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าเอ็ม+เจเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการทลายกำแพงของการเหยียดสีผิว หลายคนในอเมริกาเชื่อว่าเอ็ม+เจ มีส่วนร่วมที่สำคัญในการผลักดันให้ บารัค โอบามา ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสีผิวคนแรกของอเมริกา เอ็ม+เจเป็นนักร้องผิวสีที่ส่งสัญญาณให้คนทั้งโลกรับรู้ความรู้สึกร่วมกัน แชร์ความรู้สึกร่วมกัน ทำให้คนเชื่อมโยงกันทั้งโลก ไม่ว่าในประเทศที่ร่ำรวยที่สุด, ยากจนที่สุด แม้แต่อยู่ในดินแดนที่ทุรกันดารที่สุดในโลกใบนี้ก็ยังรู้จักเอ็ม+เจ รู้จักถุงมือข้างเดียวของเขา รู้จักท่าเต้นแบบเดินไร้น้ำหนักบนโลกพระจันทร์หรือที่รู้จักในชื่อ “มูน…

Details

ปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งในการบรรยายของคนรักบ้าน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก็เกิดปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ขึ้นอีกครั้ง เพราะแฟน ๆ มากันแน่นขนัดจนต้องเสริมแล้วเสริมอีก ในการบรรยายครั้งสำคัญประจำปีของชาวคนรักบ้าน ที่ผมได้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะว่าไปแล้วการบรรยายของชาวคนรักบ้านในหัวข้อ““การออกแบบ บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ “ซัพไพรม์” นับได้ว่าเป็นการเพิ่มสีสันให้กับกิจกรรมที่หลากหลายตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ ของงานมหกรรมหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ กิจกรรมในการบรรยายของผมก็ถือว่าเป็นเพียงไม่กี่กิจกรรมหรอกครับที่มีการเก็บค่าเข้าฟังท่านละ 500 บาท เพราะส่วนใหญ่ต่างก็ให้เข้าฟังกันฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ผมจึงได้ทำการคืนกำไรให้แก่ผู้เข้าฟังนอกเหนือจากน้ำร้อน น้ำชา กาแฟ และของว่าง และยังได้ถือโอกาสแจกฟรี วีซีดี การลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บานชุดใหม่ล่าสุดในชุดที่ชื่อว่า “การออกแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานที่สวยที่สุดในซอย โดยใช้เทคนิค SKETCH UP และ 3D ANIMATION และรวมแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานในฝันของ อ.เชี่ยว” มูลค่า 199 บาท แก่ทุกท่าน รวมทั้งเมื่อการบรรยายเสร็จสิ้นลงก็เปิดรับฟังข้อคิดเห็น รวมทั้งตอบปัญหาที่คาใจบรรดาแฟน ๆ ที่คิดจะสร้างบ้านไม่บานหรือคิดจะลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน,บูทิคโฮเทลไม่บาน,…

Details

สัจจะแห่งธรรมะที่ได้เรียนรู้จาก เอ็ม+ เจ (ไมเคิล เจ็คสัน)

จากกรณีการจากไปแบบไม่คาดคิดของไมเคิล เจ็คสัน หรือที่เรีกว่า เอ็ม+เจนั้นได้สะท้อนออกมาให้เห็นถึงสัจจะของธรรมชาติที่เราน่าจะได้เรียนรู้เพื่อเตือนสติหลายประการ ประการแรก ที่สามารถได้เห็นได้ชัดเจน คือ การดำเนินชีวิตของคนบนโลกในปัจจุบันนั้น เป็นการยืนอยู่บนความไม่เป็นจริง การดำเนินชีวิตของเอ็ม + เจเป็นวิถีชีวิตที่เกินจริง (ซึ่งมักจะเรียกว่า “Bigger life”) หมายถึงว่า ทุกอย่างล้วนถูกทำให้เกินจริงเกินธรรมชาติ เช่น การโด่งดังเกินจริง มีบรรดาผู้คนคลั่งไคล้แห่กันเข้ามาเกินจริง เป็นต้น แม้แต่ตัวของเอ็ม+เจเองตลอดชีวิตก็ถูกกระทำจากทุกคนรอบตัวเกินจริง แบบไม่ใช่มนุษย์ปรกติที่เดินดินกินข้าวแกง ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ยังอิโนเซ็นส์ อ่อนเยาว์ไร้เดียงสา เมื่อครั้งเริ่มร้องเพลงกับพวกพี่ ๆ วง “เดอะ แจ็คสัน ไฟว์” (The Jackson 5) จากเด็กก็ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่เลย ทำให้เอ็ม+เจโตเร็วเกินจริง ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตสนุกสนานลองผิดลองถูกในเยาว์วัยแบบเด็กหรือ แบบวัยรุ่นที่เติบโตงดงามขึ้นตามวัย เพราะมีชื่อเสียงเกินจริงพอลงทำอะไรไปสักอย่างก็เป็นข่าวใหญ่ดังไปทั่วทั้งโลก (แม้แต่จะอุ้มลูกก็ดังเป็นข่าว) ในขณะเดียวกันผู้คนรอบตัวเอ็ม+เจเองก็ล้วนได้รับประโยชน์จากการทำอะไรเกินจริง ประการที่สอง ชีวิตของ เอ็ม+เจต้องทำงานหนักเกินเด็กตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ทำให้เกิดความขัดแย้งในตัวเอง จากปรกติ เอ็ม+เจซึ่งเป็นเด็กขี้อายแต่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องกล้าแสดงออกเมื่ออยู่บนเวทีต่อหน้าบรรดาแฟนเพลง นอกจากนั้นในประการที่สาม ชีวิตของเอ็ม+เจยังต้องเผชิญกับแนวคิดในเชิงเหยียดสีผิวของอเมริกันชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้เอ็ม+เจต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะได้มีจุดยืนที่มั่นคงในสังคม…

Details

“ข้าราชการ” – “ค่าราชการ” – “ ฆ่าราชการ”

ผมลองนั่งคิดทบทวนอย่างช้า ๆ เพื่อจะพยายามค้นหาว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านดีเมืองดีบนผืนดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้ตกอยู่ในสภาวะสับสนวุ่นวายแบบฝุ่นตลบอบอวน จับต้นชนปลายกันไม่ใคร่จะถูกทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง จนบางครั้งก็ดูเหมือนว่าสังคมไทยเป็นเหมือนสังคมที่ตั้งอยู่บนไม้หลักปักเลน อยู่ในสภาวะไร้เสถียรภาพ สั่นคลอนไปตามกระแสลมและกระแสคลื่น ดูไร้จุดยืน ซึ่งในความเห็นของผม หนึ่งในความผิดปกติของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ก็คือ “ระบบราชการ“ นี่แหละครับ คงต้องยอมรับกันนะครับว่า “ระบบราชการ“ ในอดีตเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศถึงแม้จะเป็นแบบช้า ๆ ชัด ๆ แต่มีความแน่นอน ซึ่ง “ระบบราชการ” นั้นประกอบไปด้วยกลจักรที่สำคัญ คือ “ข้าราชการ“ นับล้านคน ซึ่ง “ข้าราชการ“ ในความหมายของผม มีทั้ง “ข้าราชการประจำ” และ “ข้าราชการการเมือง” ครับ ลองมาพิจารณากันดูครับว่าความหมายของ คำว่า “ข้าราชการ“ นั้นหมายถึงอะไร หากแปลกันตรงตัวแล้ว จะหมายถึง ข้ารับใช้ในกิจการของพระราชา (ที่พระองค์ทรงมอบหมาย) ซึ่งเป็นความหมายที่ง่าย ๆ แต่ลึกซึ้งมากครับ คุณพ่อและคุณแม่ผมก็เป็น “ข้าราชการ“ ถึงแม้ท่านทั้งสองจะมีเงินเดือนเพียงน้อยนิด ต้องอยู่กันอย่างประหยัด มัธยัสถ์ อดออม แต่ก็มีความภาคภูมิใจในชุดเครื่องแบบไม่ว่าจะเป็นชุดสีกากีหรือชุดขาวที่ท่านใส่ในเวลาอันสมควร แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้บรรดา “ข้าราชการ”…

Details

เปิดตัว วีซีดี อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ชุดใหม่ล่าสุด ชุดที่ 8 และการบรรยายครั้งสำคัญของ “คนรักบ้าน”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก็เหลือเวลาอีกเพียง 4 วัน ก็จะถึงวันสำคัญของพวกเราชาวคนรักบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาใจอันเป็นความผูกพันธ์ของผมกับบรรดาแฟน ๆ ที่จะได้มีโอกาสพบปะพูดจากัน ในวันพุธที่ 1 เมษายน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมิตติ้งรูม 1 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ซึ่งในปีนี้ นอกจากผมจะได้ทำ การเปิดตัว วีซีดีชุดใหม่ของการลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ในชุดที่ 8 ที่ชื่อว่า “การออกแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานที่สวยที่สุดในซอย โดยใช้เทคนิค SKETCH UP และ 3D ANIMATION และรวมแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานในฝันของ อ.เชี่ยว” แล้ว ผมได้จัดการบรรยายในหัวข้อ “การออกแบบ บ้าน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ “ซัพไพรม์” ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ผมจะนำเอาบ้านและอพาร์ตเม้นท์ไม่บานรวมไปถึงรูปแบบอพาร์ตเม้นท์กึ่งโรงแรมแนวใหม่ที่มักจะเรียกว่า แฟชั่น หรือบูทิคโฮเทลไม่บาน, รีสอร์ทไม่บานรวมไปถึงคอนโดมิเนียมไม่บานในรูปแบบต่าง ๆ นำมาเผยแพร่ให้กับแฟน ๆ ให้ได้รับรู้เพื่อได้นำไปใช้เป็นการต่อยอดทางความคิดโดยไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์แต่ประการใด…

Details