สร้าง “ระบบ” เพื่อสร้าง “แบรนด์”

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสเสวนากับ “กูรู” นักสร้าง “แบรนด์” มือหนึ่งของประเทศ คือ “อาจารย์สมคิด (ฉันท์ฉันท์) ลวางกูร” และได้มีโอกาสเจอกันอีกหลายครั้งหลายคราเป็นการส่วนตัว ก็ยอมรับครับว่า จากการที่ได้เสวนากับ “กูรู” ท่านนี้ทำให้ได้เปิดทัศนคติการมองโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการสร้าง “ระบบ” เพื่อสร้าง “แบรนด์” ที่ผมคิดไม่ถึง ทั้งยังไม่เคยเฉลียวใจว่าจะมีความสำคัญมากขนาดนี้ การสร้าง “แบรนด์” แท้จริงแล้ว คือการสร้าง “ระบบ” ครับ เพราะ “แบรนด์” ที่ดีต้องมาจาก “ระบบ” ต่าง ๆ ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นระบบการบริหารจัดการที่ดี, ระบบการผลิตที่ดี, ระบบการบริการที่ดี ฯลฯ “กูรู” ท่านนี้บอกกับผมว่า คนไทยนั้นมีความรู้ความสามารถไม่แพ้ชนชาติใดในโลก แต่ที่สู้เขาไม่ได้เพราะต่างชาติมี “ระบบ” การบริหารจัดการที่ดีกว่าเพียงแค่นี้เอง เปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนกับการสร้างทางรถไฟนั่นแหละครับ หากมี “ระบบราง” ที่ดี ก็จะทำให้ทุกอย่างทำงานง่ายขึ้น เพราะสามารถกำหนดได้หมดว่า หัวจักรจะออกจากสถานีเมื่อไหร่,จะจอดสถานีไหน แล้วสถานีไหนจะขนสินค้าอะไร กี่ตู้สินค้า จะมีผู้โดยสารมากน้อยเท่าไรจะขึ้นลงสถานีไหน…

Details

แพนด้าน้อยช่วยด้วย (1)

ผมยังสงสัยว่าสังคมไทยรับรู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์หนักหน่วงในหลายด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ,สังคมและการเมือง ในด้านเศษฐกิจจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยตกต่ำแบบสุด ๆ GDP ของไทยติดลบลงไปถึง -7.1% ปริมาณการส่งออกลดต่ำลงจากเป้าหมาย การท่องเที่ยวโดนกระหน่ำจนถึงขั้นโคม่าจากการปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิของ “ม๊อบเสื้อเหลือง” และถูกซ้ำเติมด้วยการปิดกรุงเทพฯ และพัทยาในช่วงวันหยุดตรุษสงกรานต์ของ “ม๊อบเสื้อแดง” แล้วยังถูกซ้ำเติมอีกครั้งด้วยข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ยังไม่นับรวมกับวิกฤติการณ์ในภาคเกษตรกรรมอันเป็นกำลังซื้อที่สำคัญของประเทศที่กำลังประสบกับปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำแบบสุด ๆ มองไปทางไหนก็ดูจะมืดมนแทบจะไม่เห็นแสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ รัฐบาลผสมของท่าน “โอบามาร์ค” พยายามแก้ไขปัญหา โดยการอัดฉีดเงินเข้าระบบ ดังจะเห็นได้จากโครงการ “เช็คช่วยชาติ” และอีกหลายต่อหลายโครงการ เช่น โครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” รวมไปถึงโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” ยิ่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่โครงการเหล่านี้มากเท่าไรก็ยิ่งต้องหาเงินเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผมเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนมีเพียง 2 ประการ คือ การขึ้นภาษี และการกู้เงิน ซึ่งการกู้เงิน 8 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาลงมติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 และต่อเนื่องในวันที่ 16 มิถุนายน พรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามลำดับรวมเบ็ดเสร็จ 2 วันคนไทยเป็นหนี้เพิ่มอีก 3…

Details

“อัศวินอสังหา ฯ”

คงจะเป็นจริงในคำกล่าวที่ว่าในธุรกิจการลงทุน “อสังหาริมทรัพย์” จะมีรอบของการขึ้นและลงเป็น “วัฏจักร” บางท่านบอกว่าใช้เวลา 9-12 ปี ที่แต่ละรอบจะมาเวียนบรรจบ และเกิดบรรยากาศของ “อสังหาริมทรัพย์” ที่ “บูม” ขึ้นเหมือน “ฟองสบู่” และจะกลับไปซบเซา แล้วก็จะกลับมา “บูม” ขึ้นใหม่เหมือน “ฟองสบู่” อีกครั้ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “สิงคโปร์” ในรอบที่ผ่านมานี้ก็ถึงจุดสูงสุดของการ “บูม” ของ “อสังหาฯ” ในปี ค.ศ.2008 ส่วน “มาเลเซีย” ก็ตามมาติด ๆ ถึงจุดสูงสุดของการ “บูม” ของ “อสังหาฯ” ประมาณปี ค.ศ. 2010 ส่วน “อินโดนิเซีย” ก็ไม่น้อยหน้าถึงจุด “บูม” ในช่วง ค.ศ.2012 นอกจากนั้นบรรดาเกจิอาจารย์ที่คร่ำหวอดในวงการ “อสังหาฯ” ก็คาดการณ์ว่า บ้านเรา “อสังหาฯ” จะ “บูม” ในช่วงปี ค.ศ.2014 แต่เนื่องจากมีปัจจัยที่ไม่คาดฝันทางการเมืองที่นอกเหนือการควบคุมและคาดเดา…

Details

ปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ในงานบรรยายอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่ผมได้จัดการบรรยายขึ้น ในหัวข้อ “การลงทุนทำคอนโดมิเนียมไม่บาน+ บูทิคโฮเทลไม่บาน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบพอเพียง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุด รวมทั้งมีความเสี่ยงน้อยที่สุดในยุคเศรษฐกิจ ซัพพราม “ ณ.ชั้น 9 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ บางนา จนเกิดปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ที่แฟน ๆ กว่า 360 ท่าน มากันจากทั่วทุกสารทิศจนเต็มห้องประชุมกันจนล้นเพื่อเข้าฟังการบรรยายของผมในครั้งนี้ ซึ่งผมก็ได้ฝากข้อคิดเกี่ยวกับการลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน,คอนโดมิเนียมไม่บาน, และบูทิคโฮเทลไม่บานไว้ในรูปแบบของทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา ซึ่งผมได้เปรียบการลงทุนก็เหมือนเก้าอี้นั่นแหละครับ ต้องมีอย่างน้อย 4 ขา จึงจะมั่นคง แข็งแรง จะมีเพียงแค่ 2 ขา หรือ 3 ขา ก็ไม่ดีแน่ครับ เพราะเวลานั่งหากไม่ระมัดระวังแล้วอาจจะล้มฟาดหัวขมำได้โดยง่าย ซึ่งผมเปรียบเอาไว้อย่างนี้ครับ เก้าอี้ขาที่ 1 คือ การมองแบบนักลงทุน ที่ต้องย้ำกับตัวเองตลอดเวลาว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ต้องพยายามที่จะทำให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เก็บหอมรอมริบหาได้มาอย่างยากลำบากแสนเข็ญนั้นอย่างมีคุณค่ามากที่สุดและในบางโอกาสจะต้องเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเอาไว้บ้าง เผื่อว่า หากสถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ จะประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างไร…

Details

Victor Hugo กับ “Les Misérables”

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้เล่าให้ฟังถึงวรรณกรรมระดับโลกเรื่องหนึ่งที่ตีแผ่ถึงสัญชาติญาณดิบที่ซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของมนุษย์คือ “Les Misérables”London ตั้งใจจะไปดูละครที่สร้างขึ้นตามวรรณกรรมชิ้นเอกนี้ที่ Queen’s Gallery ในย่าน Piccadilly Circus แท้จริงแล้ว “การเมืองใหม่” ของไทยก็ไม่ต่างอะไรกับละครชีวิตเรื่องนี้หรอกครับ วรรณกรรมชิ้นเอกของโลกเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของฝรั่งเศสในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหารที่ซ้ำซาก สูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิต ในช่วงเวลานั้นเครื่องประหารกิโยติน (guillotine) ก็ได้ตัดคอผู้ที่คิดเห็นต่างกันนับหมื่นคน มีนักโทษทางการเมืองที่ถูกจองจำจนล้นคุก ก็คล้าย ๆ กับเมืองไทยตอนนี้แหละครับ Victor Hugo ใช้เวลาตั้งแต่ปี 1845 เริ่มเขียน “Les Misérables” ในช่วงการเมืองของฝรั่งเศสตกอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวาย ไปแล้วเสร็จในปี 1861 จึงได้ตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะก็นับได้ว่าเป็นเวลาที่ยาวนานร่วม 16 ปี ที่ผมอุตส่าห์บินไป จะว่าไปแล้วการดำเนินชีวิตของ Victor Hugo น่าสนใจไม่แพ้วรรณกรรมที่ท่านได้ประพันธ์ขึ้นครับ ปราชญ์ของโลกชาวฝรั่งเศสท่านนี้ เกิดเมื่อปี 1802 ชีวิตในช่วงวัยรุ่นก็ได้รับการยอมรับในฐานะนักคิดนักเขียนและกวีเอกจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 18, รวมทั้งพระเจ้าชาร์ลที่ 10 พอเข้าช่วงวัยกลางคน Victor Hugo ได้มีพัฒนาการทางด้านความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ชีวิตของท่านดูเหมือนจะพลิกผันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ท่านได้เป็นผู้นำทางปัญญาในการต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของรัฐในทุกรูปแบบ อีกทั้งยังได้เข้ามาร่วมเป็นแกนนำทางความคิดในการปฏิวัติรัฐประหารเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยประชาชนชาวฝรั่งเศส…

Details

ปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ในงานบรรยายอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน (1)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบคุณบรรดาแฟน ๆ ที่ได้เข้าร่วมฟังการบรรยายในหัวข้อ “การลงทุนทำคอนโดมิเนียมไม่บาน+ บูทิคโฮเทลไม่บาน + อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบพอเพียง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุด รวมทั้งมีความเสี่ยงน้อยที่สุดในยุคเศรษฐกิจ ซัพพราม “ ที่ผมได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจนเกิดปรากฎการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ขึ้นอีกครั้งที่ชั้น 9 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ บางนา จนห้องประชุมที่ได้จัดเตรียมที่นั่งเอาไว้เกือบ 300 ที่นั่ง เต็มจนล้น ถึงขนาดต้องเปิดห้องอีกห้อง แล้วใช้วิธีต่อโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อให้ทุกท่านได้รับฟังการบรรยายของผม ก็น่าชื่นใจครับ ที่มีบรรดาแฟน ๆ เดินทางกันมาจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นทางเหนือ จากเชียงใหม่, ทางใต้ จากหาดใหญ่ หรือทางอีสาน จาก อุบล,อุดร,ขอนแก่น,ศรีสะเกษ,บุรีรัมย์ ,สุรินทร์ และอีกหลายต่อหลายจังหวัด บางท่านก็อุตสาห์ลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินมาฟัง เห็นแฟน ๆ มากันมากมายอย่างนี้ก็อดชื่นใจไม่ได้ครับ อีกทั้งยังทำให้ผมรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียวครับ ดังที่ผมได้กล่าวไว้แล้วครับว่า สำหรับปีฉลูนี้เป็นปีที่ผมจะเน้นการเดินสายบรรยายให้ความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม่บาน,รีสอร์ทไม่บาน,บูทิคโฮเทลไม่บาน,คอนโดมิเนียมไม่บาน รวมไปจนถึงอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน เพื่อให้เป็นวิทยาทานแก่สาธารณะชน หากองค์กรทั้งภาครัฐ รวมไปถึงภาคเอกชน หน่วยงานใด หรือสถาบันการศึกษาใด…

Details

ปี “แพะ” เป็นปีของ “Wealth + Wellness”

สวัสดีครับท่านผู้อ่านก็ย่างเข้าปี “แพะ” แล้วนะครับ ซึ่งอาศัยประสบการณ์ของผมและความรู้ที่พอมีบ้างเกี่ยวกับธุรกิจและธุรกรรมในการลงทุน “อสังหาริมทรัพย์” ก็ขอทำนายทายทักว่าทิศทางของการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในปีนี้ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ รูปแบบ “อสังหาริมทรัพย์” หรืออาคารบ้านเรือนที่มีรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ“Wealth + Wellness” ซึ่งผมขอขยายความดังนี้ครับ “Wealth” หาแปลตรงตัว คือ ความมั่งคั่ง ซึ่งหากพิจารณา รากศัพท์จริง ๆ ของ “อสังหาริมทรัพย์” ที่มักจะเรียกทับศัพท์ว่า “เรียลเอสเตท” (Real Estate) หากแปลกันแบบตรงตัวก็คือ “เอสเตทที่เรียล” ซึ่งหมายถึง อาคารบ้านเรือน รวมทั้งที่ดินที่มีมูลค่าจริง ๆ เป็นของแท้ (ที่ไม่ได้เกิดจากการปั่นราคา) ดังนั้น “Wealth” ในความหมายของผมจึงเป็นการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ที่ต้องทวีมูลค่า ขึ้นหลายเท่าทวีคูณในอนาคต เพราะ “อสังหาริมทรัพย์” ของผมที่จัดว่าเป็น “เรียลเอสเตท” แท้ ๆ นั้น คือ “การลงทุน” ครับ เหมือนเราลงทุนซื้อที่ดินสักแปลง,ซื้อบ้านสักหลังหรือซื้อคอนโดมิเนียมสักห้อง ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยให้เช่าก็คือ “การลงทุน”…

Details

ดูละครเรื่อง “Les Miserables” ที่ London แล้วย้อนกลับมาดูตน

ทุกครั้งที่ผมรู้สึกสับสนกับความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองในอนาคต ผมมักจะใช้วิธีออกเดินทางไกลเสมอเพราะการที่เราได้ออกเดินทางท่องไปในอีกซีกโลกหนึ่งซึ่งมีขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี วิธีคิด วิธีแก้ไขปัญหาที่แตกต่างจากเรา นอกจากนั้นทำให้ผมหลุดพ้นจากกิจวัตรการงานที่สบสนวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และยังได้มีโอกาสไปพบปะทักทายกับเพื่อนสนิทมิตรสหายเก่า สถานที่เก่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีเสมอและที่สำคัญการที่ผมได้มีโอกาสมองกลับเข้ามาจากภายนอกก็จะทำให้สามารถเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น จะว่ากันตามจริงแล้วบนโลกสีน้ำเงินเล็ก ๆ ใบนี้ปัจจุบันโลกใบนี้ดูเหมือนจะเล็กลงจากเดิมที่เคยเป็น อาจจะเพราะการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสื่อสารคมนาคม จนเกิดเป็นวิถีคิดที่น่าสนใจขึ้นอีกทฤษฎีหนึ่ง ที่เรียกว่า “Chaos Theory” หรือ “ทฤษฎีแห่งความสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบ” จนเกิดเป็นอมตะวาจาที่ว่า “ผีเสื้อกระพือปีกที่เกาะฮ่องกง อาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่แคลิฟอร์เนีย” จะว่าไปก็คล้ายกับวิกฤติซัพไพร์มนั่นแหละครับ เกิดขึ้นที่มหานคร New york ที่ไกลโพ้นอีกซีกโลกในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ก็แพร่ออกไปแบบไฟลามทุ่งไปทั่วโลกเหมือนโรคระบาดร้ายแรงทางเศรษฐกิจ หากรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของระบบทุนนิยมข้ามชาติก็อาจจะทำให้เราประมาทไม่รู้เท่าทันอีกทั้งยังดูแคลนผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ “ไม่รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ต้องแพ้ร้อยครั้ง” ครับ การที่ผมตัดสินใจออกเดินทางไกลในครั้งนี้ หนึ่งในจุดหมายสำคัญของผมคือการไปดูละครเรื่อง “Les Miserables” ที่ Queen’s Theatre ที่อยู่ย่าน Piccadilly Circus ที่สับสนวุ่นวายในใจกลางมหานคร London ซึ่งละครเรื่องนี้จัดได้ว่าเป็นละครที่สำคัญเรื่องหนึ่งของโลก เป็นละครที่ทำการแสดงอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก เป็นละครที่ผู้ชื่นชมศิลปะการแสดงละครทุกคนในโลกที่ถ้าหากมีโอกาสสักครั้งในชีวิตจำเป็นต้องดูให้ได้ อีกทั้งละครเรื่องนี้แต่งขึ้นโดยนักปราชญ์คนหนึ่งของโลก คือ ท่าน Victor…

Details

“การทบทวน” ในช่วงวันหยุดตรุษปีใหม่

ช่วงเวลาวันหยุดตรุษปีใหม่นี้สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งครับ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนว่าตลอดทั้งปีเก่าที่พึ่งผ่านพ้นไป ผมได้ทำอะไรลงไปบ้างแล้ว ได้รับผลอย่างไรบ้างและได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี เชื่อไหมครับว่าบางครั้งเรามุ่งที่จะทำงานอย่างหนักกันมาตลอดทั้งปี แต่แทบไม่มีโอกาสนั่งทบทวนอย่างเงียบ ๆ คิดแบบไม่เข้าข้างตัวเองว่าที่ผ่านมาบรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำนั้น ผลที่ได้รับจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ เพราะถ้าหากเราคิดอย่างไม่เข้าข้างตัวเอง และประเมินผลอย่างไม่เข้าข้างตัวเอง ทั้งยังได้เรียนรู้จุดบกพร่องของตัวเอง เราก็สามารถที่จะวางแผนการทำงานล่วงหน้าเพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดสำหรับปีใหม่ที่จะมาถึง สิ่งที่ผมได้ค้นพบจากการที่ได้ทบทวนในสิ่งต่าง ๆ ที่ทำมาตลอดทั้งปี ทำให้ได้รู้สาเหตุสำคัญที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความล้มเหลวกว่า 90% คือ “ระบบการจัดการที่ล้มเหลว” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นผมขอแยกส่วนประกอบที่สนับสนุน “ระบบการจัดการ” ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ “Content” และส่วนที่ 2 คือ “Context” ซึ่งทั้งสองส่วนที่สำคัญนี้ หากไม่ใช้ “สติ+ปัญญา” คิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งก็จะไม่พบความแตกต่าง เชื่อไหมครับว่ากว่าผมจะรู้และเข้าใจถึงความแตกต่างและเข้าใจถึงระบบของการทำงานร่วมกัน ของทั้ง “Content” และ “Context” ก็ต้องใช้เวลานานหลายปีครับ และผมตั้งใจว่าของ “ขวัญปีใหม่” สำหรับผมที่มอบให้แก่ท่านผู้อ่านในปีนี้ก็คือการค้นพบ หัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ส่วนนี้ หากทั้ง 2…

Details

เสาร์นี้มีการบรรยายอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน ฟรี ! ที่อาคารเนชั่นทาวเวอร์

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ช่วงเวลาที่หลาย ๆ ท่านรอคอยได้มาถึง ก็เสาร์นี้แล้วนะครับที่ผมได้จัดการบรรยายครั้งสำคัญเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ในยุคเศรษฐกิจ “ขาขึ้นก่ายหน้าผาก“ ให้กับบรรดาแฟน ๆ ที่ได้ให้เกียรติติดตาม “คนรักบ้าน“ ในรูปแบบมัลติมิเดียมาตลอดระยะเวลาที่เผลอแพล็บเดียวก็ล่วงเลยมาเป็นปีที่ 5 แล้วครับ ในการบรรยายในหัวข้อ “การลงทุนทำ บูทิคโฮเทล + อพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบพอเพียง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุดรวมทั้งมีความเสี่ยงน้อยที่สุดในยุคเศรษฐกิจ ซัพพราม “ ครั้งนี้ เป็นการจัดบรรยายให้ฟังกันฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อย่างใดครับ โดยจะเริ่มบรรยายตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ชั้น 9 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด ใครต้องการพบผมตัวเป็น ๆ ก็มาเจอกันได้ครับ เชิญมาพบปะ ทักทาย ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบหรือบางท่านอาจจะมาพร้อมกับปัญหาที่ค้างคาใจในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือน หรือหากบรรดาแฟน ๆ ท่านใดอาจมีความคิดที่จะลงทุนทำคอนโดมิเนียม,บูทิคโฮเทลหรืออพาร์ตเม้นท์ ว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี หรือเมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วจะทำอย่างไรให้ดี ที่จะสามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนให้น้อยที่สุด และสามารถคืนทุนให้เร็วที่สุด รวมทั้งจะทำอย่างไรให้เป็นอพาร์ตเม้นท์หรือบูทิคโฮเทลที่สวยที่สุดในซอย ก็มาหาความรู้กันได้ในการบรรยายครั้งนี้ครับ ถ้าแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านติดตามผมในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนต่อสาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปบทความข้อเขียนในหนังสือพิมพ์,นิตยสาร…

Details