การปราบ “เบ้งเฮ็ก” โจรใต้ของ “จ๊กก๊ก” (2)

แม้แต่ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ปราชญ์ในดวงใจของผมก็ยังให้ความสนใจการปราบ เบ้งเฮ็ก โจรใต้ของ “จ๊กก๊ก” ของ ท่านกุนซือขงเบ้งเป็นพิเศษถึงขนาดท่านเขียนหนังสือเกี่ยวกับ เบ้งเฮ็ก เอาไว้อย่างละเอียด อยากให้ท่านผู้อ่านลองไปหาอ่านกันดูครับ เบ้งเฮ็ก มีนิสัยเหมือนคนไทยในปัจจุบันเป็นที่สุดครับ เดี๋ยวแข็ง เดี๋ยวอ่อน จิตใจโลเล เจ้าน้ำตา เดี๋ยวก็ร้องให้เดี๋ยวก็หัวเราะสลับขั้ว พลิกแพลงไปมา ไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ หลักการและอุดมการณ์ รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ คิดอยากจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ อีกทั้งยังฝักใฝ่ไสยเวทย์ ทายใจไม่ถูกว่าคิดอย่างไร เป้าหมาย ท่านกุนซือขงเบ้ง คือ การชนะศึกเบ้งเฮ็กครั้งนี้จะต้องชนะศึกด้วยการชนะใจแต่สถานเดียว โดยจะต้องตีลงไปที่ตรงกลางกล่องดวงใจของเบ้งเฮ็ก โดยการเอาใจไปแลกกับใจของเบ้งเฮ็ก ดังนั้นถึงแม้ เบ้งเฮ็ก จะพลาดท่าเสียทีถูกจับเป็นเชลยได้หลายครั้ง ท่านขงเบ้ง กลับปล่อย เบ้งเฮ็ก ไปทุกครั้ง เพราะรู้แก่ใจดีว่าถึงชนะศึกไปก็ไม่มีประโยชน์แต่ประการใด พอยกทัพหลวงกลับจากดินแดนภาคใต้ ก็จะมี เบ้งเฮ็ก คนที่ 2 , 3 และ 4 ที่อาจจะเฉลียวฉลาดขึ้นโหดเหี้ยมขึ้นกว่าเบ้งเฮ็กคนแรก เป็นตัวตายตัวแทนขึ้นมาอีก ก็จะวุ่นวายกันไม่รู้จักจบจักสิ้น อ่านมหากาพย์สามก๊กตอนนี้แล้วก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ไม่สงบในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ…

Details

เชิญเที่ยวหาความรู้ในงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ”

ในส่วนตัวผมเป็นคนที่โชคดีที่ได้ถูกฝึกให้รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก ทั้งจาก “แม่” และจาก “ยาย” ซึ่งท่านเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่มีชื่อน่ารักว่า “ร้านสวัสดี” ที่ในอดีตจัดได้ว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดร้านหนึ่งบนถนน “ราชบุตร” ในจังหวัด “อุบลราชธานี” ดังนั้นในช่วงเวลาปิดเทอมทุกภาคการศึกษา ในขณะที่เด็กทั่ว ๆ ไป มีโอกาสวิ่งเล่นเที่ยวเตร็ดเตร่กันอย่างสนุกสนาน แต่ผมกลับต้องมานั่งเฝ้าร้านหนังสือ ซึ่งร้านของ “ยาย” เป็นตัวแทนร้านค้า “คุรุสภา” ด้วยความที่เป็น “เอเยนต์”ใหญ่จึงทำให้มีหนังสือมากมายหลายหลาก จึงไม่ผิดนักครับที่จะบอกว่ากว่าครึ่งชีวิตของผมโตมาพร้อมกับการอ่าน หนังสือ และต่อมาก็ได้กลายเป็นนิสัยส่วนตัวที่จะต้องเปิดไฟนอนหลับคาหนังสือ ที่หัวเตียงของผมก็มักจะมีหนังสือที่ผมรักและหนังสือที่ผมสนใจในเนื้อหา เรียงรายอยู่รอบตัวเต็มไปหมด วันไหนชอบอ่านเรื่องอะไรก็หยิบหนังสือเรื่องนั้นขึ้นมาอ่าน ทำให้ผมพอมีความรู้อยู่บ้างในหลาย ๆ ศาสตร์ ซึ่งบรรดาศาสตร์ต่าง ๆ ที่หลากหลายนี้ก็สารภาพตามตรงครับว่าผมรู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง เพราะผมถูกสอนให้ตระหนักอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนว่า ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ นั้น เรียนอย่างไรก็ไม่หมดครับ เนื่องจากผมเติบโตขึ้นมาจากการอ่านที่เข้มข้นเช่นนี้ จึงอยากให้สังคมไทยเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง คือ เรียนกันไปอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น และต้องเริ่มต้นจากการเป็นคนที่รักการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันก็มีหนังสือ “ออนไลน์” ทาง “อินเตอร์เน็ต” ที่หลากหลาย ทำให้จากเดิมที่เราจำเป็นต้องอ่านหนังสือจากการพิมพ์เป็นเล่ม เราสามารถอ่านหนังสือประเภท อิเล็กทรอนิกส์…

Details

“ทฤษฎีใหม่” สู้ “วิกฤติเศรษฐกิจ”

พอเอ่ยถึง “ทฤษฎีใหม่” หลาย ๆ ท่านก็อาจจะงง ๆ และสับสนว่าผมกำลังหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คงไม่ใช่ “ทฤษฎีเก่า” และคงต้องเป็น “วิถีคิด” ที่ “นอกกรอบ” ไปจากทฤษฎีเดิม ๆ สำหรับผมแล้ว “ทฤษฎีใหม่” มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะถือได้ว่าเป็น “วิชาขั้นสูง” อันเป็น “ศาสตร์ของพระราชา” ที่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ได้ทรงพระราชทานให้พสกนิกรของพระองค์ท่าน ผมเป็นคนโชคดีมากครับที่ในช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงานได้มีโอกาสร่วมงานกับ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ทำให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ การ “ถอดรหัส” อันเป็น “แก่น” ของแนวคิด “ทฤษฎีใหม่” กับบรรดาผู้รู้หลากศาสตร์หลายสาขา ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งครับว่า ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ “ทฤษฎีใหม่” อันเป็น “ขอดี ของวิเศษ” ที่มี “ค่าควรเมือง” อย่างที่ผมได้มีโอกาส ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว “ทฤษฏีใหม่” นั้น พระองค์ท่านได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทยโดยผ่านกระแสพระราชดำรัสในวาระต่าง ๆ ตลอดระยะเวลายาวนาน (กว่า…

Details

บ้านของนักดนตรีเพื่อ “พ่อ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน ก่อนอื่นก็ขอต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศสารขัณฑ์ แต่อย่าถามนะครับว่า การที่จะได้มาซึ่งตำแหน่งอันทรงเกียรติและทรงอำนาจนี้มีกระบวนการที่จะได้มาอย่างไร หรือมีอุดมการณ์ มีหลักการ หลักเกณฑ์อย่างไร ในท่ามกลางข่าวคราวการเมืองที่สับสนวุ่นวายก็มีข่าวดี ๆ อันเป็นมงคลเสมอครับ เพราะเมื่อหลายเดือนก่อน รายการ “คนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว” ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนลทุก ๆ เช้าวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 11.00 น.ได้รับการติดต่อจากท่านนายกสมาคมดนตรีไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ทำการออกแบบอาคารที่ทำการสมาคมหรือ “บ้านของนักดนตรี” หลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่ย่านสามเสน ตรงข้ามโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล ในส่วนตัวผมแล้วช่วงหนึ่งของชีวิตก็เคยเป็นนักดนตรีครับ พออาจารย์วินัย พันธุรักษ์ ซึ่งท่านเป็นนายกสมาคมดนตรีฯได้ติดต่อมา อีกทั้งพอได้รับทราบว่า ผืนดินที่ตั้งของสมาคมฯ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งสมาคมดนตรีฯ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยิ่งได้รับรู้ก็ยิ่งเกิดความปิติที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับทางสมาคมฯ ได้ทำงานที่สำคัญยิ่งของชีวิตชิ้นนี้ หลังจากที่คณะทำงานใช้เวลาทำงานกันอย่างหนักต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายเดือน และผ่านการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลายครั้ง จนสามารถสรุปรูปแบบจนเป็นที่พอใจที่สุดจากทุก ๆ ฝ่าย และเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกับอาจารย์วินัย พันธุรักษ์ ก็ได้มีโอกาสเข้าพบกับอาจารย์ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ซึ่งเปรียบเสมือนเสาหลักทางทางดนตรีท่านหนึ่งของประเทศ ได้รับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุงก่อนที่จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัย สำหรับผมแล้วการที่ได้มีโอกาสทำงานถวายเพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านถือได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต คงไม่มีอะไรที่น่าภาคภูมิใจไปกว่านี้อีกแล้วครับ…

Details

อยากให้ “ชานบ้าน ชานเรือน” ที่หายไปกลับมา

จากการที่ผมได้คลุกคลีเกี่ยวกับการออกแบบอาคารบ้านเรือนมาตลอดระยะเวลา กว่า 30 ปี เห็นการเปลี่ยนของรูปแบบอาคารบ้านเรือนที่แปรเปลี่ยนไปตาม “วิถีการกินอยู่” แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปที่ไม่เหมาะสมสักเท่าไรคือ การค่อย ๆ ทยอยหายไปของ “ชานบ้าน ชานเรือน” ผมคิดว่าเด็กรุ่นหลัง ๆ คงไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ชานบ้าน ชานเรือน” ที่น่าประทับใจอย่างผมเคยประสบพบมาในช่วงเยาว์วัยอันแสนสุขครับ จากการศึกษาค้นคว้าของผมค้นพบว่า “ชานบ้าน ชานเรือน” ของ “เรือนไทย” ในอดีตมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “เรือนนอน“, “เรือนครัว” และ “เรือนสำหรับพักผ่อน” หรือ “เรือนประธาน” ซึ่งเป็น “เรือนอเนกประสงค์” ซึ่งจะว่าไปแล้ว “ชานบ้าน ชานเรือน” นี้แหละครับเปรียบเสมือนพื้นที่ “ส่วนกลาง” ที่เรียงร้อยกลุ่มพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ ของ “เรือนไทย” หลายหลังเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน และที่น่าแปลกใจและตกใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับ “บ้านเรือนไทยสมัยใหม่” ก็คือ “ชานบ้าน ชานเรือน” ได้ค่อย ๆ สูญหายไป เรียกกันว่าแทบจะหายไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นพื้นที่หนึ่งของบ้านที่ผมอยากเรียกร้องให้กลับมา คือ “ชานบ้าน ชานเรือน”…

Details

การปราบ “เบ้งเฮ็ก” โจรใต้ ของ “จ๊กก๊ก” (1)

ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยข่าวคราวทางเศรษฐกิจขาลงที่มีบรรยากาศโดยรวมดูมืดมนอึมครึมไม่ใคร่จะสู้ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขในภาพรวมที่ติดลบกันทั้งกระดานได้สะท้อนให้เห็นถึงการถดถอยตัวของสภาพเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขของการส่งออกซึ่งเป็นดรรชนีชี้วัดถึงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจของเรากว่า 70%-80% ขึ้นอยู่กับการส่งออกเป็นหลัก (ยิ่งในปัจจุบันการส่งออกได้ติดลบไปแล้วกว่า 30%) ถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ก็อย่าไปฝากชีวิตและอนาคตไว้กับสภาพเศรษฐกิจประเภท 3 วันดี 4 วันไข้ของต่างชาติเลยครับ สำหรับผมเองมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ที่หนักหนาสาหัสสุด ๆ แบบลืมไม่ลงในชาตินี้เห็นจะเป็นในยุควิกฤติการณ์ “ต้มยำกุ้งดีซีส” ที่เราถูกโจมตีค่าเงินบาทจนแทบจะเอาตัวไม่รอดโดยบรรดากองทุนต่างชาติที่มุ่งทำกำไรระยะสั้น แบบมาเร็วไปเร็ว พังเร็ว ภายใต้การชี้นำของพ่อมดแห่งเงินตราระดับโลก คือ จอร์จโซรอส เป็นผลให้คนไทยตกงานในเวลาเพียงช่วงข้ามคืนหลายล้านคนครับ และยังส่งผลให้ธุรกิจประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราล้มครืนลงชั่วพริบตาเช่นกัน ผลก็ดังที่เห็นครับ บรรดาอาคารบ้านเรือนหลายหมื่นหลังถูกทิ้งร้าง เพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน นักธุรกิจหลายท่านคิดสั้นฆ่าตัวตาย ก็จัดได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเอน็จอนาจ ทั่วโลกเรียกวิกฤติการณ์ทางการเงินครั้งนี้ว่า “ต้มยำกุ้งดีซีส” แต่จะว่าไปแล้ววิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจในครั้งนั้น ตามความคิดของผมเชื่อว่ายังไม่รุนแรงได้ครึ่งของวิกฤติการณ์ “แฮมเบอร์เกอร์ดีซีส” ที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะในช่วงของวิกฤติการณ์ “ต้มยำกุ้งดีซีส” นั้นได้ก่อให้เกิดผลกระทบในวงแคบ ๆ ในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ “แฮมเบอร์เกอร์ดีซีส” ในครั้งนี้มิได้เกิดขึ้นที่เมืองบางกอก แต่เกิดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ก อันเป็นศูนย์กลางทางการเงินของทุนนิยมโลก แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ไม่มีใครกล้าฟันธงลงไปชัด ๆ…

Details

บ้านสวนสไตล์รีสอร์ทเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอบ้านไม่บานในรูปแบบ “บ้านที่สุข สงบ สันติเพื่อพ่อ” ก็เป็นที่ชื่นชอบ ถูกอกถูกใจบรรดาแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บานที่รักพ่อทั่วประเทศ ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอบ้านไม่บานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกิจการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่กำลังติดลบซบเซาให้ฟื้นคืนกลับมาดีดังเดิม ซึ่งบ้านไม่บานที่ผมได้นำเสนอต่อแฟน ๆ ในสัปดาห์นี้สามารถดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนสไตล์รีสอร์ทให้กับ นักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่หนีอากาศหนาวเย็นจากประเทศของพวกเขา มาหาอากาศร้อนแถบศูนย์สูตร แฟน ๆ ชาวบ้านไม่บานหลายท่านอาจจะนึกสงสัยว่าทำไมนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจึงชอบเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองไทยกันนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนธันวาคม,มกราคม,กุมภาพันธ์ ซึ่งมักจะเรียกติดปากกันว่า “ไฮซีซั่น” ก็จะมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทย สำหรับผมก็จัดได้ว่าเป็นนักเดินทางในสายเลือดที่ท่องไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ อีกทั้งยังไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเกือบ 10 ปี จึงเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยครับว่า ทำไมพวกฝรั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวยุโรปชอบเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยกันนัก โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้เพราะสภาพอากาศอีกซีกโลกหนึ่งกำลังก้าวเปลี่ยนถ่ายจากฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวอันแสนจะทารุณโหดร้าย ตอนที่ผมไปใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปในบางปีของฤดูหนาว อุณหภูมิภายนอกก็จะหนาวกันแบบสุด ๆ ถึงขนาดติดลบ 30 องศา เรียกกันว่าหนาวจนเข้ากระดูกเลยทีเดียวเชียวครับ ในตอนแรก ๆ ตอนไปอยู่เมืองนอกใหม่ ๆ พอเห็นหิมะก็ตื่นเต้น แต่พอนาน ๆ เข้า กลับกลายเป็นความทุกข์ทรมาน นอกจากจะเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกแล้วแถมยังอันตรายอีกด้วยครับ นอกจากนั้นอาหารการกินก็หายากและมีราคาแพงแสนแพง รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในบ้าน เช่น ค่าน้ำ…

Details

“สมิธ” และ “มาร์กซ์” ใครดี? (3)

พอได้พิจารณาละครโศกนาฏกรรมของสังคมโลกที่เดินเรื่องภายใต้กรอบทางความคิดของท่านสมิธและท่านมาร์กซ์แล้ว ก็กลับมามองย้อนดูตัวตนในปัจจุบันกันบ้าง ประเทศอภิมหาอำนาจทางทุนนิยมอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษและอีกหลายประเทศในยุโรป รวมทั้งเอเชียที่เดินตามแนวทางของท่านสมิธ ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตที่ก้าวหน้า แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการผลิตบรรดาเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต่อพื้นฐานของการดำเนินชีวิตเพื่อให้มีมาตรฐานชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับไปทุ่มเททรัพยากรในการผลิตที่ก้าวหน้าไปกับสินค้าที่ไม่จำเป็น รวมทั้งทุ่มเททรัพยากรมหาศาลในการผลิตอาวุธยุทธปัจจัย รวมไปถึงเทคโนโลยีการสื่อสาร เป็นผลให้ผู้คนหยิบมือในประเทศอภิมหาอำนาจทางทุนนิยมเหล่านี้มั่งคั่ง ร่ำรวยขึ้น แต่ในขณะที่รัฐบาลของประเทศเหล่านี้กลับมีหนี้สาธารณะมากมายมหาศาล อีกทั้งยังประสพกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยดังเช่นในปัจจุบัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละครับว่าเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นพี่เต้ยของ “ทุนนิยม” ที่เดินตามแนวคิดของท่านสมิธ(ซึ่งถือ ครองพันธบัตรของอเมริกามากที่สุด) คือ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่บริหารจัดการภายใต้แนวคิดแบบ “สังคมนิยม” ที่เดินตามแนวคิดของท่านมาร์กซ์ ช่างน่าขำนะครับเมื่อไม่นานมานี้อดีตประธานาธิบดีคลินตันได้เดินทางไปเยือนจีน ซึ่งสาระสำคัญที่ซ่อนเร้นก็เพื่อขอร้องไม่ให้รัฐบาลจีนเทขายพันธบัตรที่ตนเองถือครองอยู่ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความผันผวนอย่างหนักของค่าเงินในสกุลดอลลาร์ในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐอเมริกาและของโลกยิ่งเลวร้ายลงอีก ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลจีน เพิ่งประกาศในที่ประชุมสภาประชาชนที่ปักกิ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้อย่างเชื่อมั่นว่าในปีนี้เศรษฐกิจจีนโดยรวมจะโตขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศที่เชื่อมั่นในระบบ “ทุนนิยม” ที่เดินตามรอยเท้าของท่านสมิธกำลังร้อน ๆ หนาว ๆกับอัตราการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจที่ในภาพรวมมีแนวโน้มจะติดลบเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยอย่างประเทศสิงคโปร์ บรรดาลูกหลานของท่าน ลี กวน ยู ยังกล้าประกาศออกมาอย่างหน้าชื่นอกตรม ว่าปีนี้เศรษฐกิจของสิงคโปร์จะติดลบประมาณ 10% ซึ่งก็เห็นจะจริงดังท่านว่าเพราะขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลทางการเงินระดับภูมิภาคอย่าง “เทมาเซค” ซึ่งเป็นร่างทรงของรัฐบาลสิงคโปร์ก็กำลังประสพปัญหาการขาดทุน ทำให้ผู้บริหารระดับสูง ต้องแสดงสปิริตลาออกกันระนาว ในช่วงเวลาแห่งความสับสนและบรรยากาศที่อึมครึมของวิกฤติเศรษฐกิจ“ซัพไพรม์”…

Details

บ้านที่สุขสงบสันติเพื่อพ่อ

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน เนื่องในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช” หรือ “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทยได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกปีหนึ่ง ในฐานะที่ผมก็เหมือนกับชาวบ้านไม่บานทุก ๆ ท่าน คือ เป็นลูกคนหนึ่งของ “พระองค์ท่าน” จะว่าไปแล้วชีวิตของมนุษย์ธรรมดาที่เดินดินกินข้าวแกงแบบผมก็มีพ่ออยู่ 2 ท่านครับ ก็คือ “พ่อหลวง”ของผมที่เทิดไว้เหนือเกล้า คือ “ภัทรมหาราช” พระองค์นี้ และ พ่อแท้ ๆ ซึ่งเป็น “พ่อบังเกิดเกล้า” ของผมที่ท่านได้ดำเนินชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุขจนอายุล่วงเลย 83 ปีแล้ว สาระน่ารู้ของคนรักบ้านฉบับนี้จึงเป็นการทำคุณเพื่อบูชาพ่อเนื่องในวาระ “วันพ่อแห่งชาติ” ที่ได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่งครับ ผมจึงใคร่ขอกราบวิงวอนให้คนไทยทุกหมู่เหล่าจากทุกภาคส่วนทำความดีเพื่อพ่อ ขอเพียงแค่ทำความดีกันคนละ 1 อย่างครับ เพียงแค่นี้ก็จะมีความดีกว่า 70 ล้านความดี แผ่นดินของพ่อก็จะสูงขึ้นการทำความดีถวายแด่ “พ่อหลวง” นั้นจะต้องเป็นความดีที่ไม่เบียดเบียน อีกทั้งไม่ไปทำร้ายผู้อื่นและจะต้องไม่เอาพ่อมากล่าวอ้างดังเช่นในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ผมเห็นบรรดาลูกของพ่อชูพระบรมฉายาลักษณ์ของ “พ่อหลวง” แล้วกล่าวอ้างว่า “รักพ่อ” กำลังทำเพื่อพ่อ แต่ในขณะที่อีกมือก็ถืออาวุธเข้าประหัตประหารฆ่าฟันกันบนผืนดินสุวรรณภูมิอันอุดมของพ่อ พอเห็นภาพเช่นนี้แล้วน้ำตาจะไหลออกมาให้ได้ ซึ่งภาพที่น่าเศร้าสลดนี้หรือครับที่บรรดาลูก ๆ ของพ่อได้แสดงความรักที่มีต่อพ่อ…

Details

บรรยากาศการสัมมนาอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน แบบมาราธอน 4 วันเต็ม (2)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บาน ในสัปดาห์นี้ก็มาเล่าให้ฟังกันต่อถึงบรรยากาศของการสัมมนาอพาร์ตเม้นท์ไม่บานแบบมาราธอนอย่างเข้มข้น 4 วันต็ม ซึ่งเนื้อหาทั้ง 4 วัน ในแต่ละวันก็มีความหลากหลายของสาระที่แตกต่างกันครับ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมได้พูดถึงรายละเอียดการสัมมนาในวันที่หนึ่งและวันที่สอง ซึ่งเนื้อหาหลัก ๆ ของการสัมมนาวันแรกจะประกอบไปด้วย เรื่องการลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน คือ อะไร รวมไปถึงหลักในการเลือกทำเลที่ตั้งและหลักเคหะศาสตร์( ฮวงจุ้ย) ของอพาร์เม้นท์ ตลอดจนแนวคิดและการเตรียมการในการลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น อพาร์ตเม้นท์กึ่งคอนโดมิเนียม,อพาร์ตเม้นท์กึ่งโรงแรม,เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์,บูทิคอพาร์ตเม้นท์ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น สำหรับในการสัมมนาวันที่สอง ผมก็ได้ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในเรื่องเกี่ยวกับผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร ตลอดไปจนถึงกระบวนการยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกระบวนการออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม,ไปจนถึงกระบวนการบริหารจัดการดูแลควบคุมการก่อสร้าง(CONSTRUCTION MANAGEMENT) ที่เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุดครับ                  สำหรับสัปดาห์นี้ก็เป็นรายละเอียดของการสัมมนาในวันที่สามและ วันที่สี่ ซึ่งมีเนื้อหาสาระดังนี้ครับ ในการสัมมนาวันที่สามผมก็ได้ให้ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการอพาร์ตเม้นท์,เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์+คอนโดมิเนียม,อพาร์ตเม้นท์กึ่งโรงแรม รวมไปถึงการจัดวางระบบภาษี บัญชี การบริหารจัดการการเงินและบุคลากรใน อพาร์ตเม้นท์ ตลอดไปจนถึงการออกแบบตกแต่งภายใน และในการสัมมนาวันที่สี่ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจัดได้ว่าเป็นไฮไลท์ของการบรรยายของผมได้พาผู้ร่วมสัมมนากว่า 50 ท่าน ไปเยี่ยมชมของจริงที่อาคารเดอะนายท์เพลส ( THE NINTH PLACE ) ย่านศรีนครินทร์เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจจากการได้เห็นกันจะ…

Details