“การปฏิรูป”ได้เริ่มมาสักพักแล้ว

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา “บ้านหลังใหม่” ของเราตกอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งของแนวคิด “การปฏิรูป” โดยมุ่งประเด็นไปที่การ “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” และการ “คอรัปชั่น”โดยเฉพาะการ “ซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ในการเลือกตั้งทาง “การเมือง” โดยมีเป้าพุ่งไปที่ “ระบอบทักษิณ” ที่จำเป็นต้องล้มล้างและสถาปนาระบบการเมืองใหม่ ซึ่งหากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้วในสังคม “ประชาธิปไตย” ก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาที่จะคิดและนำเสนอแนวคิดของตน แต่ผมอยากจะเตือนสติว่า ถึงแม้จะหมด “ระบอบทักษิณ” ก็ใช่ว่าจะหมด “คอรัปชั่น” ยังมีอีกหลายก๊ก หลายเหล่า หลายพรรค หลายพวก และคงต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่า การ “คอรัปชั่น” นั้นไม่ได้มีเฉพาะทาง “การเมือง” แต่มีแทรกเป็น “ยาดำ” ในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นวงการทหาร, ตำรวจ, ตุลาการ, อัยการ, การศึกษา,วงการธุรกิจ ฯลฯ ล้วนแต่เข้าขั้น “โคม่า” ต้องการ “การปฏิรูป” อย่างเร่งด่วนแทบทั้งสิ้น แต่มองอีกมุมหนึ่งก็เป็นความงดงามของระบบ “ประชาธิปไตย” แบบไทย ๆ ครับ เป็นสภาวะที่ประชาชนไทยได้กำลังเรียนรู้และตื่นตัวที่จะตรวจสอบ เมื่อตั้ง “สติ” คิดได้เช่นนี้ก็จึงเริ่มเข้าใจว่าในระบบ “ประชาธิปไตย”…

Details

คิดถึง “คำพ่อสอน”

ในเดือน “ธันวาคม” ของทุกปีถือว่าเป็นวาระอันเป็นมงคลยิ่งครับ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง “วันพ่อ”ขอให้ “พ่อหลวง” ซึ่งทรงเป็น “หลักชัย” ของ “บ้านหลังใหญ่” ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ซึ่งในช่วง “วันเฉลิมฯ” ทุกปีในอดีตที่ผ่านมาผมก็ได้ถือโอกาสนี้แหละครับไปขอพรจาก “พ่อ” ให้ผมได้เริ่มต้นปีใหม่อย่างสวัสดีมีชัย ถึงแม้ตอนนี้ “พ่อ” จะละสังขารไม่อยู่ให้ผมไป “กราบ” และ “กอด” และ “ขอพร” แล้ว แต่”คำพ่อสอน” ก็อยู่ในใจผมตลอดเวลาครับ “พ่อ” ผมได้สอนอะไรต่ออะไรให้กับผมมากมายและเป็นต้นแบบให้ผมในหลายเรื่องหลากประเด็น สิ่งที่ผมประทับใจในตัว “พ่อ” ผมที่สุดคือ ท่านมี “ทัศนะคติในเชิงบวก” เสมอ กับทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่าง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่าน แม้แต่ลูกชายคนเดียวของท่านอย่างผม ที่ “พ่อ” ให้คำจำกัดความสั้น ๆ ว่าเป็น“เด็กดื้อที่ได้ดี” เพราะในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของผมทั้งในช่วงชีวิตวัยรุ่นและวัยเบญจเพสผมได้ประสบกับมรสุมชีวิตอย่างหนัก หากไม่ได้ “พ่อ“มาประคับประคองให้ “อยู่รอดปลอดภัย” แล้วผมก็คงไม่เป็นผมดังเช่นทุกวันนี้ครับ…

Details

“การบ้าน” น่าจะสำคัญกว่า “การเมือง”

ผมต้องยอมรับว่าในตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการลุ้นระทึกผลของความขัดแย้งทางความคิดในทาง “การเมือง” ของคนหยิบมือเพียง 2-3 กลุ่ม อันมีรากของความขัดแย้งแท้จริงลึก ๆ แล้วมาจากผลประโยชน์ทับซ้อนของบรรดากลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่หมักหมมทับถมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ในภาพรวมของ “การเมือง” ไทยดู ๆ ไปจึง ยุ่ง วุ่นวายเป็นผลให้ประเทศอันเป็นที่รักของเราไม่ได้ก้าวไปทางไหน แต่เป็นการย่ำอยู่กับที่เดิมวนเวียนอยู่กับวังวนเดิมของปัญหาความขัดแย้ง ขอสารภาพตามตรงครับว่าในใจลึก ๆ ก็เกิดความเบื่อหน่าย ทั้งฝ่าย “รัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน” ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกให้กันและกันแต่อย่างใด ที่ทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะรู้แต่แกล้งไม่รู้หรือไม่รู้ ถึงการต่อต้านจากกระแสสังคมที่ผมเรียกว่า “พลังเงียบที่เป็นเสียงส่วนใหญ่” (“Silence Majority“) ผมย้ำนะครับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองระหว่าง “ฝ่ายค้าน” กับ “ฝ่ายรัฐบาล” แต่เป็นเรื่องอนาคตของชาติที่เป็นเดิมพันเพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็กำลังพยายามบิดเบือนความจริงต่อสาธารณะ คือ นำเสนอความจริงที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนแต่เพียงด้านเดียว รวมทั้งทั้งสองฝ่ายกำลังทำลายกระบวนการ “ยุติธรรม” ทำลายหลัก “นิติธรรม” ตลอดไปจนทำลายหลัก “จริยธรรม” บ้านเมือง ผมมักจะพูดอยู่เสมอ ๆ ถึง 3 ปัจจัยเสี่ยงต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งคนไทยจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ…

Details

“หมากรุก” กับ “หมากล้อม”

คงต้องยอมรับกันนะครับว่าในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้เป็นช่วง ” หัวเลี้ยวหัวต่อ “เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ” นิรโทษกรรม ” หรือ กรณี ” เขาพระวิหาร “ไม่ว่าใครจะ“ถูก ” หรือ “ผิด ” ผลออกมาไม่ต่างกันหรอกครับ คือ เมื่อขาดความ ” รู้รักษ์สามัคคี ” บรรดาผู้คนในชาติก็แตกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ผมยังจำ บทพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 (เมื่อครั้งยังผมยังเรียนอยู่โรงเรียนกินนอน) ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงพระราชนิพนธ์เตือนสติบรรดาพสกนิกรชาว ” สยาม ” ไว้ว่า ” ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร ” ดังนั้นการมุ่งแต่เอาชนะคะคานกันแบบไม่ยอมถอยกันคนละก้าว สังคมไทยก็คงจะไม่มีทางออกหรอกครับ เพราะถูกแบ่งเป็น ” ผู้ชนะ ” กับ ” ผู้แพ้ ” และจะตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งอยู่อย่างนี้เรื่อยไป ในความเห็นของผมก็เปรียบเสมือนเรากำลังเล่นเกมส์ ” หมากรุก ” กันอยู่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างแข่งขันกันสุดกำลังอย่างเอาเป็นเอาตายก็เพื่อจะเป็น…

Details

จับตา “ตั้วเฮีย” กับการเปิด “AEC” (1)

คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธบทบาทของ “จีน” ในฐานะ “ตั้วเฮีย” หรือ “พี่ใหญ่” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดประเทศหนึ่งในโลกที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของการก้าวไปข้างหน้าของบรรดาประเทศในกลุ่ม “อาเซียน” เร็ว ๆ นี้ “จีน” ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนการพัฒนาโครงข่าย “ลอจิสติกต์ ” ทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รถไฟความเร็วสูง” ที่ “จีน ” ตั้งใจจะใช้ “อาเซียน ” โดยเฉพาะ “ไทย ” เป็นทางออกทะเลให้จงได้ เพราะเป็นยุทธศาสตร์ “ลอจิสติกส์”ที่สำคัญในการเปิดมณฑล “ภาคใต้” ของ “จีน” ทั้งหมด ที่ยังล้าหลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมณฑล “ยูนาน ” และมณฑล “สิบสองปันนา ” ซึ่งโดยหลักการแล้วในการลงทุนระหว่าง “จีทูจี ” ซึ่งหมายถึงการลงทุนระหว่าง “รัฐต่อรัฐ “โดยการชำระหนี้ด้วยสินค้าทางการเกษตร แลกเปลี่ยนกับการที่ “จีน ” ให้กู้ยืมในการลงทุนด้าน “ลอจิสติกส์ ” ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว ซึ่ง…

Details

เปิดตัว “หนังสือรวม 52 รูปแบบ” และ “ดีวีดี” ในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

ก็ถือว่าเป็นการเบิกฤกษ์ในการเปิด “ตัวหนังสือรวม 52 รูปแบบของอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน,โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน,คอนโดมิเนียมไม่บาน” เล่มแรกของผม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผมได้พิจารณาคัดเลือกมาจาก 400 รูปแบบ ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่บรรดาแฟน ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ จะว่าไปแล้วที่มาของ “หนังสือรวม 52 รูปแบบ ” นี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากจดหมายหลายร้อยฉบับที่เขียนมาเพื่อขอรูปแบบอาคารจากผมนำไปใช้ รวมถึงหลายท่านก็เข้าไปดาวน์โหลดรูปแบบในเว็ปไซต์ www.homeloverthai.com จากสถิติที่เคยได้บันทึกเอาไว้ในบางปีมีคนเข้ามาดาวน์โหลดกว่า 91 ล้านครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนมากมายไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ในใจลึก ๆ ก็มีความรู้สึกภูมิใจว่าผลงานออกแบบของผมเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบ ของแฟน ๆ ไปทั่วประเทศ หลายครั้งเมื่อเดินทางไปที่ต่าง ๆ ก็เห็นรูปแบบของอาคารที่ผมได้เคยเผยแพร่มีคนนำไปสร้างจริง แสดงว่าคงนำรูปแบบมาจากสื่อต่าง ๆ ที่ผมได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล ทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึก หรือทางดีวีดี ทั้ง 24 ชุดหรือทางเว็ปไซต์ ฯลฯ สำหรับผมมีความเชื่อครับว่าการที่จะเริ่มต้นทำกิจการงานใดก็ตาม หากมีการเริ่มต้นที่ดีแล้วก็จะมีชัยไปกว่าครึ่งครับ เหมือนกับผมเคยได้รับการสอนจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ครั้งยังทำงานให้กับ “มูลนิธิชัยพัมนา” ว่า “กระดุมเม็ดแรกนั้นสำคัญที่สุด เพราะถ้ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดต่อให้กระดุมเม็ดที่สองกลัดแบบตั้งใจ สักเพียงใดก็จะผิด เพราะเม็ดแรกได้กลัดผิดเสียแล้ว” ดังนั้นในการเริ่มต้นในการลงทุน…

Details

“เสน่ห์” ของการตามล่าหา “ความฝัน” และ “ความหวัง” ของโครงการ “ไทยทาวเวอร์”(1)

ผมมักจะพูดเสมอครับว่า ” ความฝัน” และ “ความหวัง ” เป็น ” ของฟรี ” เพราะคนทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนก็สามารถสร้างมโนภาพ คือ ” ความฝัน ” ในช่วงเราหลับและสร้างจินตภาพ คือ “ความหวัง ” ในช่วงเราตื่นและที่สำคัญ คือ ทั้ง ” ความหวัง” และ ” ความฝัน ” ก็ไม่เสียสตางค์อะไรครับ ดังนั้นผมมักจะกระตุ้นคนรอบตัวให้มีทั้ง ” ความฝัน ” และ“ความหวัง ” โดยเริ่มจาก “ความฝัน ” ถึงสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ฝันอย่างไรก็ทำไปตามฝันนั้น เหมือนกับการตามล่าหาฝัน ส่วน ” ความหวัง “ก็คล้าย ๆ กับ ” ความฝัน ” นั่นแหละครับ ต่างกันเพียงช่วงเวลาในยามเราไม่หลับ คือ…

Details

ต้อง “ถอยหลังเข้าคลอง” ในยุค “ข้าวยากหมากน้ำมัน+แก๊ซแพง” และ “ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว ” คนรักบ้าน ” ในชั่วโมงนี้ก็ต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดกันนะครับว่าสังคมไทยได้ย่างเข้าสู่ยุค ” ข้าวยากหมากน้ำมัน + แก๊ซแพง ” และ ” ความขัดแย้งทางการเมือง ” ที่ยังคุกรุ่นส่อเค้าถึงความรุนแรงที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ หากท่านติดตามบทความผมย้อนหลังจะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมได้พยายามเตือนสติว่า ระวังให้ดีนะครับ ” นโยบายประชานิยมเต็มรูป ” แบบสุดขั้ว นอกจากจะนำมาซึ่งความขัดแย้งภายในชาติแล้ว ยังจะนำมาซึ่งสังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่รัฐได้โอบอุ้มจะอ่อนแอและที่สุดแล้วก็พากันล่มจมไปทั้งประเทศ ซึ่งก็คงต้องยอมรับกันอีกเช่นกันครับว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามที่จะ ” ซื้อเสียง” โดยผ่าน ” นโยบายประชานิยมเต็มรูป ” ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ” รถยนต์คันแรก ” (นับล้านคัน)โดยไม่สนใจถึงภาระหนี้สินท่วมตัวในภาคครัวเรือนที่จะติดตามมา หรือนโยบาย ” ประกันราคาข้าว ” โดยไม่สนใจราคาซื้อขายจริงกันในตลาดโลก อีกทั้งนโยบายของฟรีต่าง ๆ ” รถเมล์ฟรี ” ,” รถไฟฟรี ”…

Details

เตรียม “ถอย” ก่อนเปิด “AEC”

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ผมได้ติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพ เศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองของบ้านเราอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ค้นพบสิ่งผิดปกติหลายประการครับ (ซึ่งเป็นอาการที่ไม่สู้จะดีนักครับ) อีกทั้งยังมีเครื่องชี้วัดบางประการที่อยากเตือนบรรดา ” คนรักบ้าน” ให้เตรียมการเปิด ” ทางถอย ” ก็เหมือนกับ ” ตำราพิชัยสงคราม ” ของ ” ซุนหวู่” นั่นแหละครับ ที่หนึ่งในหลักสำคัญของ “การรณยุทธ์ ” คือ “การเปิดทางถอย ” สำหรับผมแล้วการ “ถอย ” นั้นเป็นยุทธวิธีที่สุดแสนจะ ” คลาสสิก ” เพราะการ ” ถอย” ที่ดีนั้นต้อง เป็นการ ” ถอย ” ให้เป็น, เป็นการ ” ถอย ” อย่าง ” รู้เท่าทัน ” ถือว่าเป็นกลยุทธ์สุดยอด เพราะการ ”…

Details

“กฎ 5 ข้อ” ของ “พาเรโต”

ก็สืบเนื่องจากความตอนที่แล้วที่ผมได้นำเสนอข้อคิดดี ๆ ของ“วิลเฟรโด พาเรโต” ซึ่งในการบรรยายของผมในที่สาธารณะหลายต่อหลายครั้งก็มักจะกล่าวถึงแนวคิดของนักปราชญ์ชาว “อิตาเลี่ยน” ท่านนี้ และในพื้นที่อันจำกัดผมได้พยายามย่อยออกมาเป็นหลักคิดเป็นข้อ ๆ เพื่อที่แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” จะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ ซึ่งในส่วนตัวของผมเชื่อว่าดีแน่ เพราะตัวผมเองก็นำไปใช้ต่อยอดทางความคิดและเป็นหลักในการตัดสินใจหลายต่อหลายครั้งครับ ซึ่งแนวคิดหลัก ๆ ของ “พาเรโต” คือการเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือ การใช้ทรัพยากรอย่าง “ประโยชน์สูงประหยัดสุด” นั่นเองครับ ซึ่งในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “กฎ 5 ข้อ” ที่ผมมักใช้เวลาต้องตัดสินใจอะไรที่สำคัญที่มีพื้นฐานมาจาก “แนวคิด 20/80″ ของ “วิลเฟรโด พาเรโต” ดังนี้ครับ กฎข้อที่ 1. มีการตัดสินใจที่ไม่ยากและไม่มาก เพียงไม่กี่ครั้งที่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก กฎข้อที่ 2. การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดมักเกิดโดย “บังเอิญ” เสมอเพราะ “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญของธุรกิจการลงทุนนั้นมักจะมาไวและไปไวโดยไม่ทันรู้ตัว กฎข้อที่ 3. ใช้เวลารวบรวมข้อมูล 80% และใช้เวลาวิเคราะห์ 20% ในการตัดสินใจและหลังจากนั้นจงลงมือทำอย่าง “แน่วแน่”…

Details