เปิดตัว “หนังสือรวม 52 รูปแบบ” และ “ดีวีดี” ในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

ก็ถือว่าเป็นการเบิกฤกษ์ในการเปิด “ตัวหนังสือรวม 52 รูปแบบของอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน,โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน,คอนโดมิเนียมไม่บาน” เล่มแรกของผม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผมได้พิจารณาคัดเลือกมาจาก 400 รูปแบบ ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่บรรดาแฟน ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ จะว่าไปแล้วที่มาของ “หนังสือรวม 52 รูปแบบ ” นี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากจดหมายหลายร้อยฉบับที่เขียนมาเพื่อขอรูปแบบอาคารจากผมนำไปใช้ รวมถึงหลายท่านก็เข้าไปดาวน์โหลดรูปแบบในเว็ปไซต์ www.homeloverthai.com จากสถิติที่เคยได้บันทึกเอาไว้ในบางปีมีคนเข้ามาดาวน์โหลดกว่า 91 ล้านครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนมากมายไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ในใจลึก ๆ ก็มีความรู้สึกภูมิใจว่าผลงานออกแบบของผมเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบ ของแฟน ๆ ไปทั่วประเทศ หลายครั้งเมื่อเดินทางไปที่ต่าง ๆ ก็เห็นรูปแบบของอาคารที่ผมได้เคยเผยแพร่มีคนนำไปสร้างจริง แสดงว่าคงนำรูปแบบมาจากสื่อต่าง ๆ ที่ผมได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล ทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึก หรือทางดีวีดี ทั้ง 24 ชุดหรือทางเว็ปไซต์ ฯลฯ สำหรับผมมีความเชื่อครับว่าการที่จะเริ่มต้นทำกิจการงานใดก็ตาม หากมีการเริ่มต้นที่ดีแล้วก็จะมีชัยไปกว่าครึ่งครับ เหมือนกับผมเคยได้รับการสอนจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ครั้งยังทำงานให้กับ “มูลนิธิชัยพัมนา” ว่า “กระดุมเม็ดแรกนั้นสำคัญที่สุด เพราะถ้ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดต่อให้กระดุมเม็ดที่สองกลัดแบบตั้งใจ สักเพียงใดก็จะผิด เพราะเม็ดแรกได้กลัดผิดเสียแล้ว” ดังนั้นในการเริ่มต้นในการลงทุน…

Details

“เสน่ห์” ของการตามล่าหา “ความฝัน” และ “ความหวัง” ของโครงการ “ไทยทาวเวอร์”(1)

ผมมักจะพูดเสมอครับว่า ” ความฝัน” และ “ความหวัง ” เป็น ” ของฟรี ” เพราะคนทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนก็สามารถสร้างมโนภาพ คือ ” ความฝัน ” ในช่วงเราหลับและสร้างจินตภาพ คือ “ความหวัง ” ในช่วงเราตื่นและที่สำคัญ คือ ทั้ง ” ความหวัง” และ ” ความฝัน ” ก็ไม่เสียสตางค์อะไรครับ ดังนั้นผมมักจะกระตุ้นคนรอบตัวให้มีทั้ง ” ความฝัน ” และ“ความหวัง ” โดยเริ่มจาก “ความฝัน ” ถึงสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ฝันอย่างไรก็ทำไปตามฝันนั้น เหมือนกับการตามล่าหาฝัน ส่วน ” ความหวัง “ก็คล้าย ๆ กับ ” ความฝัน ” นั่นแหละครับ ต่างกันเพียงช่วงเวลาในยามเราไม่หลับ คือ…

Details

ต้อง “ถอยหลังเข้าคลอง” ในยุค “ข้าวยากหมากน้ำมัน+แก๊ซแพง” และ “ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว ” คนรักบ้าน ” ในชั่วโมงนี้ก็ต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดกันนะครับว่าสังคมไทยได้ย่างเข้าสู่ยุค ” ข้าวยากหมากน้ำมัน + แก๊ซแพง ” และ ” ความขัดแย้งทางการเมือง ” ที่ยังคุกรุ่นส่อเค้าถึงความรุนแรงที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ หากท่านติดตามบทความผมย้อนหลังจะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมได้พยายามเตือนสติว่า ระวังให้ดีนะครับ ” นโยบายประชานิยมเต็มรูป ” แบบสุดขั้ว นอกจากจะนำมาซึ่งความขัดแย้งภายในชาติแล้ว ยังจะนำมาซึ่งสังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่รัฐได้โอบอุ้มจะอ่อนแอและที่สุดแล้วก็พากันล่มจมไปทั้งประเทศ ซึ่งก็คงต้องยอมรับกันอีกเช่นกันครับว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามที่จะ ” ซื้อเสียง” โดยผ่าน ” นโยบายประชานิยมเต็มรูป ” ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ” รถยนต์คันแรก ” (นับล้านคัน)โดยไม่สนใจถึงภาระหนี้สินท่วมตัวในภาคครัวเรือนที่จะติดตามมา หรือนโยบาย ” ประกันราคาข้าว ” โดยไม่สนใจราคาซื้อขายจริงกันในตลาดโลก อีกทั้งนโยบายของฟรีต่าง ๆ ” รถเมล์ฟรี ” ,” รถไฟฟรี ”…

Details

เตรียม “ถอย” ก่อนเปิด “AEC”

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ผมได้ติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพ เศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองของบ้านเราอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ค้นพบสิ่งผิดปกติหลายประการครับ (ซึ่งเป็นอาการที่ไม่สู้จะดีนักครับ) อีกทั้งยังมีเครื่องชี้วัดบางประการที่อยากเตือนบรรดา ” คนรักบ้าน” ให้เตรียมการเปิด ” ทางถอย ” ก็เหมือนกับ ” ตำราพิชัยสงคราม ” ของ ” ซุนหวู่” นั่นแหละครับ ที่หนึ่งในหลักสำคัญของ “การรณยุทธ์ ” คือ “การเปิดทางถอย ” สำหรับผมแล้วการ “ถอย ” นั้นเป็นยุทธวิธีที่สุดแสนจะ ” คลาสสิก ” เพราะการ ” ถอย” ที่ดีนั้นต้อง เป็นการ ” ถอย ” ให้เป็น, เป็นการ ” ถอย ” อย่าง ” รู้เท่าทัน ” ถือว่าเป็นกลยุทธ์สุดยอด เพราะการ ”…

Details

“กฎ 5 ข้อ” ของ “พาเรโต”

ก็สืบเนื่องจากความตอนที่แล้วที่ผมได้นำเสนอข้อคิดดี ๆ ของ“วิลเฟรโด พาเรโต” ซึ่งในการบรรยายของผมในที่สาธารณะหลายต่อหลายครั้งก็มักจะกล่าวถึงแนวคิดของนักปราชญ์ชาว “อิตาเลี่ยน” ท่านนี้ และในพื้นที่อันจำกัดผมได้พยายามย่อยออกมาเป็นหลักคิดเป็นข้อ ๆ เพื่อที่แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” จะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ ซึ่งในส่วนตัวของผมเชื่อว่าดีแน่ เพราะตัวผมเองก็นำไปใช้ต่อยอดทางความคิดและเป็นหลักในการตัดสินใจหลายต่อหลายครั้งครับ ซึ่งแนวคิดหลัก ๆ ของ “พาเรโต” คือการเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือ การใช้ทรัพยากรอย่าง “ประโยชน์สูงประหยัดสุด” นั่นเองครับ ซึ่งในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “กฎ 5 ข้อ” ที่ผมมักใช้เวลาต้องตัดสินใจอะไรที่สำคัญที่มีพื้นฐานมาจาก “แนวคิด 20/80″ ของ “วิลเฟรโด พาเรโต” ดังนี้ครับ กฎข้อที่ 1. มีการตัดสินใจที่ไม่ยากและไม่มาก เพียงไม่กี่ครั้งที่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก กฎข้อที่ 2. การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดมักเกิดโดย “บังเอิญ” เสมอเพราะ “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญของธุรกิจการลงทุนนั้นมักจะมาไวและไปไวโดยไม่ทันรู้ตัว กฎข้อที่ 3. ใช้เวลารวบรวมข้อมูล 80% และใช้เวลาวิเคราะห์ 20% ในการตัดสินใจและหลังจากนั้นจงลงมือทำอย่าง “แน่วแน่”…

Details

ข้อคิดดี ๆ จากทฤษฏี “พาเรโต” (Pareto Optimality)

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” น้อยใหญ่มาหลายร้อยโครงการ ผมกล้าพูดได้เต็มปากครับว่าการที่สามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้นั้น หนึ่งในวิธีคิดที่ผมนำมาปรับประยุกต์ใช้และได้ผลเสมอ คือ ข้อคิดดี ๆ จากทฤษฎี “พาเรโต” ซึ่งผมได้มีโอกาสศึกษาและเรียนรู้ทฤษฎีนี้ เมื่อ 20 ปีล่วงแล้วตั้งแต่ครั้งยังศึกษาที่ “คิงส์คอลเลจ” ที่ “อเบอร์ดีน” โดย “ครู” (Professor Hamilton)ของผม ได้แนะนำให้ผมลองเข้าไปศึกษาค้นคว้าในรายละเอียดดู ก็ไม่ผิดหวังครับ ยิ่งได้อ่านงานของ “วิลเฟรโด พาเรโต” ปราชญ์ชาว “อิตาเลี่ยน” ก็ยิ่งเกิดความเบิกบานและประเทืองปัญญาครับ จะว่าไปแล้ว “คิงส์คอลเลจ” ที่ผมมีวาสนาได้ไปร่ำเรียนมานั้นได้ ก่อตั้งขึ้นในปี คศ. 1495 ก็กว่า 500 ปีมาแล้วครับ (สำหรับในประเทศ “สยาม” ก็อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างอาณาจักร “สุโขทัย” กับ “อยุธยา“) และอีก 400 ปี ต่อมาคือ…

Details

เปิด “อาเซียน” เกิด “ เลี่ยนสิงคโปร์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “บ้านไม่บาน ” ถ้าท่านติดตามบทความของผม รวมทั้งการบรรยายให้ความรู้ในสถานที่ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมมักจะพูดย้ำถึงการเปิด “ AEC” เสรี “อาเซียน” ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก 2 ปี ข้างหน้าที่มีทั้ง “วิกฤติ ” และ “โอกาส” ซึ่งจะเป็น “โอกาส ” ก็ต่อเมื่อเรามี “ความพร้อม” และ “รู้เท่าทัน ” มิฉะนั้นจะกลายเป็น “วิกฤติ” ทันทีครับ ผมเคยคุยกับเพื่อนชาว “สิงคโปร์เลี่ยน ” ถามถึงความเห็นของการเปิด “ AEC” ซึ่งก็เป็นทัศนคติที่น่าตกใจมากครับ เพราะ “สิงคโปร์ ” ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปิด “เสรีอาเซียน ” เท่าไร ไม่เหมือน ลาว, เขมร,ไทย, พม่า หรือ เวียดนาม ที่มีการเตรียมการรับมือกับการเปิดเสรี “อาเซียน ”…

Details

“การจัดการสภาพแวดล้อม” (Installation Environment)

“การจัดการสภาพแวดล้อม” เป็นศัพท์ทาง “เทคนิค” ซึ่งมาจากคำว่า “Installation Environment” เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่บรรดา “สถาปนิก” , “นักออกแบบ” และ “นักวางผัง” ต้องเตือนสติตัวเองไว้ตลอดเวลาถึงนัยยะที่สำคัญในหัวข้อนี้ ผมได้เรียนรู้ศาสตร์นี้ในช่วงเรียนปริญญาโท – เอก ที่ “คิงส์คอเลจ” ยิ่งได้ศึกษาก็ยิ่งค้นพบถึงความงดงามของ “การจัดการสภาพแวดล้อม” ครับ และทำให้ผมเชื่อว่าอาคารบ้านเรือนหลังโดด ๆ หากขาด “การจัดการสภาพแวดล้อม” จะไร้ซึ่งความงาม จนเกิดเป็นคำกล่าวอย่างเฉียบคมว่า “คนสร้างสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมสร้างคน ” ซึ่งหากพิจารณาถึงประเด็นนี้จะรับรู้ได้ทันทีว่า “สภาพแวดล้อม ” มีความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ จะสะท้อนออกมาถึงวิถีคิด คุณภาพของชีวิต ตลอดจนศีลธรรมและจริยธรรม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคนสร้างที่อยู่อาศัยแบบไร้ระเบียบจึงเกิดเป็น “สภาพแวดล้อม ” ที่ “เสื่อมโทรม ” เช่น “สลัม” ในที่ต่าง ๆ เรียกกันโก้หรูว่า “ชุมชนแออัด ” เช่น “ชุมชนคลองเตย “, “ชุมชนริมย่านรถไฟ…

Details

เผชิญกับกระแส “โลกาภิวัตน์” ด้วย “ราก”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” ในช่วงนี้ผมมักจะย้ำถึง การเผชิญหน้ากับกระแส”โลกาภิวัตน์ ” ด้วยความทรนงองอาจ ด้วย “ราก” อันเป็น “ของดี มีอยู่” ของเราครับ จากการที่ได้ย้อนศึกษากลับไปในประวัติศาสตร์ในความเห็นของผมแล้วก็ค้นพบว่ามีอยู่วิธีเดียวที่พอจะสู้กับกระแส “โลกาภิวัตน์ ” ได้ คือ การอาศัย “ราก ” อันแข็งแกร่งทาง “ศิลปวัฒนธรรม ” ที่ผมมักจะเรียกว่า “ของดี มีอยู่ ” และในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับความ “ทันสมัย ” แบบ “แดกด่วน ” และ “จอมปลอม ” แบบ “ฉาบฉวย ” ที่มาเร็วไปเร็ว ทุกครั้งที่ผมเห็นสังคมไทยหลงไปกับการไล่ล่าความ “ทันสมัย ” ก็อดที่จะร้อน ๆ หนาว ๆ ไม่ได้ ซึ่งตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงไปของ “ภาษา ”…

Details

เผชิญกับ “โลกาภิวัฒน์” ด้วย “ราก” (I)

ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมคงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ครับว่ากระแส “โลกาภิวัฒน์” เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อโลกที่เราอยู่จะช้าบ้างเร็วบ้างขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าทางความคิดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของการใช้ทรัพยากรบนโลก สำหรับผมได้แบ่งยุค “โลกาภิวัฒน์ ” เป็น 6 ยุค ดังนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ยุคที่ 1 คือ “ยุคหิน” ที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ ยังมีความเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่า ยังคงเป็นยุคที่โลกยังอุดมสมบูรณ์ “พลโลก ” ได้เรียนรู้ที่จะล่าสัตว์อื่น ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มและรู้จักผลิตอาวุธขึ้นมาเองอย่างง่าย ๆ เช่น ขวานหิน, หอก, ธนู ฯลฯ เมื่อ “พลโลก ” เจริญขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งก็เข้าสู่ยุคที่ 2 คือ “ยุคปศุสัตว์ ” และ “การเพาะปลูก ” มีวิธีถนอมอาหารรวมทั้งเก็บเมล็ดพันธุ์พืช เป็นยุคที่ “พลโลก” หยุดการเร่ร่อน ปักหลักตั้งถิ่นฐาน “สร้างบ้านแปลงเมือง ” ยุคที่ 3 คือ “ยุคแห่งการค้าขายแลกเปลี่ยน” ก็ถือว่าเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นของ“พลโลก” อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเริ่มเกิดบรรดาชนชั้นกลางอันได้แก่ “กลุ่มพ่อค้าวาณิชย์…

Details