“หง่อคาขี่” = “ช่องทางเดินห้าฟุต”

การก่อสร้างอาคารประเภท “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส ” ในอดีตถือได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมร่วมสมัย ” ประเภท “ของดี มีอยู่ ” ที่โดดเด่นอีกประเภทหนึ่งที่ ได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศ “สยาม” ทั้งที่ “กรุงเทพฯ” และบรรดาหัวเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ จะถูกสร้างขึ้นโดยนักธุรกิจชาวจีนที่ร่ำรวยจากการทำธุรกิจเหมืองแร่ “ดีบุก ”และธุรกิจการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ภูเก็ต” แล้วก็ยังมีให้เห็นได้ตามพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นที่ “ระนอง”, “กระบี่”, “ตะกั่วป่า”, “พังงา” หรือ “ตรัง” เป็นต้น การสร้างอาคารประเภท “ตึกแถว” ในยุคแรกนั้น มีอิทธิพลของ “จีน” อยู่มาก ส่วนใหญ่เป็นตึกแถวชั้นเดียวหรืออย่างมากก็ไม่เกิน 2 ชั้น กำแพงหนาแบบโครงสร้าง “กำแพงรับน้ำหนัก” (Bearing wall) ใช้กำแพง “ก่ออิฐถือปูน ” รับน้ำหนักอาคาร ส่วนหลังคาเป็นโครงสร้างไม้ มักใช้กระเบื้องโค้งแบบจีน รูปทรงหลังคา  ตลอดจน ประตูหน้าต่าง…

Details

“ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค”

สำหรับนักวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรมและผังเมืองอย่างผมแล้วอาคารประเภท “ตึกแถว” จัดได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ” (Vernacular Architecture) อีกประเภทหนึ่งของ “คนเมือง ” ในเขต “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ” มีเอกลักษณ์ผสมผสานของ “วิถี ” การดำเนินชีวิต ที่สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์ของเมืองในท้องถิ่นนั้น ๆ เพราะ “ตึกแถว” เป็นการผสมผสานของที่อยู่อาศัยและทำกิจการค้า ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ที่เป็นการขายปลีกเป็นส่วนใหญ่ อยู่ในชุมชนที่หนาแน่น ในแหล่งธุรกิจกลางชุมชนเมือง โดยปรกติแล้วชั้นล่างจะเป็นร้านค้าย่อย ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย ในกรณีชั้นที่สูงกว่านั้นอาจทำเป็นที่เก็บสินค้า มักมีโครงสร้างเป็น “ก่ออิฐถือปูน ” หรือเป็น “คอนกรีตเสริมเหล็ก ” (โดยมีวิวัฒนาการมาจาก “ห้องแถวไม้ ”) ก่อเกิดเป็นกระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม ” ดังเช่นย่าน ถนน “เจริญกรุง ” หรือ “New Road ” ในสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง ” ที่สองฝั่งฟากถนนก็ล้วนแต่เคยเป็น “ตึกแถว” ในสไตล์…

Details

“แห่ถอนเงิน เทขายทอง” ที่ “ไซปรัส” กระเทือน “ไซแอม” (2)

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมได้พูดถึงวิกฤติการณ์ทางการเงินที่ “ไซปรัส ” ซึ่งส่งผลกระทบมาถึง “สยาม” ประเทศ หรือ “ไซแอม” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผมมั่นใจว่าสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้อย่างไรเสีย “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ก็ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นแน่แท้ และก็จะส่งผลกระทบให้การขยายตัวของการลงทุนในธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์” ชะลอตัวลง เพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ซื้อ ที่จะต้องผ่อนแพงขึ้น และยังเป็นมาตรการในการป้องปราม “ฟองสบู่” ของการขยายตัวอย่างเร็วเกินไปของอสังหาริมทรัพย์บางประเภท เช่น คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นอย่าดาษดื่นในบางพื้นที่ครับ ซึ่งผมก็เคยเกริ่นไปแล้วว่า “ไซปรัส” เหลือทางออกอีกไม่กี่ทางหรอกครับ อย่างแรก คือ ขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน “ยุโรป ” ซึ่งก็ทำได้ไม่ง่ายนัก ประการที่สอง หันไปขอความช่วยเหลือจาก “รัสเซีย” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่คุ้นเคยกับ “ไซปรัส ” มายาวนานซึ่งก็จะต้องมีเงื่อนไขต่าง ๆ ตามมามากมายที่อาจจะยอมรับได้และไม่ได้ เช่น การเข้าเทคโอเวอร์ธนาคาร เข้าไปเป็นหุ้นส่วนในทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของ “ไซปรัส ” อาทิเช่น แก๊สธรรมชาติ หนักข้อเข้าอาจถึงขั้นตั้งฐานทัพ “รัสเซีย ” ใน “ไซปรัส ” ซึ่งผมเชื่อว่าทาง “ตุรกี”…

Details

“ไซปรัส” ถึง “ไซแอม”

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน ” เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมได้พูดถึงสภาวะ “เงินไหล ” และ “หนี้ล้น ” ซึ่งเป็นวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง แต่ส่งพบกระทบรุนแรงกับอีกซีกโลกหนึ่ง โดยเหตุเกิดที่ “ไซปรัส” ในคาบสมุทร “เมดิเตอร์เรเนียน ” แต่ส่งผลกระทบมาถึง “สยามประเทศ ” ที่ “อ่าวไทย ” ซึ่งพอวิเคราะห์เจาะลึกลงไปแล้วก็จะพบโดยทันทีว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นใน “ไซปรัส” นั้นมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยอยู่หลายประการ ดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตนจะได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจมิให้ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งก็จะว่าไปแล้วโลกของเราใบนี้ดูเสมือนว่าจะมีขนาดเล็กลงทุกที อาจจะเป็นเพราะระบบการสื่อสารแบบ “ดิจิตอล ” ไร้สาย(ผ่านเครือข่ายดาวเทียม)ได้เรียงร้อยประเทศน้อยใหญ่เข้าไว้ด้วยกันใน “ร่างแห ” แบบดิ้นไม่หลุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนพื้นที่ใดในโลกก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไปทั่วทั้งโลกดังเช่นที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นการ “รู้เขา รู้เรา ” และการครองตนโดย “ไม่ประมาท ” จึงเป็นสาระสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากให้แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” สละเวลาสักนิดเพื่อที่จะรู้จัก “ไซปรัส…

Details

“เงินไหล” + “หนี้ล้น”

ผมได้ติดตามการเคลื่อนไหวของ ” เงินไหล ” หรือการ ” ไหลของทุน ” อย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการไหลเข้ามาของทุนต่างชาติกว่า 6 แสนล้านบาท ที่ทะลักเข้ามาทำกำไรจากส่วนต่างของดอกเบี้ย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของประเทศตะวันตก โดยเฉพาะ ” ยุโรป”และ ” อเมริกา ” อยู่ที่ 0 ถึง 0.25% โดยประมาณ ในขณะที่อัตราเงินฝากของ ” ไทย” อยู่ที่ 2.5-5.5% ซึ่งสูงกว่ากัน 10-20 เท่า ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับที่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในประเทศอย่างท่วมท้น จะว่าไปแล้วการไหลเข้ามาของเงินต่างชาติไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มนะครับ มี ” เงินไหล ” เข้ามาอย่างผิดปกติติดต่อกันมาหลายเดือนแล้วแต่ที่น่าแปลกใจคือ หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น ” แบงค์ชาติ ” หรือ ” กระทรวงการคลัง ” กลับไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ ผลกระทบที่ตามมาก็อย่างที่เป็นนั่นแหละครับ คือ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแตะที่ 29 บาท++…

Details

“สไตล์ไทยใหม่” (MODERN CONTEMPORARY THAIS STYLE)

อีกไม่นานแล้วนะครับก็จะถึงเวลาของการเปิด “เสรีอาเซียน” ก็จะส่งผลให้ความ “ทันสมัย” ต่าง ๆ ก็จะไหลหลากเข้ามาท่วมทุ่ง “รวงทอง” ของ “ศิลปวัฒนธรรมการกินอยู่” ของบ้านเราอีกระลอก นี่ขนาดยังไม่เปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปในช่วงระยะเวลาย้อนหลังเพียงไม่กี่ปี ความ “ทันสมัย” จากทั่วทุกสารทิศก็ไหลทะลักเข้ามาในบ้านเรา เป็นผลให้ “วิถีการกินอยู่” ของคนไทย ที่มี “เอกลักษณ์” เฉพาะตัวแบบไทย อันเป็นมรดกทาง “วัฒนธรรมแบบไทย” ที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปีต้องมีอันล่มสลายลง ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับที่เราไม่สามารถอนุรักษ์,สืบสานและพัฒนาบรรดา “ของดี มีอยู่” ที่เป็นของเราได้ เพราะโลกในอนาคตจะกลายสภาพเป็นโลกของ “วัฒนธรรมเดี่ยว” (MONO CULTURE) ที่คล้ายกันทั้งโลก และในที่สุดก็จะมีภาษาเดียวที่ใช้ทั่วโลก ก็เห็นจะจริงนะครับเพราะในปัจจุบันโลกทั้งใบถูกเชื่อมโยงเรียงร้อยเข้าด้วยกันด้วยภาษา “สากล” คือ ภาษา “เลขฐานสอง” ของระบบ “คอมพิวเตอร์” โดยผ่านเครือข่าย “อินเตอร์เน็ต” เป็นผลให้เมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่งก็สามารถรับรู้ได้ภายในช่วงเสี้ยววินาที (ก็ทำเอาระบบการสื่อสารแบบเดิม ๆ เช่น “โทรเลข” ที่เคยใช้ในการส่งต่อข่าวสารต้องล้าสมัยและเลิกใช้โดยพลัน) นอกจากนั้น “วัฒนธรรมเดี่ยว” ยัง “ครอบ” คนทั้งโลกให้มีวิถีชีวิตที่คล้ายกัน แต่งตัวคล้ายกันใส่สูทผูกเน็กไท…

Details

“ตอสกานา” หรือ “ทัสคานี”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นสาระน่ารู้เกี่ยวกับแนวคิดในการออกแบบอาคารบ้านเรือนในสไตล์ “ทัสคานี ” ซึ่งแท้จริงแล้ว “ทัสคานี ” (Tuscany) หรือ “ตอสคานา ” ( Toscana) เป็นหนึ่งใน 20 แคว้นของสาธารณรัฐ “อิตาลี ” ซึ่งมี “ฟลอเรนซ์ ” หรือ “ฟีเรนเซ ” ( Firenze) เป็นเมืองหลวงของแคว้นนี้ โดยมีอาณาบริเวณทั้งหมดประมาณ 22,990 ตารางกิโลเมตร และมีบรรดาผู้คนอาศัยอยู่ประมาณ 3.6 ล้านคน สำหรับบรรดาสถาปนิกนักออกแบบแล้ว แคว้น “ทัสกานี” นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในทาง ศิลปกรรม ในแขนงต่าง ๆ ของโลก เนื่องจากเป็น “ศูนย์กลาง ” อันเป็นแหล่งกำเนิดของยุค “ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ” หรือยุค “เรอเนซองซ์ ” ซึ่งแคว้นแห่งนี้เองก็ยังที่เป็นที่ตั้งของมหาวิหารแห่งเมือง…

Details

จาก “ตำรา” สู่วิชา “อสังหาฯ” + “บูรณาการ”

“อสังหาฯ” + “บูรณาการ” ของผมนั้นจัดได้ว่าเป็น “วิชาหลัก“ที่ประกอบไปด้วย “วิชาย่อย” อยู่หลายวิชาและ “วิชาย่อย” เหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและกลมกลืน ซึ่งบรรดา “วิชาย่อย” ก็จะประกอบไปด้วย วิชา “Feasibility Study” หรือ “การศึกษาความเป็นไปได้” และวิชา“การออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม”, “วิศวกรรม”, ” การวางผัง”, “การจัดภูมิทัศน์” ไปจนถึง วิชา “การออกแบบตกแต่งภายใน” ฯลฯ และนอกจากนั้นยังรวมไปถึงวิชา “การบริหารจัดการที่เกี่ยวกับระบบ+ระเบียบในการก่อสร้าง” ที่มุ่งเน้นไปที่การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิด “ประโยชน์สูง” และ “ประหยัดสุด” ไปพร้อมกัน รวมไปถึงวิชา “การบริหารอาคาร” เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ และนอกจากนั้นยังมี “วิชา” ยิบย่อยอีกมากมาย เช่น วิชาที่เกี่ยวกับภาษี,บัญชี ฯลฯ ผมมักจะเรียกวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ว่าวิชา “อสังหารฯ” + “บูรณาการ” แต่วิชา “อสังหารฯ” + “บูรณาการ”…

Details

“มิติทั้ง 4” ของ “อสังหา ฯ + บูรณาการ” (II)

จากประสบการณ์ 25 ปี ในฐานะนักวางผังและนักออกแบบสถาปัตยกรรมและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลาย ก็ได้นำผมไปสู่แนวคิดของ “การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการ” หรือเป็น “แบบองค์รวม ” คือ การพิจารณาอย่างครอบคลุมไปทุกด้านและทุกมิติไม่ใช่เพียงแต่ด้านใดด้านหนึ่ง มิติใดมิติหนึ่ง จึงเป็นที่มาของแนวคิด “มิติทั้ง 4” ของ “อสังหาฯ + บูรณาการ ” ครับ หากแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” ติดตามการบรรยายทางวิชาการของผมในที่ต่าง ๆ ตลอดจนบทความผมที่ได้ตีพิมพ์ผ่านสื่อต่าง ๆ มาตลอดระยะเวลา 2-3 ปี ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าผมพยายามทำหน้าที่ “สุนัขเฝ้าบ้าน ” ที่คอยระแวดระวังภัย ทั้งยังย้ำเตือนสติให้หมู่เฮาชาว “คนรักบ้าน ” ให้เตรียมตัว เตรียมใจ รวมทั้งเตรียม “เปิดทางถอย” เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของบ้านเราโดยรวม ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่น่าไว้วางใจเป็นอย่างยิ่งครับ มิหนำซ้ำการโหมกระหน่ำของกระแส “โลกาภิวัฒน์ ” ระรอกใหม่…

Details

“อสังหา ฯ + บูรณาการ” (1)

ผมมักจะใช้เวลาเงียบ ๆ ที่จะพยายามมองไปในอนาคตของการพัฒนารูปแบบอสังหาริมทรัพย์ของบ้านเราว่าจะไป “รอด” หรือ “ร่วง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาอันใกล้นี้อีกเพียง 3 ปี ที่จะเปิด “AEC” หรือ “เสรีอาเซียน” ซึ่งจะเป็นทั้ง “วิกฤติ” และ “โอกาส” ไปพร้อมกัน ผมวิเคราะห์ไว้อย่างนี้ครับ ในอดีตการพัฒนา “อสังหาฯ” ในบ้านเราก็จะไม่ค่อยซับซ้อนและหลากหลายเท่าใดนัก เพราะประเทศไทยมีประชากรเพียง 70 ล้านคน และมีกำลังซื้อจริง ๆ ไม่ถึง 7 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้บริโภคที่สามารถจ่ายได้ รวมถึงรูปแบบของ “อสังหาฯ” ก็มีความหลากหลายไม่มาก ที่เราเห็นกันอย่างคุ้นตา ก็คือ บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวเฮ้าส์, อพาร์ตเม้นท์, โรงแรม + รีสอร์ท, คอนโดมิเนียม รูปแบบของการพัฒนา “อสังหาฯ” ในบ้านเราก็จะวนเวียนกันอยู่อย่างนี้แหละครับ ตามกำลังซื้อและสภาพทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในช่วงใดเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมซบเซา (ช่วงขาลง) หรือบรรดาสถาบันทางการเงินหรือบรรดาธนาคารมีนโยบายไม่ให้การสนับสนุนก็จะเกิดอาการเฉากันทั้งระบบ แต่นับจากนี้กระแส “โลกาภิวัฒน์” กำลังจะเพิ่มปริมาณผู้บริโภค 60-70…

Details