“อุดมการณ์” ปี “มะเส็ง”

ในช่วงวันหยุดปีใหม่ผมได้มีโอกาสนั่งทบทวนอย่างพินิจพิจารณาแบบช้า ๆ กับสิ่งที่ผมได้ทำซึ่งผมเชื่อว่าทุกอย่างที่เราทำนั้นต้องมี “อุดมการณ์ ” อันนำไปสู่ “วิถีแห่งความคิด ” (Path of Thinking) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อน เหมือนกับที่ผมสอนนักศึกษาทั้งปริญญาตรี,ปริญญาโท,ปริญญาเอก ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลายสถาบัน ผมมักจะเริ่มต้นจาก “วิถีแห่งความคิด ” ซึ่งก็จะนำไปสู่ “ทัศนคติ ” (VISIONNARY) และนำไปสู่ “การปฏิบัติ ” (MISSIONARY ) หากเรามี “อุดมการณ์ ” ที่นำไปสู่ “วิถีคิด” ที่เข้มแข็งและมั่นคงก็จะสามารถทำให้การดำเนินชีวิตของเราเกิด “ภูมิคุ้มกัน ” คือ ไม่โลเล ไม่สงสัย (อาจจะเหนื่อยและล้าบ้างแต่ไม่เคยท้อ) ในสิ่งที่ตัวเองทำและนำไปสู่ความ “เพียรอันบริสุทธิ์ ” (Pure Perseverance) ก็คล้ายกับ “ความเพียรของพระมหาชนก ” ที่ “ในหลวง ” ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ “ความเพียรอันบริสุทธิ์ ” ของ “พระมหาชนก…

Details

“บุญใหญ่” รับ “ปีใหม่” งานตอกเสาเข็มปฐมฤกษ์สร้างพระอุโบสถวัดเทพฯ สุรินทร์ สูง 84 เมตร

ช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี ” มะเส็ง ” ที่กำลังจะมาถึงซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของพวกเราชาว ” คนรักบ้าน ” เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองไม่ว่าจะเป็น ” วันพ่อ ” เพิ่งจะเฉลิมฉลองผ่านพ้นไป และเป็นช่วงเวลาที่การเก็บเกี่ยวในภาคการเกษตรเสร็จสิ้น เป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลองงานต่าง ๆ ตามประเพณีแต่โบราณ ตลอดจนการเฉลิมฉลองในเทศกาลขึ้นปีใหม่ไป ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างแท้จริงของพวกเราชาว ” คนรักบ้าน ” ทุกท่านครับ ซึ่งผมก็มีเรื่องงาน ” บุญใหญ่ ” รับ ” ปีใหม่ ” มาฝากพวกเราชาว ” คนรักบ้าน ” ทุกท่านครับเป็น การเฉลิมฉลองการก่อสร้างพระอุโบสถที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ 84 เมตร ที่ ” วัดเทพฯ” สุรินทร์ ซึ่งผมเคยได้นำเสนอรูปแบบพระอุโบสถหลังนี้เมื่อปีที่แล้ว จะว่าไปแล้วชาว ” คนรักบ้าน ” ควรจะต้องมานั่งทบทวนว่าตลอดระยะ 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรบ้าง อีกทั้งได้ทำ ” หน้าที่พลเมือง ”…

Details

“พลเมือง” พร้อมใจปรับ “บ้าน” เปลี่ยน “เมือง” เพื่อ “พ่อหลวง”

เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลที่วันคล้ายวันเกิด “พ่อหลวง” ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง ไพร่ฟ้าชาวประชาก็หน้าใสครับ ทุกครั้งที่คิดถึง “พ่อ” ผมก็รู้สึกดีทุกครั้งไม่ว่าจะเป็น “พ่อ” ของผม หรือ “พ่อหลวง” ก็ล้วนแล้วแต่เป็น “หลักชัย” เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนใน “บ้าน” ไม่ว่าจะเป็น “บ้านหลังเล็ก” ซึ่งมี “พ่อ” ของผมเป็นผู้นำครอบครัวหรือ “บ้านหลังใหญ่” ที่มี “พ่อหลวง” เป็นผู้นำทางด้าน “ความคิด” และ “จิตวิญญาณ” ถึงขนาดที่ว่าทรงเป็น “ศูนย์รวมใจของชนชาติ” (Soul of Nation ) ในฐานะเป็นหนึ่งใน “พลเมือง” ของ “พ่อหลวง” ขอปฏิญาณว่าจะเป็น “พลเมือง” ที่ดีทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ให้สมบูรณ์ พอผมได้มีเวลาทบทวนความหมายของคำว่า “พลเมือง” ก็พบในทันทีว่ามีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจมากครับ ซึ่งหากแปลตรงตัวก็ได้ความว่า เป็น “พละ” + “เมือง” ซึ่งหมายถึงเป็น “กำลังของเมือง” หากคนที่อยู่อาศัยใน “เมือง” ได้ทำหน้าที่เป็นกำลังของเมืองอย่างสมบูรณ์ตาม…

Details

“ปากทวาร” ของ “สุวรรณภูมิ”

หากท่านติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับการบ้านการเมืองระหว่างประเทศจะเห็นได้ว่าในช่วงนี้บรรยากาศดูครึกครื้นคึกคักกันเป็นพิเศษ เพราะบรรดาผู้นำของชาติมหาอำนาจไม่ว่าจะเป็น “บารัก โอบามา” ผู้นำ “สหรัฐอเมริกา” ก็เดินทางจาก “กรุงวอชิงตัน ดี.ซี” มุ่งตรงมาที่ “ประเทศไทย” และพอท่านกลับไปในทันทีทันควันผู้นำ “จีน” คนใหม่ คือ พณฯ “สี จิ้นผิง” ก็เดินทางจาก “กรุงปักกิ่ง” มาเยี่ยมเยียนบ้านของเราอีก นี่ยังไม่นับบรรดาผู้นำประเทศน้อยใหญ่ที่ต่างก็มีความต้องการจะมาเยือนดินแดน “สุวรรณภูมิ” ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ทั่วโลกของสื่อต่าง ๆ ก็ต่างฟันธงลงไปว่า “สุวรรณภูมิ” ของเรานั้นเป็น “จุดยุทธศาสตร์” ที่สำคัญ หากใครสามารถมีอิทธิพลเหนือดินแดน “ขวานทอง” นี้ก็เปรียบเหมือนคุมการเปิด-ปิด “ประตู” ที่จะเข้าสู่บรรดาประเทศ “อาเซียน“ทั้งหมด ผมมักเปรียบประเทศเราว่าเป็น “ประตู“หรือเป็น “ปากทวาร” ลองคิดดูซิครับว่าถ้าท่านมีอาการท้องผูก ถ่ายไม่ออกติดกันนาน ๆ จะมีอาการเป็นอย่างไร ดังนั้นใครคุม “ปากทวาร” ได้ก็จะคุมทั้งระบบได้ไม่ยาก แม้แต่ “อาเซียน” กันเองก็ยอมรับว่าประเทศของเราเป็นศูนย์ของ “ลอจิสติก” ของภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้ง ทางบก และทางอากาศ แต่น่าเศร้านะครับบางครั้งคนไทยก็ไม่รู้ว่าเมืองไทยของเรามีอะไรดีและอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมจุด “ยุทธศาสตร์”…

Details

จะดีเพียงใดถ้าค่าผ่อน “คอนโด”เท่ากับค่าเช่า “อพาร์ตเม้นท์”

คงต้องยอมรับนะครับว่าในปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่วัย “เจริญพันธุ์” นับล้านที่กำลังใช้ชีวิตอยู่อาศัยในอาคารประเภท “อพาร์ตเม้นท์” และ “คอนโดมิเนียม” เพราะเมื่อจบการศึกษาก็ต้องเข้าสู่ “ตลาดแรงงาน“ในเขตชุมชนเมือง ก่อให้เกิดเป็น “กระบวนการอพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิด” ละทิ้ง พ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย เพื่อหางานทำจนเกิดเป็นสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดดังเช่นปัจจุบัน ถ้าไม่เชื่อผม ก็ลองไปดูตามต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลสิครับ บรรดาคนรุ่นใหม่วัย “เจริญพันธุ์” เหล่านี้ต่างละทิ้งถิ่นฐาน เหลือแต่คนแก่และเด็กอ่อน อยู่เหย้าเฝ้าเรือนนานทีปีหนบรรดาลูกหลานถึงจะได้กลับไปเยี่ยมบ้าน ก็เป็นผลในด้านลบของการพัฒนาแบบ “แดกด่วน” ของระบบ “ทุนนิยม” ที่กระตุ้นเร่าเร้าให้ใช้ทรัพยากรในทุก “มิติ” รวมถึงการใช้ทรัพยากร “มนุษย์” ที่ถูกทำให้ “ด้อยค่า” ไม่ต่างอะไรจาก “เครื่องจักร” ต้องตกอยู่ในสภาพ “แข่งขัน” กันตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องเบียดเสียดยัดเยียด แย่งกันหางาน แย่งกันอยู่แย่งกันกิน ลึก ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าครับ เพราะ “ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งต้องแข่งขัน” และ “ยิ่งยากจน” ตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสินกันทั้งระบบ ผมมักจะพูดเสมอในการบรรยายของผมในทุกครั้งว่าคนไทยจัดได้ว่าเป็นคนที่จนที่สุดในโลก เพราะคนส่วนใหญ่กว่า 80% ล้วนแต่ตกอยู่ในสภวะหนี้สิน ยิ่งพัฒนามากก็ยิ่งเป็นหนี้มาก (ตามแต่…

Details

“AEC” กับการขยายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของไทย

การเกิด “AEC“ (ASEAN Economic Community) ในปีพ.ศ. 2558 จะถือว่าเป็น “โอกาส” หรือ “วิกฤติ” ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป ผมนึกถึงสมัย “กรุงศรีอยุธยา” ก่อนกรุงแตกที่ “เจ้าพระยาจักรี“เป็นไส้ศึกเปิดประตูให้กองทัพ “พม่า” ให้บุกเข้ามาปล้นฆ่าเผาทำลายเมืองหลวงของชาว “สยาม” ในปีพ.ศ. 2310 นี่แค่เปิดประตูเดียวรับประเทศเดียวนะครับ ลองนึกภาพดูซิครับว่าอีก 3 ปี ข้างหน้าเราจะต้องเปิดประตูรับไม่เพียงแค่ประเทศเพื่อนบ้าน “อาเซียน” อีก 9 ประเทศ อันประกอบไปด้วย บรูไนดารุสซาลาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์,กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม แล้วเรายังถูกบังคับให้เปิดประตูรับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่เหนือกว่าเราทุกด้าน เช่น จีน, ญี่ปุ่น,เกาหลี,อินเดีย ออสเตรเลีย,นิวซีแลนด์ ฯลฯ ซึ่งบรรดาประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ต่างพร้อมเสมอที่จะเข้ามาฉกฉวยแย่งชิงตักตวงทรัพยากรของบ้านเรา ซึ่งผมคิดว่าบรรยากาศคงไม่ต่างจากครั้งเมื่อ “กรุงศรีอยุธยา” แตกเมื่อ 245 ปีล่วงมาแล้ว หรืออาจจะหนักกว่าเพราะบรรดาข้าศึกที่บุกประชิดพระนครนั้นมีความหลากหลายกว่ามากครับและต่างก็มีกำลังที่เข้มแข็งกว่าครับ ดังนั้นหากเตรียมตัวไม่พร้อมจาก “โอกาส” จะพลิกเป็น…

Details

“HOTAP” ไม่บาน เตรียมการรับมือกับ “AEC”

ในการเปิด “เสรีอาเซียน” แบบไร้พรมแดน ซึ่งเรียกง่าย ๆ การเกิด “AEC” ในปี 2015 ที่อีกไม่นานเกินรอเพียง 3 ปีเท่านั้น จะเป็น “โอกาส” หรือ “วิกฤติ” และจะส่งผลให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” คงต้องจับตาดูกันแบบ “ยกต่อยก” ห้ามกระพริบตาครับ ในทัศนะของผมมองว่าการเกิด “AEC“ เป็นทั้งการ “ร่วมมือ” และเป็นการ”แข่งขัน” ไปพร้อมกันเพราะในสินค้าบางประเภท ก็จะปรับภาษีนำเข้าเป็น 0% อีกทั้งยังไม่มีระบบโควต้าที่เคยใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทาง “การค้าเสรี” (ในระบบ “ทุนนิยม” แบบ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก“) เป็นผลให้ใครก็ตามที่มีฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงแข็งแรงกว่าก็สามารถเข้ามาทุ่มตลาดที่มีฐานทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าได้ทุกเมื่อ และในขณะเดียวกันก็สามารถส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าใน “AEC” ได้ทุกเมื่อเช่นกัน เพราะเป็น “ตลาดเสรี” หรือ “ตลาดเปิด” ในรูปแบบ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” หากคนไทยยัง “ไม่ตื่นตัว” และ “ไม่รู้เท่าทัน” ทั้งยัง “เตรียมตัวกันไม่พร้อม” จาก…

Details

“ธาราลิมปิก”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก่อนอื่นก็ขอเป็นกำลังใจให้กับชาว “คนรักบ้าน” ที่ได้เข้าร่วมมหกรรม “ธาราลิมปิก” รวมทั้งให้กำลังใจกับตัวผมเองเพราะผมก็ “อินท์เทรน” ทันสมัยได้เข้าร่วมมหกรรม “ธาราลิมปิก” กับเขาเหมือนกัน ก็ไม่รู้นะครับว่าใครเป็นผู้คิดศัพท์คำนี้ขึ้นมา แต่ต้องยอมรับครับว่า “โดน”เพราะเป็นควันหลงจากมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก” และ “พาราลิมปิก” ที่จัดขึ้นที่ “ลอนดอน” แต่ “ธาราลิมปิก” ก็เป็นมหกรรมการสู้กับภัย “น้ำท่วม” จัดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นมหกรรมการแข่งกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้, มอเตอร์ไซด์, รถยนต์ ตลอดจนทำคันกั้นน้ำ ฯลฯ รวมทั้งทำการฟิตซ้อมร่างกายและจิตใจเตรียมรับมือกับ “น้ำท่วม” เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงฝนตกไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดปรากฎการณ์ “น้ำท่วม” ฉับพลันเป็นผลให้ กรุงเทพฯ เป็นอัมพาต ที่ทำงานของ “บ้านไม่บาน” ตั้งอยู่ในเขต ดินแดง ก็กลายเป็นทะเลกรุงเทพฯ นี่ขนาดยังไม่ถึงหน้าน้ำหลากในช่วงเดือน 11 ย่างเดือน 12 ปลายปีนะครับ เสมือนกับธรรมชาติได้มาเตือนสติว่าให้เตรียมตัวให้พร้อม เพราะศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพียงแค่ “ทัพหน้า” เปรียบเสมือนช่วงคัดตัวของ “ธาราลิมปิก” ก็ยังหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้…

Details

ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”

ในวันที่ 15 กันยายนของทุกปี ซึ่งเรียกกันติดปากว่า “วันศิลป์ พีระศรี”ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เปรียบเสมือน “บิดาแห่งวงการศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย” และเป็นผู้วางรากฐาน “มหาวิทยาลัยศิลปากร” ซึ่งในปีนี้มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพราะได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 120 ปี ครับ ซึ่งประวัติโดยสังเขปของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีนามเดิมว่า คอราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) เป็นชาว “ฟลอเรนซ์” ประเทศ “อิตาลี” ซึ่งเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมากในศตวรรษที่ 14 และยังถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของยุค “เรอเนซองส์” เต็มไปด้วยศิลปกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายและสกุลช่าง “ฟลอเรนซ์” ได้ส่งอิทธิพลไปทั่วโลกมาตราบจนทุกวันนี้ เมื่อเยาว์วัยท่านชื่นชมผลงานศิลปกรรมของ “ไมเคิล แองเจโล” ประติมากรเอกของโลกซึ่งเป็นชาว “ฟลอเรนซ์” เช่นเดียวกับท่าน เมื่อโตขึ้นจึงได้เข้าศึกษาที่ ราชวิทยาลัยศิลปะนคร “ฟลอเรนซ์” (The Royal Academy of Art of Florence) จบการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 23 ปี เท่านั้น…

Details

อำลา อาลัย “ท่านอังคาร”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา นับว่าเป็นการสูญเสีย “ดวงแก้วทางปัญญา” ของแผ่นดินอีกท่าน ที่ “ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์” (กวีซีไรต์ พ.ศ. 2529 และ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ พ.ศ. 2532 ) ได้ละสังขารไปด้วยความสงบในวัย 86 ปี หลังจากต้องต่อสู้กับอาการป่วยเรื้อรังจากโรคหัวใจ โรคเบาหวานมายาวนาน สำหรับประวัติของ “ท่านอังคาร” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “จิตกรกวี” ที่มีชื่อของยุค อีกทั้งยังเป็นศิษย์เอกของศิลปินเอกหลายท่านที่ถือว่าเป็นครูใหญ่ของวงการศิลปกรรมของประเทศอย่าง “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” และ “อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์” ซึ่ง “ท่านอังคาร” ได้เรียนรู้, ฝึกปรือติดตามและได้ช่วยงานครูของท่าน ทั้งในด้านศิลปกรรม โบราณคดี และประวัติศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สำหรับผมแล้ว “ท่านอังคาร” ถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน “เสาหลัก” ทาง “ภูมิปัญญาไทยร่วมสมัย” เพราะท่านเปรียบเสมือน “รอยเชื่อมต่อ” ระหว่าง ศิลปะของไทยกับสากล เพราะ “ท่านอังคาร” เชื่อว่า…

Details